Official Update :

สรุปความน่าสนใจของหุ้น ONEE อาณาจักรสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจรที่จะเข้าตลาดหุ้น

อุตสาหกรรมโทรทัศน์เผชิญกับ ‘Digital Disruption’ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปลี่ยนผ่านจากระบบแอนะล็อก(Analog) สู่ระบบดิจิทัล ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลจำนวนมาก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้น ทำให้มีจำนวนช่องโทรทัศน์เพิ่มขึ้นเป็น 28 ช่อง ที่จากเดิมมีเพียง 6 ช่อง แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ราบรื่นนัก เพราะจำนวนช่องที่เพิ่มอย่างก้าวกระโดด ทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อมีความรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับการเข้ามาของช่องทางออนไลน์ ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงและรวดเร็ว เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกที่ทุกเวลา ทำให้ผู้ประกอบการช่องทีวีหลายรายที่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่สูงกว่ารายได้ได้ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) จึงอนุญาตให้ผู้ประกอบการคืนใบอนุญาต ส่งผลให้มีการคงเหลือของช่องโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลเพียง 18 ช่อง


แม้จำนวนช่องโทรทัศน์จะลดลงแต่กระแส Digital Disruption และการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมยังคงอยู่ จึงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับผู้ประกอบการที่จะสร้างรายได้ให้เติบโตท่ามกลางปัจจัยกดดัน ซึ่ง บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)หรือ ONEE’ เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการสื่อและความบันเทิงที่สามารถฝ่าฟัน Digital Disruption และสร้างการเติบโตสวนทางกับอุตสาหกรรมมาได้อย่างต่อเนื่อง และเร็ว ๆ นี้ก็มีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)


Wealthy Thai จึงขอพานักลงทุนมา ทำความรู้จักกับธุรกิจและความน่าสนใจของหุ้น ONEE’ ผ่านสรุป 7 ข้อ



1.ธุรกิจของกลุ่ม ONEE

สิ่งที่ทำให้กลุ่ม ONEE หรือ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (“กลุ่มบริษัทฯ”) แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น ๆ คือ เป็นผู้ให้บริการด้านสื่อและความบันเทิงครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ โดยสร้างสรรค์และผลิตรายการ ตลอดจนควบคุมดูแลการเผยแพร่ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ (Vertically Integrated Service Provider) โดยธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฯ แบ่งเป็นกลุ่ม ได้แก่ (1) ธุรกิจผลิตรายการ บริหารลิขสิทธิ์ และให้บริการช่องโทรทัศน์ (2) ธุรกิจรับจ้างผลิตและบริการ (3) ธุรกิจผลิตรายการวิทยุ (4) ธุรกิจจัดอีเวนต์ และ (5) ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่น


ขณะที่สัดส่วนรายได้มาจากรายได้จากธุรกิจผลิตรายการ บริหารลิขสิทธิ์ และให้บริการช่องโทรทัศน์ 80.5% (ซึ่งแบ่งออกเป็นรายได้จากการบริการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ 56.1%, รายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์ 22.2% และ รายได้อื่นจากการให้บริการสถานีโทรทัศน์ 2.2%) ,รายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิตและบริการ 5.4%, รายได้จากธุรกิจผลิตรายการวิทยุ 3.3% , รายได้จากธุรกิจจัดอีเวนต์ 0.2% และ รายได้ที่เกี่ยวเนื่องอื่น 10.6% (ข้อมูลสิ้นสุด ณ 30 มิถุนายน 2564)



2.โมเดลธุรกิจครอบคลุมต้นน้ำถึงปลายน้ำของอุตสาหกรรมสื่อและความบันเทิง

ONEE เป็น Holding Company ส่งผลให้ สามารถบริหารจัดการทรัพยากรและเลือกสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดได้เสมอ โดยธุรกิจหลักทั้ง 5 กลุ่ม อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ 9 บริษัทย่อย ดังนี้

 

  1. ONE31 ผลิตคอนเทนต์เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลทีวี ออนไลน์ และช่องทางต่างประเทศ โดยมีความเชี่ยวชาญในการผลิตคอนเทนต์หลากหลายประเภทที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ชมในวงกว้างได้ (Premium Mass) อาทิ วันทอง ละครที่มีเรตติ้งในกลุ่มผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไปเป็นอันดับ 1 ของไทย ในปี 2564 (เมื่อเปรียบเทียบเรตติ้งตอนจบกับเรตติ้งต่อตอนของละครเรื่องอื่น ๆ ที่ถูกเผยแพร่ในช่วงเดือนมกราคม 2564 ถึง กรกฎาคม ปี 2564 ข้อมูล โดย Nielsen ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2564) และรายการ The Star Idol และบริหารจัดการสถานีโทรทัศน์ช่อง

  2. GMMCH ทำหน้าที่ตัวแทนการตลาดให้แก่ช่อง GMM25

  3. GMMTV ผลิตคอนเทนต์เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลทีวี ออนไลน์ และช่องทางต่างประเทศ สำหรับวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ รวมถึงบริหารจัดการศิลปิน เช่น ไบร์ท–วิน จาก ‘เพราะเราคู่กัน รายการขวัญใจมหาชน Maya Award (ปี 2563) รวมถึงทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับศิลปินเช่นการขายสินค้า และจัดงานอีเวนต์

  4. Change2561 ผลิตคอนเทนต์เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลทีวี ออนไลน์ และช่องทางต่างประเทศ อาทิ ซีรีย์ชุดสะท้อนมุมมองความรัก ‘Club Friday The Series’ ซึ่งได้รับรางวัลนาฏราชสาขาละครชุดยอดเยี่ยม (ปี 2557-2561) รวมถึงจัดงานอีเวนต์ และบริหารจัดการศิลปิน

  5. GMM Media ผลิตรายการวิทยุ GREENWAVE และ EFM รวมถึง Chill Online เพื่อเผยแพร่ผ่านคลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียง เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ตลอดจนจัดงานอีเวนต์ มี Voice Content ที่เป็นที่รู้จักอย่าง รายการวิทยุ พุธทอล์ค พุธโทรซึ่งได้รับราลวัลนาฏราชสาขารายการบันเทิงยอดเยี่ยม (ปี 2560-2561)

  6. A Time Media ผู้ได้รับแบ่งเวลาเพื่อร่วมผลิตและจัดรายการวิทยุบนคลื่นความถี่เอฟ. เอ็ม. 94.0 เมกะเฮิรตซ์

  7. GMM Studios ผลิตคอนเทนต์เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลทีวี ออนไลน์ และช่องทางต่างประเทศ อาทิ เด็กใหม่ The Series Season 2 (2021) ซึ่งมียอมชมสูงสุดใน Netflix 5 ประเทศได้แก่ ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ฮ่องกง และ ไต้หวัน และติดหนึ่งใน 10 อันดับรายการที่มียอมชมสูงสุดใน Netflix อีกกว่า 5 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศบราซิล

  8. Exact Scenario ให้บริการบริหารจัดการศิลปิน เช่น ป้อง ณวัฒน์ บี น้ำทิพย์ เป็นต้น

  9. ACTS เป็นเจ้าของและให้เช่าสถานที่เพื่อถ่ายทำรายการ

 
3.ผลประกอบการเติบโตโดดเด่น

การที่กลุ่ม ONEE ทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงานให้ตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงเลือกช่องทางและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเผยแพร่ ทำให้รายการและละครต่าง ๆ ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมาก ส่งผลให้กลุ่ม ONEE สามารถสร้างรายได้และกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 4,199.4 ล้านบาทในปี 2561 และมีกำไรสุทธิ 72.6 ล้านบาท ปี 2562 รายได้รวม 4,818.3 ล้านบาท กำไรสุทธิ 227.6 ล้านบาท และปี 2563 มีรายได้รวม 4,875.3 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 657.6 ล้านบาท ซึ่งกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 201.0%  


ล่าสุดผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2564 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 2,782.6 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 455.1 ล้านบาท เติบโต 29.8% และ 151.4% ตามลำดับ โดยสาเหตุหลักที่กำไรสุทธิเติบโตได้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เกิดจากการเติบโตของรายได้ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ความสามารถในการรับรู้กำไรเพิ่มมากขึ้น



4.มีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง

นอกจากจากความได้เปรียบด้านโครงสร้างธุรกิจแล้ว การมีพันธมิตรที่หลากหลายก็เป็นอีกจุดแข็งที่ทำให้ ONEE และบริษัทในกลุ่ม สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมได้ โดยกลุ่มบริษัทฯ มีพันธมิตรทางธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของช่องโทรทัศน์ในประเทศไทยรวม 3 ช่อง และเจ้าของที่มีช่องทางการเผยแพร่ผ่านออนไลน์ทั้งหมด 8 ราย นอกจากนี้ ยังมีพันธมิตรในต่างประเทศได้แก่ตัวแทนจำหน่ายและเจ้าของช่องทางเผยแพร่ในประเทศนั้น ๆ ที่นำรายการของกลุ่มบริษัทฯ ไปเผยแพร่อีก 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังมีการเข้าถึงช่องทางการเผยแพร่ในภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสเปน รวมถึงประเทศต่าง ๆ ในทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และแอฟริกา เช่น YOUKU และ Mango TV ในประเทศจีน, TV Asahi Nagoya TV Rakuten TV ในประเทศญี่ปุ่น, Dimsum ในประเทศมาเลเซีย และ SCTV ในประเทศเวียดนาม เป็นต้น



5.มีศิลปินในสังกัดกว่า 200 คน

การจะสร้างสรรค์ความบันเทิงที่ได้รับความนิยมได้ต้องมีบุคลากรที่มีความสามารถและได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ซึ่งกลุ่ม ONEE ก็มีศิลปินภายใต้สังกัดมากกว่า 200 คน ซึ่งแต่ละคนมีจุดเด่นและความสามารถที่แตกต่างกัน ทำให้มีศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มผู้ชมเป้าหมายที่หลากหลาย และยังมีการต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับศิลปิน เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ และเพิ่มความสามารถในการทำกำไร เช่น ธุรกิจการจัดอีเวนต์ และธุรกิจการขายสินค้า ที่มีการต่อยอดจากธุรกิจบริหารจัดการศิลปิน โดยธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องดังกล่าว มีศักยภาพในการเติบโตสูงจากกลุ่มผู้ชมเป้าหมายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีขนาดใหญ่และมีความเหนียวแน่นกับศิลปิน นอกจากนี้ ก็ยังเปิดรับโอกาสในการร่วมงานกับศิลปินอิสระ หรือศิลปินนอกสังกัด เช่น ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” “ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจรและ แอ๊ฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญเป็นต้น เพื่อเพิ่มสีสันและความหลากหลายให้แก่รายการที่ผลิต



6.ทีมผู้บริหารมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ

ทีมผู้บริหารถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้กลุ่ม ONEE มีการเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน เพราะเป็นผู้กำหนดนโยบายรวมถึงกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการดำเนินงาน ซึ่งคณะผู้บริหารและบุคลากรมืออาชีพของกลุ่มบริษัทฯ เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้นำของแต่ละกลุ่มเป้าหมายในอุตสาหกรรมสื่อและความบันเทิงประเทศไทย นำทีมโดย คุณถกลเกียรติ วีรวรรณ ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของบริษัทฯ และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปีในอุตสาหกรรมสื่อและความบันเทิง และมีผลงานหลากหลายที่สามารถสร้างประสบการณ์ที่ใหม่และแตกต่างให้กับผู้รับชมอย่างต่อเนื่องทั้งในอดีตและในปัจจุบัน


นอกจากนี้  ยังมีทีมงานคนรุ่นใหม่และคณะผู้บริหารที่มีความสามารถเฉพาะตัวและประสบการณ์ที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและผลักดันกลุ่ม ONEE ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่น คุณระฟ้า ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดกลุ่ม ONEE, คุณสถาพร พานิชรักษาพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GMMTV ผู้ผลิตรายการชั้นนำที่ตอบโจทย์รสนิยมของกลุ่มวัยรุ่น, คุณสายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ผู้มีประสบการณ์การทำงานกับกลุ่มบริษัทฯ มานานกว่า 30 ปี ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Change2561 หรือ พี่ฉอด แห่งรายการ “Club Fridayคุณนิพนธ์ ผิวเณร มีประสบการณ์การทำงานกับเอ็กแซ็กท์ ร่วมกับคุณถกลเกียรติ วีรวรรณ และกลุ่มบริษัทฯ มานานกว่า 20 ปี ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่การผลิต (ละคร) ที่มีผลงานละครมากมาย เช่น วันทอง เมีย 2018 คุณสุธาสินี บุศราพันธ์ มีประสบการณ์การทำงานกับ ซีเนริโอ และกลุ่มบริษัทฯ มานานกว่า 20 ปี ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่การผลิต (รายการวาไรตี้) มีผลงานที่หลากหลายเช่น ” “เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว” และ คุณเอกชัย เอื้อครองธรรม ที่มีประสบการณ์การทำงานกับกลุ่มบริษัทฯ มานานกว่า 5 ปี ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการของ GMM Studios ผู้ผลิตเด็กใหม่ ซีซั่น 2 เป็นต้น


และด้วยทีมบริหารที่แข็งแกร่งทำให้ ONEE สามารถก้าวผ่าน Disruption มาได้ทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่การเปลี่ยนผ่านจากยุค Analog เข้าสู่ยุค Digital ซึ่งการเข้ามาของสื่อออนไลน์ทำให้การรับชมรายการและความบันเทิงต่างๆ สะดวกสบายมากขึ้น ผู้บริโภคสามารถรับชมความบันเทิงได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน โดย ONEE ก็มีการพัฒนารายการรวมถึงนำลิขสิทธิ์รายการต่างๆ ไปเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของธุรกิจต่างๆ ภายในกลุ่มขึ้น เพื่อเป็นอีกช่องทางในการเผยแพร่และเข้าถึงผู้บริโภค ทำให้ ONEE สามารถดึงดูดและสร้างฐานผู้ชมครอบคลุมทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์



7.เข้าตลาดหุ้นเพื่อต่อยอดการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

สำหรับแผนการระดมทุน กลุ่ม ONEE จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 496,252,500 หุ้น คิดเป็น 20.84% ของหุ้นทั้งหมดหลังไอพีโอ แบ่งเป็น 1.หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 476,250,000 หุ้น และ 2.หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม (บริษัท ซีเนริโอ จำกัด) จำนวนไม่เกิน 20,002,500 หุ้น โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ส่วนวัตถุประสงค์ในการระดมทุน กลุ่มบริษัทฯ จะนำเงินที่ได้ไปขยายธุรกิจ ปรับโครงสร้างเงินทุนด้วยการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ


นับเป็นโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจ เพราะกลุ่ม ONEE สามารถสร้างการเติบโตที่โดดเด่นได้เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน หากนักลงทุนสนใจหุ้นไอพีโอของกลุ่มบริษัทฯ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ในเว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (...)