รวบแล้ว แก๊งลูก BTS !! เมื่อลงทุนแล้วทำอะไรร่วมกันบ้าง

บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ถือเป็นบริษัทที่มีการกระจายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง  จนมูลค่าพอร์ตในปัจจุบันมีมูลค่ามากถึง 43,199 ล้านบาท ดังนั้นครั้งนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาสำรวจกันดูว่า ปัจจุบัน BTS ถือหุ้นอะไรอยู่บ้าง โดยกำลังจะมีแผนทำอะไรร่วมกัน ทั้งทางตรง และทางอ้อม


จากข้อมูลล่าสุด BTS มีพอร์ตการลงทุนใน VGI คิดเป็นสัดส่วน 21.95% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 16/07/2564), U-P คิดเป็นสัดส่วน 40.34% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 02/03/2564), BTSGIF คิดเป็นสัดส่วน 33.33% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30/06/2564)


U คิดเป็นสัดส่วน 36.22% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 02/03/2564), AU คิดเป็นสัดส่วน 9.77% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 10/05/2564), NOBLE คิดเป็นสัดส่วน 9.13% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 25/08/2564), HUMAN คิดเป็นสัดส่วน 10.15% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 24/08/2564), MACO คิดเป็นสัดส่วน 14.58% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 25/10/2564)


YGG คิดเป็นสัดส่วน 9.09% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 24/08/2564), SFLEX คิดเป็นสัดส่วน 6.71% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 16/09/2564), ANAN คิดเป็นสัดส่วน 5.01% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 05/11/2564),


BKD คิดเป็นสัดส่วน 9.25% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 12/03/2564), PSTC คิดเป็นสัดส่วน 2.28% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 22/03/2564), J คิดเป็นสัดส่วน 4.19% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 21/04/2564) และSRIPANWA คิดเป็นสัดส่วน 5.99% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 09/03/2564)


จากรายละเอียดดังกล่าว BTS เข้าถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 15 บริษัท โดยมีมูลค่าพอร์ตรวมกันอยู่ที่ระดับ 43,199 ล้านบาท (อ้างอิงจาก stockradars ข้อมูล ณ วันที่ 18 พ.ย.64) อย่างไรก็ตามการเข้าถือหุ้นของ BTS ในบริษัทใด บริษัทหนึ่ง จะมีแผนร่วมมือทางธุรกิจกันเสมอ ดังนั้นวันนี้ Wealthy Thai จะมานักลงทุนาอัพเดทการ Synergy ว่ามีอะไรบ้าง


ทั้งนี้ BTS มีกลยุทธ์เชิงนวัตกรรม – กลยุทธ์ 3M ที่ประกอบไปด้วย MOVE, MIX และ MATCH โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่าย MOVE และ MIX ที่บริษัทริเริ่มมาตั้งแต่แรก และให้บริการด้านนี้แต่เพียงผู้เดียว ซึ่ง BTS มีความเชื่อว่ การแบ่งปันการเข้าถึงข้อมูลและแพลตฟอร์มต่างๆ ของ BTS นั้น จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดความสำเร็จให้กับกลุ่มบริษัทและพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งท้ายที่สุดจะนำมาซึ่งการเสริมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการทำงานร่วมกันทางธุรกิจต่อไป



VGI เข้าลงทุนใน KEX

หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ นับตั้งแต่ที่ VGI เข้าลงทุนใน KEX ในเดือนกรกฎาคม 2561 โดย VGI และ KEX ได้ร่วมกันเปิดตัวผลิตภัณฑ์ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และได้สร้างประโยชน์ร่วมกันจากการใช้เครือข่ายการขนส่งพัสดุของเคอรี่ เอ็กซ์เพรส, จำนวนผู้รับชมสื่อของ VGI จากการให้บริการแบบออฟไลน์สู่ออนไลน์ (Offline-to-Online solutions) รวมถึงโอกาสในการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยข้อมูล่าสุด VGI ถือหุ้นใน KEX สัดส่วน 18.06% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 25/08/2564)



PLANB บริหารสื่อโฆษณากลางแจ้งในประเทศ

เมื่อปี 2562 ได้เกิดดีลใหญ่ขึ้น อย่างการประกาศขยายการลงทุนระหว่าง MACO, PLANB และ VGI โดยภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 20/10/2564 VGI ถือหุ้น PLANB สัดส่วน 18.59% ขณะที่ ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 25/10/2564 PLANB ถือหุ้น MACO ในสัดส่วน 9.98% ซึ่งการลงทุนในครั้งนั้น MACO ออกมาเปิดเผยว่า จะมุ่งเน้นในกรขยยธุรกิจสื่อโฆษณไปยังต่งประเทศอย่งเต็มตัว โดยจะมอบหมยให้ PLANB เข้เป็นผู้บริหรจัดกรสื่อโฆษณกลงแจ้งภยในประเทศที่ MACO เป็นเจ้ของทั้งหมด



BTS ผุดบริษัทร่วมทุนกับ HUMAN และ “
อิออน”

เหตุการณ์ที่น่าสนใจถัดมา เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564 BTS ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ บริษัท แรบบิท แคช จำกัด (Rabbit Cash) โดยเป็นการร่วมมือระหว่างบริษัท บีเอสเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด (77.0%) บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ หรือ AEONT (18.0%) และบริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) หรือ HUMAN (5.0%) ซึ่ง Rabbit Cash ตั้งเป้าหมายที่จะให้บริการสินเชื่อสวัสดิการสำหรับพนักงานที่มีความสนใจและอยู่ภายใต้การจัดการของ Humanica ที่มีฐานพนักงานอยู่มากกว่า700,000 คน และคาดว่าจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ เพิ่มเติมอีกด้วย



VGI ลงทุนใน JMART หวังสร้าง synergy

ขณะที่เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2564 ได้เกิดบิ๊กดีลขึ้นอีกครั้ง VGI ประกศกรเข้ลงทุน 15% ในบริษัท เจ มร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART โดยกรลงทุนนี้ VGI เผยว่า จะช่วยเสริมควมแข็งแกร่งให้แก่วีจีไอในด้นกรตลดแบบออฟไลน์สู่ออนไลน์ (O2O) และเสริมควมแข็งแกร่งในธุรกิจกรจัดจำหน่ยที่มกขึ้น และกรร่วมมือของทั้งสองบริษัทจะช่วยให้ทั้งวีจีไอและ JMART สามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และสร้าง synergy ด้านการจัดจำหน่าย จากการขายผลิตภัณฑ์ของ Fanslink ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีอยู่ทั่วประเทศของทั้ง JMART และ SINGER อีกทั้งกรรับสินค้ หรือให้บริกรผ่นพื้นที่กรให้บริกรของ BTS



U ทรานฟอร์มสู่ธุรกิจการเงินและการลงทุน

ในวันเดียวกัน U ประกศกรเข้ลงทุนจำนวน 7.2 พันล้นบท หรือคิดเป็น 24.9% ใน SINGER และกรเข้ลงทุนจำนวน 10.4 พันล้นบทหรือคิดเป็น 9.9% ใน JMART และในวันเดียวกันนี้ U ยังได้ประกศกรเข้ลงทุนจำนวน 2.1 พันล้นบท หรือคิดเป็น 75.0% ในบริษัท แอ๊ดวนซ์ ไลฟ์ ประกันชีวิต จำกัด (มหชน) (A Life) โดยกรเข้าลงทุนต่างๆ เหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับทิศทางในการดำเนินธุรกิจของ U ท่มกลงกรแพร่ระบดของโรคโควิด-19 โดย U มีควมตั้งใจที่จะยุติกรดำเนินงนในธุรกิจโรงแรมและบริกร และ ธุรกิจอสังหริมทรัพย์ ซึ่ง U จะกลยเป็นศูนย์กลงด้นกรบริกรทงกรเงินและกรลงทุนของบีทีเอส กรุ๊ป


สรุปง่ายๆ VGI และ U เข้าลงทุนในบริษัทของกลุ่ม JMART จำนวนทั้งสิ้น 1.75 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ จะเข้าลงทุน 24.9% SINGER เพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจให้กลายเป็นหน่วยธุรกิจทางการเงินของกลุ่ม BTS นอกจากนี้ U และ VGI ยังร่วมกันลงทุนใน JMART เป็นจำนวนรวมกว่า 1.04 หมื่นล้านบาท โดย U ถือหุ้นในสัดส่วน 9.9% และ VGI ถือหุ้นในสัดส่วน 15.0% 


ถัดมาเหตุการณ์วันที่ 27 ตุลาคม 2564 บริษัท แรบบิท แคช จำกัด (RCash) ร่วมกับ KEX  และ HUMAN เปิดตัวกรให้บริกรสินเชื่อผ่นแพลตฟอร์มดิจิตัล 100% ยใต้แนวคิด “Money Rabbolution สร้งเครดิตด้วยชีวิตออนไลน์” ทั้งนี้ RCash มีแผนเปิดตัวกรให้บริกรสินเชื่ออย่งเป็นทงกรในไตรม4 ปี 2564/65 ยหลังจกได้รับใบอนุญตประกอบธุรกิจสินเชื่อจกธนรแห่งประเทศไทย โดยผลิตภัณฑ์ที่จะนำเสนอในระยะแรกได้แก่ สินเชื่อนาโน สินเชื่อสวัสดิการสินเชื่อเงินด่วน และบริการสินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลัง



MACO ผนึก YGG รุกตลาดเกม

และเหตุการณ์ล่าสุด MACO ออกมาเปิดเผยว่า MACO และ YGG ทุ่มงบ 200 ล้านบาทประกาศจับมือร่วมทุนถือหุ้นสัดส่วน 50:50 ในนามบริษัท TBD สานต่อกลยุทธ์ MATCH ของ BTS Group เข้าสู่ตลาดเกมขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งจะดำเนินธุรกิจประเภท ดิจิทัลคอนเทนค์ - เกมออนไลน์ โดยกลุ่มเล็งเห็นแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในโลกอนาคตโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกมออนไลน์ และคาดว่าภายใน 3 ปี จะสามารถปล่อยเกมใหม่สู่ตลาดได้ 5-7 เกม


โดยรายงานจาก MACO ยังเผยอีกว่า ด้วยเหตุนี้ภายหลังจาก BTS Group ได้เข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน YGG ปัจจุบันมีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 9.09% ตั้งแต่เดือนธันวาคม 63 ที่ผ่านมา และได้มองหาโอกาสในการสร้างและผนึกกำลังที่มีศักยภาพระหว่างบริษัทในเครือมาเป็นพันธมิตรร่วมผลักดันยุทธศาสตร์ให้เกิดขึ้นตามแผนการที่วางไว้ นี่จึงเป็นที่มาของการร่วมทุนระหว่าง MACO และ YGG โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าสำหรับทั้งสองบริษัท


อย่างไรก็ตามด้วยศักยภาพของตลาดเกมในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การตัดสินใจร่วมทุนระหว่างทั้งสองบริษัทนั้น มีเป้าหมายหลักคือเพื่อดำเนินธุรกิจ Game Publishing ซึ่งมีจุดหมายปลายทางที่สำคัญคือการไปสู่ฐานะผู้พัฒนาเกม คือภารกิจภายใต้บริษัทร่วมทุนนี้ MACO และYGG จะวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้เผยแพร่ และนำเข้าเกมในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับการเป็นผู้พัฒนาเกม ไปจนถึงการให้บริการลูกค้าภายในประเทศ ทั้งยังให้บริการด้านการตลาดสำหรับนักพัฒนาเกมด้วย  ซึ่งความร่วมมือนี้จะเกิดขึ้นบนอีโคซิสเต็มของเกมและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกมไทยให้เติบโตไปสู่ตลาดโลก



เปิดคำทำนายนักวิเคราะห์

กลุ่ม BTS ฟื้นตัวดี-ปรับตัวสู่แพลตฟอร์มใหม่ๆ หลายธุรกิจในกลุ่ม BTS ทยอยฟื้นตัวตามการเปิดเมือง การปรับตัวธุรกิจไปสู่แพลตฟอร์มใหม่ๆจะสร้าง กำไรได้ดี BTSGIF จำนวนผู้โดยสารฟื้นตัว ได้ผลดีเปลี่ยนโปรโมชัน, VGI มี Fanslink เสริมรายได้ และจะมีกำไรจาก JMART, U ผันตัวสู่ธุรกิจการเงิน คาดปีหน้ากำไร และ MACO มุ่งกระจายความเสี่ยง, ต่างประเทศฟื้น


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด รายงานว่า ได้ปรับประมาณการปีนี้และปีหน้าดีขึ้น สำหรับปีนี้ (สิ้นสุด มี.ค.65) ปรับเพิ่มให้ 6% เนื่องจากกำไรพิเศษในช่วงครึ่งปีแรก 64- 65 สูงเป็น 839 ล้านบาท มากกว่าสมมุติฐานเดิมที่ 580 ล้านบาทแล้ว


ส่วนงวดปีหน้าหรือ 65-66 (สิ้นสุด มี.ค.66) ให้มีกำไรพิเศษเท่ากับปีนี้ไปก่อน รวมทั้งปรับกำไรตามส่วนได้เสีย (Equity Income) เพิ่มขึ้น 33% เป็น 950 ล้านบาท สอดรับกับแนวโน้มการทำกำไรของกลุ่มบริษัท ซึ่งประกอบด้วยหลายบริษัทที่มีแนวโน้มจะฟื้นตัวดีขึ้นมาก เพราะได้มีการปรับตัวทางแพลตฟอร์มธุรกิจครั้งสำคัญ ที่จะได้กล่าวในรายละเอียดต่อไป


ทั้งนี้มองแนวโน้มไปงวดปีหน้า กำไรของบริษัทในกลุ่มสำคัญยิ่ง เนื่องจากรายได้จากการก่อสร้าง และ E&M ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลืองจะลดลง เพราะใกล้เสร็จแล้ว คาดว่ารายได้จะลดลงเป็น 12 พันล้านบาท จากงวดปีนี้ที่ 14-15 พันล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมมีโอกาสจะดีขึ้น เพราะรายได้ส่วนนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำที่ราว 6-8%


ทางด้านรายได้จากการบริหารเดินรถก็มีโอกาสจะไม่เติบโตสูงเท่าปีนี้ ซึ่งมีการรับรู้รายได้จากสายสีเขียวส่วนขยายเต็มปี (เปิด ธ.ค. 63) ต้องอาศัยการเติบโตแบบธรรมชาติ จึงอาจกล่าวได้ว่าการจัดทำงบรวมกับ VGI และกำไรตามส่วนได้เสียจากบริษัทร่วมและร่วมค้า จึงมีความสำคัญต่อการเติบโตของกำไรในปีหน้า



BTSGIF จำนวนผู้โดยสารทยอยฟื้นตัวแล้ว

ตั้งแต่เกิดโรคระบาดโควิด-19 จำนวนผู้โดยสารปรับลงอย่างเห็นได้ชัด สำหรับ ก.ย.64 เฉลี่ยต่อวันที่ 160,000 เที่ยวคน แต่ตัวเลขปรับตัวดีขึ้นเมื่อทยอยเปิดเมือง คือ ต.ค.64 เฉลี่ยต่อวันที่ 230,000 เที่ยวคน และปัจจุบัน MTD ของ พ.ย.64 อยู่ที่ราว 280,000-300,000 เที่ยวคน ด้านการปรับเปลี่ยนโปรโมชั่น ไม่ให้ส่วนลดตั๋วโดยสารแบบเดือนมาเป็นสะสมคะแนน สุทธิแล้วจะได้รับกำไรขั้นต่ำแบบ Minimum Guarantee จาก BTS ที่ 40 ล้านบาท หากทำได้มากกว่าก็รับส่วนนี้ไป แม้ว่าอายุสัมปทานในปัจจุบันเหลือแค่ถึงปี 2572 แต่หากในที่สุด BTS ได้รับการยืดอายุสัมปทานไปอีก 30 ปี ทาง BTSGIF ก็มีสิทธิ์จะเข้าไปซื้อสัมปทานใหม่นี้ เพื่อยืดอายุได้อีก



VGI ปรับแพลตฟอร์มธุรกิจได้อย่างน่าทึ่ง

ในช่วงที่สื่อโฆณาประเภทนอกบ้าน เช่น BTS หรือ อาคารสำนักงานไม่ สดใส ก็จะมีธุรกิจของ Fanslink ที่เข้าถือหุ้นมา 51% ช่วยให้รายได้เป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ จะให้มาร์จิ้นไม่สูง ซึ่งในช่วงแรกจะมีส่วนลดค่อนข้างมาก เพื่อแนะนำสินค้า แต่คาดว่าในระยะกลางถึงยาว มาร์จิ้นจะสู่ภาวะปกติได้ และตั้งแต่ไตรมาส 4/64-65 (ม.ค.-มี.ค.65) ก็จะมีการแบ่งกำไรในสัดส่วน 15% มาจาก JMART อีกส่วนอีกหนึ่ง ธุรกิจที่น่าสนใจ คือ Rabbit Cash คือ ปล่อยกู้แบบดิจิตัล ดอกเบี้ยไม่สูง ก็คาดว่าจะมีศักยภาพในอนาคต



U ผันตัวสู่ธุรกิจการเงิน

จากเดิมเน้นธุรกิจโรงแรมที่ยุโรป ซึ่งคาดว่าอีกนานกว่าจะฟื้นตัว และหากมองข้ามไปปี65 ก็มีแนวโน้มจะสดใส เพราะจะผันตัวเองไปทำธุรกิจการเงินในกลุ่ม BTS แทน โดยการเพิ่มทุนสำเร็จ 15.7 พันล้านบาทไปคืนเงินกู้ จะช่วยประหยัดดอกเบี้ยจ่ายมาก และลงทุนใหม่ๆ ส่วนการลงทุนใน JMART 9.9% และ SINGER 24.9% ก็จะเพิ่มกำไรในปี 65 ได้อีก ด้านการขายโรงแรมออกไป ก็จะนำเงินไปทำ M&A ได้ธุรกิจการเงินเข้ามาเพิ่มแบบลัด ติดตามว่าจะมีดีลใหม่ๆ คาดการขายโรงแรมในล็อตท้ายๆจะมีความคืบหน้าไม่นานจากนี้ และงวดปี 65 คาดจะมีกำไรและปันผลได้



MACO มุ่งกระจายความเสี่ยง, ต่างประเทศฟื้น

ล่าสุดทาง PLANB จะซื้อสินทรัพย์สื่อโฆษณานอกบ้านบางพื้นที่ มูลค่าราว 500 ล้านบาท ยังผลให้รายได้ที่ PLANB รับประกันรายได้ขั้นต่ำให้ปีละ 660 ล้านบาท จะลดลงเหลือราว 250 ล้านบาท แต่บริษัทก็จะนำเงินส่วนนี้รวมกับเม็ดเงินเพิ่มทุนใหม่ไปใช้ประโยชน์คือ ลดดอกเบี้ยจ่ายจากการคืนหนี้เงินกู้ราว 1 พันล้านบาท และเงินส่วนที่เหลือไปซื้อธุรกิจลักษณะ New Economy ล่าสุดมีการร่วมทุนกับ YGG ทำ Content แบบดิ จิตัล และเกม ก็เพื่อกระจายความเสี่ยงได้ดีขึ้น ทั้งนี้ในส่วนธุรกิจต่างประเทศ เช่น มาเลเซียและอินโดนีเซีย ก็เริ่มกลับมาฟื้นตัวดี หลังโรคโควิดคลี่คลาย อีกทั้งจะจับมือกับพันธมิตรรุกตลาดเวียดนามด้วย


คงคำแนะนำ ซื้อ สำหรับราคาพื้นฐานใหม่เลื่อนไปใช้ปีหน้า ประเมินด้วยวิธี SOP ราคาพื้นฐาน 11.28 บาท (เดิม 10.05 บาท) ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 15% ด้านอัตราผลตอบแทนปันผลคาดว่าอยู่ที่ 3.5% แม้สายสีชมพูเปิดล่าช้ากว่าแผน จากเดิมครบทุกสถานีภายในปี 65 ก็เลื่อนไปต้นปี 66 แต่ก็จะได้รับชดเชยจาก รฟม. นั่นคือ สามารถเปิดได้บางส่วนก่อน โดยยังไม่นับเป็นเวลาสัมปทาน ทั้งนี้ในส่วนแรกทั้งสายสีเหลือง และชมพูจะเปิดราวกลางปี 65 บริษัทคาดว่าในระยะกลาง-ยาวเมื่อผู้โดยสารมาก จะได้กำไรสูง



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”