ลุ้นตลาดหุ้นไทยวันนี้ได้ไปต่อ แนะ 2 หุ้น ธีมเปิดเมืองที่ยัง Laggard

บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ คาด SET ปรับตัวขึ้นแนวต้าน 1,650 / 1,660 จุด ตามแรงหนุนรัฐบาลเตรียมเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย.รับนักท่องเที่ยวแบบไม่กักตัวแต่มีเงื่อนไขการฉีดวัคซีนและจำกัดจำนวนประเทศ รวมถึงราคาน้ำมันดิบทรงตัวเหนือ 80 US/Barrel อย่างไรก็ตามตัวเลข CPI เดือนก.ย.สหรัฐที่สูงกว่าคาดและ Fed minute มีความเห็นว่าควรลดการใช้ QE ภายในปีนี้จะกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัว



กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

กลุ่มเปิดเมือง AOT AAV BA MINT KBANK SCB CPN CRC HMPRO CPALL AMATA WHA  MAJOR BTS BEM  


กลุ่มพลังงาน PTT PTTEP TOP PTTGC SPRC BCP ราคาน้ำมันดิบ+ค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น



หุ้นแนะนำวันนี้

BTS (ปิด 9.75 ซื้อ/เป้า 14) ราคายัง Laggard ระยะสั้นมี Sentiment บวกจากธีมเปิดเมือง ขณะเดียวกันยังมีข่าวเตรียมประมูลงานก่อสร้างและเดินรถไฟฟ้าให้เก็งกำไร อาทิ ส่วนต่อขยายสายสีแดง และ สายสีส้มที่กำลังจะกลับมาประมูลใหม่


MAJOR (ปิด 22.7 ซื้อ/เป้า 28) ได้อานิสงส์รัฐบาลคลายล็อกดาวน์ โรงหนังกลับมาเปิดฉายได้ ขณะที่ MAJOR มีหนังฟอร์มยักษ์จ่อคิวเข้าฉาย Fast & Furious 9, Black Widow, และ Spider Man นอกจากนี้มีลุ้นนำเงินกำไรจากการขายหุ้น SF แบ่งจ่ายเงินปันผลประมาณ 1 บ./หุ้นให้ Dividend yield 5%



ประเด็นสำคัญวันนี้

US Bond yield ของสหรัฐเริ่มลดลงหลังเงินเฟ้อไม่ได้พุ่งแรงอย่างที่กังวล: สหรัฐรายงานตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ก.ย.เพิ่มขึ้นเป็น 5.4% เทียบกับเดือน ส.ค.อยู่ที่ 5.3% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4% บ่งชี้ได้ว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐไม่ได้พุ่งขึ้นแรงอย่างที่ตลาดกังวล ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 1.55% จาก 1.61% ในวันก่อนหน้าเป็นบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้น


IMF ลดคาดการณ์ ศก. โลกโดยปรับลดคาดการณ์ GDP สหรัฐลงมากที่สุด: IMF ปรับลดคาดการณ์ World GDP ของปีนี้เป็น 5.9% จากเดิมคาดโต 6% จากการลดคาดการณ์ GDP ของสหรัฐลงเป็น 6% จากเดิม 7% เพราะกังวลความขัดแย้งของสภาคองเกรสในการผ่านร่างกฏหมายการใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานที่ค่อนข้างล่าช้า นอกจากนี้ IMF ยังเป็นห่วงปัญหา Supply Chain ของโลกที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ระบาดและ การขาดแคลนพลังงานในหลายประเทศ


โอเปกลดคาดการณ์ความต้องการน้ำมันดิบโลกในปีนี้กดดันราคาน้ำมันดิบช่วงสั้น: ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 20 เซนต์ (-0.3%) ปิดที่ระดับ 80.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากกลุ่มโอเปกปรับลดคาดการณ์ความต้องการน้ำมันทั่วโลกในปีนี้ โดยคาดว่าจะเพิ่ม 5.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิม 5.96 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตามเราคาดว่าปัจจัยนี้จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบจำกัดเนื่องจากโอเปกปรับคาดการณ์ให้สะท้อนกับดีมานในช่วง 3 ไตรมาสแรกที่ค่อนข้างต่ำซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว