AAV เพิ่มทุน คนดังโผล่ใส่เงินเพียบ! ชี้เพิ่มทรัพย์สินรอโอกาส Take Off

นาย สันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2564เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จากทุนจดทะเบียนเดิม จำนวน 485,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 1,285,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 8,000,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท


โดยเพื่อรองรับ 1.การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) (“PP”) ซึ่งกำหนดราคาเสนอขายไว้อย่างชัดเจน 2.การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) (“RO”) และ 3.การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อรองรับ การแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bond) (“CB”)


ทั้งนี้บริษัทได้จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP) ซึ่งกำหนดราคาเสนอขายไว้อย่างชัดเจน โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564เพื่อพิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 5,028,571,429 หุ้น เสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP) 7 ราย ราคาเสนอขาย หุ้นละ1.75 บาท


โดยจัดสรรให้กับ 1. ชื่อ AirAsia Aviation Limited (“AAA”) จำนวนหุ้นที่จัดสรรไม่เกิน 4,457,142,857 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 45.12% 2. นายพิธาน องค์โฆษิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ และผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) จำนวนหุ้นที่จัดสรร ไม่เกิน 362,049,116 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 3.7%


3.นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ กรรมการประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รวมถึงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) จำนวนหุ้นที่จัดสรร ไม่เกิน 150,947,980 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 1.5%


4.นายบัณฑิต พิทักษ์สิทธิ์ เป็นประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท อีซูซุ สงวนไทย รวมถึงดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระของบริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) จำนวนหุ้นที่จัดสรร ไม่เกิน 14,607,869 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 0.1% 5. นางปิยะพร วิชิตพันธุ์ ผู้บริหารของบริษัทในเครือเซ็นทรัล จำนวนหุ้นที่จัดสรร ไม่เกิน 14,607,869 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 0.1% 6. นายสุวพล สุวรุจิพร เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC จำนวนหุ้นที่จัดสรร ไม่เกิน 14,607,869 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 0.1%


5.นายวรพจน์ อำนวยพล ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY จำนวนหุ้นที่จัดสรร ไม่เกิน 14,607,869 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 0.1%


ขณะที่ในส่วนของหุ้นเพิ่มทุนจำนวน จำนวนไม่เกิน 1,714,285,714 หุ้น เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่แต่ละรายถืออยู่ (RO) ในอัตราส่วนการจัดสรรหุ้น 5.7625 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ราคาเสนอขายหุ้นละ 1.75 บาทและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนในจำนวนไม่เกิน 1,257,142,857 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท รองรับการออกหุ้นกู้แปลงสภาพที่เสนอขายให้กับบุคคลในวงจำกัดจำนวน 2 ราย


โดยการเพิ่มทุนครั้งนี้ คาดว่าจะระดมทุนได้ จำนวน 14,000 ล้านบาท มาจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้ PP และการจำหน่ายหุ้นกู้แปลงสภาพ จำนวนรวมประมาณ 11,000 ล้านบาท และการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้ RO ประมาณ 3,000 ล้านบาท



ผลกระทบของการเพิ่มทุน

สำหรับผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นจากการขายหุ้นเพิ่มทุน จะมีผลกระทบต่อราคาตลาดของหุ้น (Price Dilution) ประมาณ 25.5% โดยภายหลังการเพิ่มทุนฯ สิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ (Control Dilution) จะได้รับผลกระทบประมาณ 62.3% และภายหลังการเพิ่มทุนฯ ผู้ถือหุ้นจะได้รับผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไร / (ขาดทุน) ต่อหุ้นประมาณ 62.3%



เหตุผลการระดมทุน

1. ใช้ชำระคืนหนี้เงินกู้ที่มีต่อสถาบันการเงินจำนวนประมาณ 3,900 ล้านบาท บวกดอกเบี้ย ซึ่งบริษัทฯ จะได้กู้ยืมเงินมาเพื่อเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่ออกใหม่ของไทยแอร์เอเชีย ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ ในไทยแอร์เอเชียเพิ่มขึ้นจากเดิม 55% เป็น 69.2% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของไทยแอร์เอเชีย ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทฯ และไทยแอร์เอเชีย โดยบริษัทฯ คาดว่าจะดำเนินการชำระคืนหนี้เงินกู้ดังกล่าวภายในปี 64


2.ใช้ซื้อหุ้นไทยแอร์เอเชียที่เหลือทั้งหมดอีก 30.8% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของไทยแอร์เอเชียจำนวนประมาณ 3,900 ล้านบาท ซึ่งการซื้อหุ้นไทยแอร์เอเชียที่เหลือถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทฯ และไทยแอร์เอเชีย3 โดยบริษัทฯ คาดว่าจะดำเนินการซื้อหุ้นไทยแอร์เอเชียส่วนที่เหลือดังกล่าวภายในไตรมาส 1/65


3.ใช้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งรวมถึงไทยแอร์เอเชีย และบริษัทฯ อาจพิจารณาเพิ่มทุนในไทยแอร์เอเชียเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการของไทยแอร์เอเชียในอนาคต โดยบริษัทฯ จะใช้เงินส่วนที่เหลือจากข้อ 1. และ 2. เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว และคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในไตรมาส 2/65



ในแง่มุมของนักวิเคราะห์

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเป็นบวกต่อแผนการปรับโครงการกิจการดังกล่าว ซึ่งจะทำให้AAV มีเงินทุนที่แข็งแกร่งมากขึ้น โดยหากการเพิ่มทุนได้ตามแผนจำนวน 1.4 หมื่นล้านบาท จะทำให้AAV เข้าไปถือหุ้น TAA 100% จะทำให้มีเงินสดเหลือราว 6.2 พันล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท สำหรับการเพิ่มทุนจะทำให้จำนวนหุ้น AAV เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 4,850 ล้านหุ้น เป็น 12,850 ล้านหุ้นคิดเป็น price dilutionที่ 26% และEPS dilution ในปี 65 ที่ 62%


อย่างไรก็ตาม หากรวมผลการเข้าถือหุ้นใน TAA เพิ่มจาก 55% เป็น 100% ซึ่งจะทำให้มีการรับรู้ ผลการดำเนินงานจาก TAA มากขึ้นและจะทำให้มีผลกระทบต่อ EPS dilution ราว 31% ซึ่งมองว่าคุ้มค่ากับที่การทำให้ธุรกิจเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง และคาดว่าจะกลับมามีกำไรแข็งแกร่งหลังจากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย และการท่องเที่ยวจะทยอยกลับมาฟื้นตัวเป็นปกติในช่วงอีก 2 ปี ข้างหน้ามองเป็นบวกระยะยาวมากกว่า


ขณะที่ระยะสั้น ราคาหุ้นอาจถูกกดดันจาก dilution effectและผลการดำเนินงานไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ที่จะขาดทุนสูง โดยมองว่าการปรับโครงสร้างกิจการครั้งนี้ แม้ จะเกิด dilution effect ค่อนข้างมาก แต่จะช่วยสร้างเกิดความเชื่อมั่นต่อ TAA ทำให้มีเงินทุนเพียงพอในการดำเนินธุรกิจผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ซึ่งจะเป็นบวกต่อภาพรวมธุรกิจในระยะยาว


สำหรับ AAV เราอยู่ระหว่างปรับคำแนะนำและราคาเป้าหมายขึ้นจากเดิมที่เราแนะนำขาย ราคาเป้าหมาย 1.90 บาท อิง 2021E PBV ที่ 1.1 เท่า (5-yr average PBV) ด้านราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นและoutperform SET +22% ในช่วง 2 เดือน สะท้อนความคาดหวังแผนการปรับโครงสร้างกิจการไปมากแล้ว


ขณะที่ระยะสั้นราคาหุ้น AAV อาจกลับมา underperform จากความกังวลต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในงวด ครึ่งปีหลัง 64 ที่จะมีผลขาดทุนค่อนข้างมาก รวมถึงผลการดำเนินงานยังมี downside จากต้นทุนราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมาก ทั้งนี้ ประเมินผลการดำเนินงานปี 64 ขาดทุน -6.6 พันล้านบาท (ปี 63 ขาดทุน -4.8 พันล้านบาท) ส่วนปี 65 จะขาดทุน -2.7 พันล้านบาท ซึ่งหากมีการเข้าหุ้น TAA เพิ่มขึ้นนี้เป็น 100% จะมีผลทำให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น ส่วน EPS จะติดลบน้อยลง

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่