Official Update :

รวม 5 หุ้นวัคซีน Covid-19 Astrazeneca ขายวัคซีนราคาถูก

ล่าสุด Astrazeneca และมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ประกาศผลทดสอบวัคซีนป้องกันไวรัส Covid-19 มีประสิทธิภาพในการป้องกันได้ 90% โดยวัคซีนตัวล่าสุดนี้สามารถทำให้คนทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนได้สะดวกยิ่งขึ้น จากความกังวลก่อนหน้านี้ทั้งอุณหภูมิระหว่างขนส่ง และค่าใข้จ่ายต่อโดส โดย Astrazeneca ประกาศว่า ต้องการให้วัคซีนเข้าถึง "คนทั่วโลก" ไม่แสวงหากำไร โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา ราคาวัคซีนจึงอยู่ที่ประมาณ 2.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อโดสเท่านั้น และมีกำลังการผลิต 3,000 ล้านโดสในปี 2564 ทั้งนี้สำหรับความคืบหน้าสถานการณ์ Covid-19 ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ป่วย Covid-19 สะสม 59.1 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1.4 ล้านคน (ข้อมูลวันที่ 24 พ.ย.63)

วันนี้ Wealthy Thai เลยรวบรวมหุ้นบริษัทยาที่ผลิตวัคซีน Covid-19 รวมทั้งหมด 7 ตัว ประกอบด้วย PFIZER, MODERNA, JOHNSON&JOHNSON, ASTRAZENECA และ CANSINOBIO มาฝากกันว่าหุ้นแต่ละตัวเป็นอย่างไรบ้าง และนอกจาก PFIZER และ MODERNA แล้ว บริษัทที่เหลือมีความคืบหน้าในการทดลองวัคซีน Covid-19 อย่างไรบ้าง?

PFIZER หรือไฟเซอร์ (ตลาด NYSE) เป็นบริษัทยาสัญชาติอเมริกันที่ใหญ่ติด Top3 ของโลก ที่ปัจจุบัน (18 พ.ย.63) มีมาร์เก็ตแค็ปประมาณ 207,490 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย 6,261,633 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย30.178 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยการทดลองผลิตวัคซีน Covid-19 ของ PFIZER และ BIOTECN จากเยอรมนีมีความคืบหน้ามากที่สุดเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆ และล่าสุดไฟเซอร์ประกาศจะผลิตวัคซีนได้มากถึง 50 ล้านโดสในปี 2563 และสูงถึง 1,300 ล้านโดสในปี 2564 ทั้งนี้บริษัทยังคงพัฒนาการทดลองต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าวัคซีนได้ประสิทธิภาพจริงๆ

Moderna ได้เปรียบเรื่องอุณหภูมิ สะดวกต่อการขนส่งมากกว่า Pfizer

MODERNA (ตลาด NASDAQ) บริษัทยาสัญชาติอเมริกัน ที่ประกาศผลการทดลองวัคซีน Covid-19 สูงที่สุดในขณะนี้ หรือมีประสิทธิภาพการป้องกัน 94.5% แช่แข็งในอุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าเป็นการเก็บรักษายาที่ง่ายกว่า PFIZER มาก ที่ต้องแช่แข็งในอุณหภูมิถึง -80 องศาเซลเซียส ทั้งนี้สำหรับปริมาณวัคซีนที่จะผลิต ในปีนี้บริษัทเตรียมส่งยา 20 ล้านโดสให้สหรัฐก่อนเป็นประเทศแรกภายในปีนี้ และเตรียมจำหน่ายให้ทั่วโลก 500-1,000 ล้านโดสในปี 2564 ปัจจุบัน (18 พ.ย.63) บริษัทมีมาร์เก็ตแค็ปประมาณ 38,760 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย 1,169,699 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย 30.178 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ)

JOHNSON&JOHNSON อยู่ระหว่างทดลองเฟส 3

JOHNSON&JOHNSON (ตลาด NYSE) บริษัทยาที่ใหญ่ที่สุดในโลกสัญชาติอเมริกัน ปัจจุบันก็อยู่ระหว่างการทดลองวัคซีน Covid-19 เฟสที่ 3 เช่นกัน โดย JOHNSON&JOHNSON ใช้จำนวนคนทดลองประมาณ 60,000 คน และได้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อประสานงานกับมหาวิทยาลัยเยล เพื่อให้การต้านวัคซีนมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยตัววัคซีนพัฒนามาจากวัคซีนต้านโรคซาร์สเช่นกัน ปัจจุบัน (18 พ.ย.63) บริษัทมีมาร์เก็ตแค็ปประมาณ 397,120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย 11,984,287.4 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย 30.178 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ)

ASTRAZENECA…ราคาถูก ส่งไว ใช้อุณหภูมิต่ำ

ASTRAZENECA หรือแอสตร้าเซนเนก้า (ตลาด NASDAQ) บริษัทยาสัญชาติอังกฤษ ที่เพิ่งประกาศผลทดสอบวัคซีนออกมาล่าสุด ซึ่งสาเหตุที่ผลออกมาล่าช้า เนื่องจากระหว่างการทดลองในช่วงเดือนก.ย.63 มีผู้เสียชีวิตระหว่างการทดลองในเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ต้องหยุดการทดลองออกไปก่อน ทั้งนี้หากบริษัททดลองวัคซีน Covid-19 สำเร็จ จะจำหน่ายทั่วโลกที่ประมาณ 1,000-1,300 ล้านโดสในปีหน้า


ซึ่งความโดดเด่นของ ASTRAZENECA ที่เหนือกว่าบริษัทอื่นคือ นอกจากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตมากที่สุดแล้ว ยังมีความได้เปรียบเรื่องการขนส่ง ใช้อุณหภูมิแค่ 2-8 °C เท่านั้น แก้ปัญหาการเข้าถึงวัคซีนของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งไทยเองก็เตรียมใช้วัคซีนของ ASTRAZENECA เช่นกัน โดยกระทรวงสาธารณสุขมีแผนพัฒนาร่วมกับสยามไบโอไซเอนซ์ ทั้งนี้ปัจจุบัน (18 พ.ย.63) ASTRAZENECA มาร์เก็ตแค็ปประมาณ 147,730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย 4,458,195.94 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย 30.178 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ)

CANSINOBIO บริษัทแรกในโลกที่เริ่มทดลองผลิตวัคซีนต้าน Covid-19

ตัวสุดท้ายคือ CANSINOBIO (ตลาดฮ่องกง) ซึ่งถ้าใครพอจะจำกันได้ช่วงที่มีข่าวว่าจีนผลิตวัคซีน Covid-19 เอง ก็มาจากบริษัท CANSINOBIO นี่เอง ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการทดลองเฟส 3 เช่นกัน โดยร่วมมือกับ CanSino Biologics (บริษัทยาของจีน) ซึ่งความน่าสนใจของ CANSINOBIO คือการใช้คนเอเชียประมาณ 10,000 คนเป็นผู้ทดลอง และด้วยความได้เปรียบของการเป็น “พี่ใหญ่ในเอเชีย” ทำให้บริษัทได้ทำเอ็มโอยูพัฒนาวัคซีนร่วมกับ Shanghai Pharmaceuticals Holdings และ Solution Biologics บริษัทยามาเลเซีย

ทั้งนี้ปัจจุบัน (18 พ.ย.63) CANSINOBIO มาร์เก็ตแค็ปประมาณ 86,720 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือคิดเป็นเงินไทย 340,809.6 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย 3.93 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ฮ่องกง)

อย่างไรก็ตามแม้ว่าบริษัท CANSINOBIO จะใหญ่ไม่เท่ากับบริษัทยาจากซีกตะวันตก แต่มีการทำงานร่วมกับบริษัทยาของจีนหลายแห่ง ซึ่งสุดท้ายประเมินว่าจะผลิตวัคซีนได้ประมาณ 300 ล้านโดส นอกจากนี้ในจีนเองปัจจุบันบริษัทยา Sinovac Biotech ได้ร่วมมือกับ Ali Tech ในเครืออาลีบาบาพัฒนาวัคซีน ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าจะได้เห็นบริษัทยารายใหญ่ของจีน เกิดขึ้นจาก “โอกาสการผลิตวัคซีน Covid-19” อีกไม่ต่ำกว่า 3-5 บริษัท

ที่มา :

https://www.investors.com/news/technology/pfizer-stock-buy-now/

https://www.fool.com/investing/2020/11/16/why-moderna-stock-is-spiking-today/

https://www.marketwatch.com/investing/stock/pfe

https://www.jnj.com/latest-news

https://www.globaltimes.cn/content/1201811.shtml

https://www.aljazeera.com/news/2020/11/23/astrazeneca-covid-19-vaccine-can-be-90-effective-results-show

https://www.astrazeneca.com/content/astraz/media-centre/press-releases/2020/azd1222hlr.html