ส่อง “4 หุ้นแอพสื่อสาร” Telegram มาแรง!!!! กับการระดมทุนผ่านโทเคน 1,200 ล้านดอลลาร์

ช่วงนี้การเมืองในประเทศเข้มข้น! และส่งผลต่อตลาดทุนพอสมควร ซึ่งต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังรัฐบาลมีคำสั่งให้กระทรวงดิจิทัลฯ หรือดีอีเอส ปิดเพจเฟซบุ๊ก “เยาวชนปลดแอก – Free YOUTH” ซึ่งทันทีที่มีข่าวปิดเพจเยาวชนฯ ทางเพจเยาวชนปลดแอกและเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้หันไปใช้แพลตฟอร์ม “Telegram” แทนการแจ้งข่าวสารผ่านเฟซบุ๊คเพียงช่องทางเดียว (แม้ว่าจะมีคำสั่งศาลยกคำร้องการปิดเพจในภายหลัง) แต่พบว่าผู้ใช้งาน Telegram ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้นในวันหยุดวันนี้ มาดูกันว่า “หุ้นแอพฯ สื่อสาร” ที่ใช้กันหลักๆ ทั่วโลก หุ้นเหล่านั้นเป็นอย่างไรบ้าง และปัจจุบันแอพเหล่านี้ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานมากน้อยแค่ไหน? โดยหุ้นแอพฯ สื่อสารที่ Wealthy Thai รวบรวมมาจะมีทั้งหมด 4 ตัว ประกอบด้วย Line, Telegram, WhatsApp และ WeChat

LINE NEWS ทำรายได้สูงสุดให้กับบริษัท

เริ่มจาก Line หรือ Line Corporation เป็นโปรแกรมแชทที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย เทรดอยู่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ค (NYSE) ใช้ชื่อหลักทรัพย์ว่า “LN” และตลาดที่ 2 เทรดอยู่ในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศแม่ โดยใช้ชื่อหลักทรัพย์ 3938 ปัจจุบันมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแค็ป) ณ วันที่ 22 ต.ค.ที่ 12,288 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยธุรกิจหลักของไลน์คือ การให้บริการ Mobile Messaging App ดำเนินธุรกิจหลักในญี่ปุ่น ไต้หวัน ไทยและอินโดนีเซีย โดยผู้ใช้งานทั่วโลกเฉลี่ย 194 ล้านยูสเซอร์ต่อเดือน สำหรับบริการในไทยเอง นอกจากการให้บริการแพลตฟอร์มแชทแล้ว Line พัฒนาระบบชำระเงิน Rabbit Line Pay ร่วมกับทาง BTS ทั้งนี้แม้ว่าธุรกิจไลน์ในไทยจะโตก้าวกระโดด แต่รายได้หลัก 72% ยังมาจากการให้บริการในญี่ปุ่น ในกลุ่มธุรกิจโฆษณา โดยผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2563 มีรายได้จากธุรกิจหลัก 64,906 ล้านเยน โดยสัดส่วนรายได้ที่มากที่สุดมาจาก Display Advertising หรือโฆษณาบนหน้าไทม์ไลน์ ,Line News และสมาร์ทแชแนล อยู่ที่ 31,726 ล้านเยน

Telegram ระดมทุนด้วยการเสนอขายไอซีโอ 2,900 ล้านดอลลาร์

ต่อมาคือ Telegram ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในไทยในขณะนี้ Telegram หรือบริษัท Telegram Open Network เป็นบริษัทที่พัฒนาแพลตฟอร์มแชท โดยใช้ “ระบบ Cloud” ความน่าสนใจคือเป็นแอพที่โตอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ปี ทั้งนี้ตัวแอพฯ ไม่ได้ระดมทุนโดยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น แต่ระดมทุนด้วยการเสนอขายดิจิทัลโทเคน หรือ ICO มูลค่าการเสนอขาย 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2561-2562 ที่ผ่านมา และล่าสุดช่วงกลางปี 2563 Telegram ยื่นข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สหรัฐ หรือ SEC สหรัฐ เพื่อเสนอขาย ICO รอบใหม่ มูลค่าการเสนอขาย 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้จะโดนก.ล.ต.เบรค แต่ยังพัฒนาบล็อคเชนต่อ

ในแง่ผู้ใช้งาน ถ้านับตั้งแต่จุดเริ่มต้นในปี 2561 จนถึงปัจจุบัน ถือว่า Telegram พัฒนาเร็วมาก สามารถเพิ่มฐานผู้ใช้งานจาก 0 ยูสเซอร์ เป็น 200 ล้านยูสเซอร์ทั่วโลก เทียบชั้นกับแอพระดับโลกอย่าง WhatsApp, WeChat และ Facebook Messenger ซึ่งความโดดเด่นของ Telegram คือ เป็นโปรแกรมแชทที่รักษา “ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน”

ทั้งนี้แม้ว่า Telegram จะได้รับความนิยมสูง แต่ทางก.ล.ต.ยังไม่รับรองสินทรัพย์ดิจิทัลของ Telegram ส่งผลกระทบ “ความเชื่อมั่นนักลงทุน” บางส่วน แต่ทางบริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบบล็อกเชน เพื่อการใช้งาน Telegram ต่อไป เพราะตัวบริษัทประกาศเป็นผู้พัฒนาแอพฯ จากเทคโนโลยีบล็อกเชน เจนเนอเรชั่นใหม่

ต่อมาคือ WhatsApp เป็นหนึ่งในผู้เล่นธุรกิจ Mobile Messaging App ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ “ซิลิคอน วัลเล่ย์” และด้วยความที่เป็นแอพฯ ที่ชาวอเมริกันนิยมใช้มากถึง 1,500 ล้านยูสเซอร์ ทำให้ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด Covid-19 หุ้น Whatsapp ยังทรงตัวอยู่ได้ จากการเป็นช่องทางติดต่อสื่อสาร ตรงกันข้ามกับ Facebook ที่ถูกเทขายในช่วงก่อนหน้านี้ แม้ว่า Facebook จะเป็นเจ้าของ WhatsApp ภายหลัง Facebook เข้าซื้อกิจการ WhatsApp ในช่วงต้นปี 2557 มูลค่า 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ข้อมูลผู้ใช้งานปี 2562 มีผู้ใช้งาน WhatsApp อยู่ที่ 2,000 ล้านยูสเซอร์ทั่วโลก จาก 180 ประเทศ

คนจีนเฉลี่ยใช้ WeChat 1,200 ยูสเซอร์ต่อเดือน

และสุดท้ายคือ WeChat จากจีน หนึ่งในหน่วยธุรกิจของ Tencent บริษัทยักษ์ใหญ่จากจีน ที่เทรดอยู่ในตลาดหุ้นฮ่องกง โดยจุดเริ่มต้นของ Tencent มาจากการเป็นผู้วางระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มีธุรกิจบริการ Mobile Messaging App คือ WeChat และ QQ โดยปัจจุบันผู้ใช้งาน WeChat เฉลี่ย 1,200 ล้านยูสเซอร์ โดยความน่าสนใจของแอพฯ ตัวนี้คือ ผู้ใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 25-35 ปี ส่วนจุดแข็งคือเป็นแอพฯ ที่คนจีนใช้งานมากที่สุด ส่วนถ้าเป็นผู้ใข้งานทั่วโลก เฉลี่ยอยู่ที่ 1,170 ล้านยูสเซอร์ต่อเดือน ซึ่งก็นับว่าเป็นแอพสัญชาติจีนที่มีศักยภาพทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้แม้ว่าในบทความนี้ จะนำเสนอเพียงหุ้นแอพฯ เด่นๆ แต่ช่องทางการติดต่อสื่อสารผ่านโปรแกรมแชทในปัจจุบันมีหลากหลาย การติดต่องานอาจจะใช้แอพฯ หนึ่ง ติดต่อครอบครัว เพื่อนและคนสนิทอาจจะเป็นอีกแอพฯ หนึ่ง และนอกจากโปรแกรมแชทแล้ว ปัจจุบัน “โซเชียลมีเดีย” ต่างๆ ก็มีบริการแชท เช่น ผ่าน Direct Message ของ Instagram ซึ่งมีฟังก์ชั่นเตือนผู้ใช้งาน หากคู่สนทนาแค็ปหน้าจอ นอกจากนี้แอพฯ ที่คนนิยมใช้กันมากไม่แพ้กันคือ Facebook Messenger

ที่มา

https://cointelegraph.com/news/ton-doesnt-stand-for-telegram-open-network-anymore

https://finance.yahoo.com/news/telegram-open-network-hits-big-181501676.html

https://www.marketwatch.com/story/telegram

https://linecorp.com/en/ir/library/

https://www.oberlo.com/blog/whatsapp-statistics

https://www.finder.com/uk/buy-whatsapp-shares

https://blog.brewinteractive.com/wechat-statistics

https://finance.yahoo.com/quote/TCEHY/