ทำความรู้จักกับ “ปิ่นทอง” ใน 6 ข้อ หุ้นไอพีโอผู้พัฒนาและบริหารนิคมฯ

อีกหนึ่งหุ้นไอพีโอนิคมอุตสาหกรรมอย่างบริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ PIN ล่าสุดได้เปิดยุทธศาสตร์ผู้พัฒนาและบริหารนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จะมีความน่าสนใจแค่ไหน Wealthy Thai สรุปมาให้นักลงทุนแล้ว


โดยในงานแถลงข่าวครั้งนี้ผ่านการเปิดเผยของ นายพีระ ปัทมวรกุลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PIN นายสุรัช พัฒนวงศ์ยืนยง ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ PIN นายพิมล เลิศทรัพย์อนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน PIN นายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และ นายธนัท วงษ์ชูแก้ว กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.หลักทรัพย์ กรุงศรี ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย



1.PIN คือใคร?

PIN มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญดำเนินธุรกิจพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์มานานกว่า 25 ปี โดยมุ่งพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม พร้อมระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันของผู้ประกอบการในพื้นที่พาณิชยกรรม ภายใต้การดำเนินงานร่วมกันระหว่างบริษัทฯ และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) (นิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน) รวมถึงเป็นผู้พัฒนาอาคารโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าและเพื่อขายสำหรับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมบนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่โลจิสติกส์ (Logistics Park) นอกจากนี้ ยังลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค (PPF) และเป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ของ PPF อีกด้วย


PIN เป็นหนึ่งในผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ในจังหวัดชลบุรีและระยอง ที่มีความโดดเด่นในด้านทำเลที่ตั้งของโครงการที่อยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนของประเทศ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ใกล้กับท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึกหลักในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และอยู่บนถนนสายหลักที่เชื่อมต่อสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินอู่ตะเภา


ปัจจุบันมีนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง และโครงการ Logistics Park ที่เปิดดำเนินการแล้วรวม 6 โครงการ ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง โครงการ 1 (PIN1) นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง (แหลมฉบัง) (PIN2) นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง โครงการ 3 (PIN3) นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง โครงการ 4 (PIN4) นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง โครงการ 5 (PIN5) และโครงการ Logistics Park จำนวน 1 โครงการ ได้แก่ โครงการปิ่นทองแลนด์ (PL) โดยมีพื้นที่ที่พัฒนาแล้วกว่า 7,500 ไร่



2.วัตถุประสงค์ของการระดมทุน

เงินที่ได้จากการระดมทุนจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งการดำเนินงานจากแผนการลงทุนโครงการ Logistics Park แห่งใหม่ เพื่อรองรับการลงทุนของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมและเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ส่วนที่เหลือนำไปชำระคืนเงินกู้และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานต่อไป อันจะทำให้บริษัทฯ มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และเพิ่มศักยภาพในการสร้างการเติบโตของรายได้แก่บริษัทฯ ได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคงต่อไป


บริษัทจะพัฒนาโครงการใหม่จำนวน 2 โครงการที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ประกอบด้วย โครงการนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 6 (PIN6) พื้นที่โครงการประมาณ 1,322 ไร่ ที่จังหวัดระยอง ภายใต้แนวคิด Eco Industrial Town ตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด และสนามบินอู่ตะเภา เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมสมัยใหม่ (S-Curve) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในกระบวนการผลิตเป็นหลัก ก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามนโยบายของภาครัฐได้เป็นอย่างดี โดยคาดว่าจะเปิดขายพื้นที่ในเฟสแรกในโครงการนิคมอุตสาหกรรมปิ่น 6 ได้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้  


และโครงการ Logistics Park แห่งใหม่ โดยพัฒนาที่ดินและสร้างอาคารโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า บนพื้นที่ของโครงการที่ประกอบด้วยเขตปลอดอากร (Free Zone) และเขตทั่วไป (General Zone) คาดว่าจะเริ่มพัฒนาโครงการได้ภายในปลายปีนี้ ซึ่งผลักดันโครงสร้างรายได้ประจำและสม่ำเสมอ (Recurring Income) เพิ่มขึ้นไปยังระดับ 40-50% ในช่วง 3-5 ปี จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 20-30% ของรายได้รวม เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการเช่าโรงงานหรือคลังสินค้า และการให้บริการสาธารณูปโภคต่างๆ 



3.ความคืบหน้าการเสนอขายหุ้น IPO

บริษัทจเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 290 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้น ล่าสุด PIN อยู่ระหว่างการรออนุมัติไฟลิ่ง จากสำนักงาน ก.ล.ต. โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถเสนอขายหุ้น IPO ได้ ภายหลังได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน กลต. เบื้องต้นคาดว่าจะเสนอขายหุ้นไอพีโอประมาณปลายเดือนต.ค. หรือต้นเดือนพ.ย.นี้



4.จุดเด่นของ PIN

PIN มีจุดเด่นที่สำคัญในเรื่องทำเลที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดของ PIN ที่อยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนของประเทศ ในพื้นที่ EEC และโอกาสเติบโตจากโครงการใหม่ๆ เช่น โครงการ Logistics Park โครงการปิ่นทอง 6 และโครงการสาธารณูปโภคที่สนับสนุนการประกอบธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ทั้งโครงการท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จึงทำให้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของ PIN ได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ ของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยในระยะยาว


กลุ่มเป้าหมายหลักของลูกค้าจะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve เพื่อผลักดันประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจ 4.0 ประกอบกับจุดเด่นด้านแนวคิดการพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Industrial Town) และแผนมุ่งยกระดับโครงการนิคมอุตสาหกรรมไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ  Smart City เพื่อเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในไทยและภูมิภาค


นอกจากนี้ ด้วยบริการที่ครบวงจรของบริษัท เช่น โรงงานและคลังสินค้าให้เช่า การให้บริการ One-stop service และบริการหลังการขาย ส่งผลให้ลูกค้าประทับใจและมีการบอกต่อหรือแนะนำลูกค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน สร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุนได้เป็นอย่างดี


PIN จัดเป็นหุ้นของกิจการที่อยู่ในช่วงเติบโต (Growth Stock) และมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการภายหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินทุนสำรองตามกฎหมายและทุนสำรองอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย



5.ผลประกอบการย้อนหลัง

ภาพรวมรายได้จากการขายและการบริการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2561-2563) อยู่ที่ 888.88 ล้านบาท 789.28 ล้านบาท และ 1,062.85 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ 216.43 ล้านบาท 223.70 ล้านบาท และ 403.89 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยการเติบโตที่ดีในปีที่ผ่านมานั้น มาจากการขายที่ดินที่พัฒนาแล้วในโครงการ PIN3, PIN4 และ PIN5 มากขึ้น และยังสามารถเพิ่มสัดส่วนของรายได้ประจำและสม่ำเสมอ (Recurring Income) ซึ่งมาจากรายได้การให้เช่าและให้บริการเพิ่มขึ้นรวมถึงบริหารควบคุมค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพ


แม้เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนต่างประเทศไม่สามารถเดินทางมาดูพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและทำสัญญาได้ แต่ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการลูกค้าและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การจัดประชุมและให้ข้อมูลโครงการผ่านทางออนไลน์ เพื่อให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามแก่ลูกค้าในช่วงที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนการเติบโตที่ดีของผลการดำเนินงาน


ส่งผลให้รายได้จากการขายที่ดินสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 205.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากจำนวนที่ดินที่ขายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิ 99.31 ล้านบาท เติบโตขึ้น 79% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 55.57 ล้านบาท 



6.เป้าหมายการเติบโต

บริษัทวางเป้าหมายในช่วง 4-5 ปี Recurring Income จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 40-50% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 20-30% ของรายได้รวม


ส่วนการเปิดประเทศนั้นถือว่าเป็นผลดี เพราะจะทำให้ผู้บริหารระดับสูงของแต่ละบริษัทสามารถเข้ามายังประเทศไทยได้สะดวกมากขึ้น โดยประเทศไทยถือเป็น Hub อาเซียน ที่มีความโดดเด่น จึงทำให้ต่างชาติมีความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างมาก


“เรามีเป้าหมายมุ่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างมั่นคงและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและความเป็นอยู่ของชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีแผนต่อยอดพัฒนานิคมอุตสาหกรรมปิ่นทองไปสู่เมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะ หรือ SMART CITY โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้บริหารจัดการเมืองนิคมอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงแผนพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติม รองรับการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve เสริมสร้างความยั่งยืนให้แก่การดำเนินงานของบริษัทฯ ต่อไป นายพีระ กล่าว

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”