Official Update :

2 หุ้นอาหาร – เครื่องดื่มใน 7 – ELEVEN กับการเติบโตตามพี่ใหญ่

ร้านสะดวกซื้อกลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไปแล้ว โดยเฉพาะกับ  7 – ELEVEN ที่ใครหลายคนใช้บริการกันเกือบทุกวัน ซึ่งสินค้าในร้านสะดวกซื้อนั้นมีมากมาย และมีหลายบริษัทหลายผลิตภัณฑ์ที่เป็นพันธมิตรกับ CPALL โดยในระยะหลังเราจะพบว่า มีหลายบริษัทที่เป็นพันธมิตรสำคัญของ CPALL เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์



NSL

หนึ่งในบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในช่วงไม่นานมานี้ คือ NSL โดยพวกเขาขายสินค้าประเภท OEM ในกลุ่มอาหารอบร้อน ในแบรนด์ EZY TASTE   ทั้ง ครัวซอง แซนวิสแฮมชีส  หรือสินค้าอุ่นร้อน  อาหารพร้อมทาน  และอาหารโปรเจค ซึ่งการเติบโตของ NSL ใน 9 เดือนแรกของปี 64  มีรายได้ที่ 2,187 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22 %   กำไรสุทธิ       147.1 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 36 %


โดยในการให้ข้อมูลผ่านงาน OPPDAY ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดขึ้น คุณ สมชาย อัศวปิยานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ NSL ให้ข้อมูลว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 4 มีทิศทางที่ดีขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการทางเศรษฐกิจของภาครัฐ  โดยทิศทางในปี 2565 มองว่า รายได้น่าจะเติบโตจากปี 64 ประมาณ 28 %


การเติบโตจะมาจากการขยายไลน์สินค้าใหม่เพิ่มเติม และการทำการตลาดร่วมกับ 7 – ELEVEN โดยในไทยจะมีการออกสินค้าใหม่ 2-3 รายการต่อเดือน ส่วนในต่างประเทศจะวางสินค้าร่วมกับ 7 – ELEVEN ที่กำลังทำการตลาดที่กัมพูชา เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในต่างประเทศด้วยกัน


อย่างไรก็ตามแผนในระยะยาว NSL นั้นจะมีการลดสัดส่วนการพึ่งพาการเติบโตไปกับกลุ่ม CPALL โดยคาดหวังจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ของบริษัทเองให้อยู่ที่ 30 % และรายได้จาก CPALL ที่ 70 % เพื่อสร้างสมดุลให้กับพอร์ตธุรกิจมากขึ้น



TACC กำลังจะกลับมาเติบโต

ส่วน  บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC  หุ้นโถน้ำกดใน 7 – ELEVEN ที่นักลงทุนชื่นชอบ การเติบโตยังมีแนวโน้มที่ดี โดยล่าสุดบริษัทได้ต่อสัญญากับ บริษัทฯได้เซ็นต่อสัญญาตัวแทนลิขสิทธิ์กับ Character "หมาจ๋า"   ถึง สิงหาคม 2566 ส่วนสัญญาของ Character ในกลุ่ม San-X จะครบกำหนดภายในเดือนธันวาคมปี 2565 นี้ เบื้องต้นบริษัทฯได้เริ่มเจรจาไปบางส่วน และมีสัญญาณที่ดี ดังนั้น ทำให้มั่นใจว่าธุรกิจ Character ยังเป็นธุรกิจที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญในอนาคตได้เป็นอย่างดี


ทั้งนี้การการใช้ Character ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างการเติบโตของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา และบริษัทมองว่าจะสร้างการเติบโตที่ดีได้ในอนาคต นอกจากนี้ยังได้รับแรงหนุนจากการเริ่มเปิดเมืองด้วย


โดย บล.เคทีบีเอสที มองว่า ทางบล.ให้คำแนะนำซื้อในหุ้น TACC โดยราคาเป้าหมายที่ 10.00 บาท  หลังจากบล.ได้เข้าพบกับผู้บริหารในการประชุมนักวิเคราะห์ โดยทิศทางไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ที่ผ่านมา ยังอยู่ในทิศทางที่ดี จากยอดขายในเดือน ต.ค. 64  ที่ปรับตัวดีขึ้น 5%จากปีก่อน และจะดีขึ้นต่อเนื่องหลังจากประชาชนเริ่มกลับเข้าทำงานที่ออฟฟิต และมีสินค้าใหม่ที่จะเปิดตัวในช่วงเดือน ธ.ค.64 นี้ เพื่อรองรับตลาดคนรักสุขภาพ นอกจากนี้ยังได้ปัจจัยหนุนจากการขยายสาขา Jungle café ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1,400 สาขา จาก 1,100 สาขาในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564


เรายังคงกำไรสุทธิปี 2564  ที่ 207 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน  โดยผลประกอบการจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น จากไตรมาสก่อนในไตรมาสที่ 4  จากการยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิวโดยเฉพาะในเขต กทม. และปริมณฑลที่มีสัดส่วน 43% ของสาขาทั่วประเทศ และยอดขายเดือน ต.ค.21 ที่ปรับตัวดีขึ้น +5% จากปีก่อน


สาเหตุที่เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” 1) คาดยอดขายจะปรับตัวดีขึ้นตามสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิดที่ปรับตัวลดลง 2) กำไรปี 2564 และปี 2565  มี โอกาสเพิ่มขึ้น จากธุรกิจ Jungle café ใน Lotus ซึ่งมีการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าบริษัทจะเพิ่มผลิตภัณฑ์มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีเพียง ชาไทยและชามะนาว และ 3) มูลค่าของหุ้นน่าสนใจ ปัจจุบัน TACC ซื้อขายที่ P/E  23 เท่า   โดยเรามองว่าราคาหุ้น TACC ไม่ควรเทรดที่ด้วยส่วนลดเช่นนี้ เพราะจากกำไรที่กลับมาเติบโตดีในปี  2565 จะเติบโตได้ 27%  และยังมีปัจจัยหนุนการขยายธุรกิจสู่ Lotus รวมถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่สำหรับเครื่องดื่มกัญชง

ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com