Official Update :

ศักดิ์สยามลิสซิ่งหุ้นใหม่ขวัญใจชาวบ้าน รุกโมเดลขยายสาขาสู่ระดับตำบล

เมื่อเราจะพูดถึงหุ้นลีสซิ่ง ภาพที่ได้เห็นก็คงหนีไม่พ้นหุ้นยอดนิยมอย่าง MTC และ SAWAD เพราะที่ผ่านมาสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจมาอย่างโดดเด่น ขณะเดียวกันกับราคาหุ้นที่ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน จนครองใจนักลงทุนมาอย่างยาวนาน

ล่าสุดตลาดหุ้น ก็กำลังจะมีหุ้นลีสซิ่งน้องใหม่ที่กำลังเตรียมจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในเดือนธันวาคมนี้ อย่างบริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK ที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อรายย่อยระดับภูมิภาค โดย SAK มีโมเดลธุรกิจที่เน้นเปิดให้บริการตามแหล่งชุมชน โดย ณ วันที่ 30 มิ.ย.2563 บริษัทฯ มีสาขาทั้งสิ้น 519 สาขา แบ่งเป็น เขตพื้นที่ภาคกลาง 197 สาขา ภาคเหนือ 184 สาขา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 128 สาขา และภาคตะวันตก 10 สาขา

หัวเรือใหญ่อย่าง ผศ.ดร.พูนศักดิ์ บุญสาลี ประธานกรรมการบริหาร SAK ให้สัมภาษณ์กับเราว่า ศักดิ์สยามลิสซิ่ง ให้บริการสินเชื่อแก่ชาวบ้านที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินในการลงทุน ดำรงชีพ เพราะการเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหญ่ๆอาจจะทำได้ช้า โดยศักดิ์สยามลิสซิ่ง มีความรวดเร็ว เพียง 30 นาทีก็สามารถให้บริการได้แล้ว

โดยมีแผนขยายการขยายสาขาตามตำบล เพราะในจังหวัดมีผู้ประกอบการเปิดให้บริการจำนวนมาก หากเราเข้าไปเปิดในลักษณะเดียวกัน จะทำให้โอกาสถึงจุดคุ้มทุนจะช้าลง และถ้าเข้าถึงประชาชนในระดับตำบล การแข่งขันแม้จะมีคู่แข่ง แต่ไม่มากเหมือนกับอำเภอ หรือจังหวัด และก็ยังจะทำให้เข้าถึงประชาชนอย่างใกล้ชิด อีกด้วย

นอกจากนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่หนี้เสียจะไม่ค่อยมี มีการเก็บหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะชาวบ้านไม่ค่อยเหนียวหนี้ ไม่มีลักษณะคดโกง แต่หากมีความจำเป็นจริงๆก็จะขอผ่อนผัน ยกตัวอย่างเช่น ยานพาหนะ ถือเป็นคู่มือในการประกอบอาชีพ จึงไม่อยากให้ถูกยึด

ทั้งนี้การที่เราตัดสินใจเข้าตลาดหุ้นนั้น หากพูดถึงตั้งแต่แรกเริ่มนั้น การหาแหล่งเงินที่เข้าถึงยาก จึงไม่มีเงินทุนมาก เราจึงมองเห็นประเทศที่มีระบบตลาดทุน หากเราเข้าไปได้ บริหารธุรกิจด้วยความตั้งใจ และอย่างยั่งยืน จึงเชื่อนักลงทุนจะให้โอกาสเราในการระดมทุน

ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจ หากได้เงินระดมทุน บริษัทจะขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้น เช่น การขยายสาขาสู่ระดับตำบล หมู่บ้านขนาดใหญ่ หรือบางอำเภอที่ยังไม่ได้ไป ส่วนการแข่งขัน ถือเป็นเรื่องปกติ แต่กลยุทธ์การเข้าถึงลูกค้ามีวิธีการเฉพาะตัว แม้มีรายใหญ่อยู่ แต่ที่ผ่านมาบริษัทก็ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้การเสนอขายหุ้น IPO จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินและขีดความสามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว เพื่อผลักดันเติบโตในทุกมิติ ทั้งจำนวนสาขา ผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลาย จำนวนสาขาที่จะขยายเพิ่มเติม โดยวางเป้าหมาย 3 ปีข้างหน้า (2564-2566) เพิ่มจำนวนสาขาเป็น 1,119 สาขา จากปัจจุบัน 519 สาขา ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก รวม 38 จังหวัด (ณ วันที่ 30 มิ.ย.2563)

นอกจากนี้บริษัท ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เข้ามาช่วยพัฒนาวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าในเชิงลึก ตั้งแต่การเสนอสินเชื่อ พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ รับชำระหนี้ บริหารหนี้สูญ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และเพิ่มขีดความสามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นและสร้างการเติบโต โดยตั้งเป้าภายในปี 2566 พอร์ตสินเชื่อจะขยายตัวเพิ่มเป็น 12,000 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2563 มีพอร์ตสินเชื่อรวม 6,067 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามธุรกิจสินเชื่อรายย่อยมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ของประเทศไทย ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ต้องการสินเชื่อนำไปเป็นทุนประกอบอาชีพ ประกอบกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะถดถอยอย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนขาดสภาพคล่อง จึงเป็นโอกาสที่ ‘ศักดิ์สยามลิซซิ่ง’ จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการเงินทุน ผ่านผลิตภัณฑ์ที่แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1.สินเชื่อทะเบียนรถ (Vehicle Title Loan) 2.สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) 3.สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ (Nano Finance) และ 4.สินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อรถแลกเงิน (Hire-Purchase and Car for Cash)

สำหรับศักดิ์สยามลิสซิ่ง มีจุดเด่นด้วยการยืดมั่นทำองค์กรให้ยั่งยืน การธุรกิจต้องมีรากฐานที่ดี เช่น ต้องมีหลักการบริหารให้ชัดเจน มีกรรมการบริษัทที่มีความรู้ความเข้าใจ พนักงานต้องมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลหรือเข้าถึงประชาชนที่เป็นลูกค้า เพราะเราแข่งขันด้วยบริการให้ประชาชนพอใจในการรับบริการ

ผศ.ดร.พูนศักดิ์ กล่าวอีกว่า ศักดิ์สยามลิสซิ่ง มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจมานานกว่า 25 ปี จากจุดเริ่มต้นรับบริหารจัดการหนี้ให้แก่ธุรกิจขายตรงในภาคเหนือ ทำให้มีความเข้าใจลูกค้าและมองเห็นโอกาสก้าวสู่การให้บริการสินเชื่อแก่ประชาชน ภายใต้ชื่อ ‘บริษัท ศักดิ์สยามพาณิชลิสซิ่ง จำกัด" ในปี 2536 และได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2559 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์