บาทยังมีโอกาสอ่อนค่ากว่านี้!! กดดัน Fund Flow อาจชะลอตัว แต่หุ้นส่งออกจะ Outperform ตลาด

ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง ล่าสุดยืนเหนือ 34 บาท/เหรียญ ขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปีไปแล้ว โดยนักวิเคราะห์ยังมองว่าค่าเงินบาทยังมีโอกาสอ่อนค่าได้อีก ซึ่งถือเป็นแรงกดดัน Fund Flow ที่อาจจะชะลอตัวลง แต่ถือเป็นผลดีต่อหุ้นส่งออก ดังนั้นบทความนี้ Wealthy Thai รวบรวมมาให้แล้ว “หุ้นที่ได้รับผลบวกเมื่อบาทอ่อนค่า”


สะท้อนจากมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า วานนี้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง โดย Dollar Index เพิ่มขึ้น 0.62% อยู่ที่ 101.7 จุด ทำจุดสูงสุดในรอบ 2 ปี และกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง ล่าสุดยืนเหนือ 34 บาท/เหรียญ ขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี และคาดว่า ยังมีโอกาสเห็นค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อจากการเข้าสู่ช่วงนโยบายการเงินตึงตัวเต็มรูปแบบ ในช่วงเดือน พ.ค. 65 ส่งผลให้หุ้นกลุ่มส่งออกที่ได้ประโยชน์จากบาทอ่อนเริ่มพลิกกลับมา Outperform ตลาดในวานนี้ และน่าจะ Outperform ได้ต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตามเวลาที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า นักลงทุนต่างชาติมีโอกาสขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้ Fund Flow ที่ผลักดันตลาดหุ้นมีโอกาสชะลอลงและยังสอดคล้องกับข้อมูลในอดีต ค่าเงินบาทอ่อนมักแปรผกผันกับดัชนีหุ้นไทยบ้าง สะท้อนได้จากสถิติในอดีตย้อนหลัง 10 ปี คือ ปี 2011 2013 2014 ค่าเงินบาทอ่อน SET Index ให้ผลตอบแทนติดลบทุกปี ในทางกลับกันปีที่ค่าเงินบาทแข็งค่า SET Index มักให้ผลตอบแทนเป็นบวกเช่นกัน (ส่วน 1 ถึง 2 ปี ที่ผ่านมา แม้ค่าเงินบาทจะอ่อน แต่ SET ยังให้ผลตอบแทนเป็นบวก เนื่องจากเป็นช่วงฟื้นจาก Covid-19 และ Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย)


สรุปคือ ค่าเงินบาทอ่อนมีผลกระทบต่อการไหลเข้าของ Fund Flow และส่งผลให้แรงผลักดันตลาดหุ้นไทยลดน้อยลง ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นได้ยากขึ้น แต่ยังมีหุ้นที่ได้ประโยชน์จากบาทอ่อน แนะนำ VNG, SAPPE, KCE, CPF, TU



ค่าเงินบาทอ่อนค่าหลุดแนวรับสำคัญ

ถัดมามุมมองของนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ หลุดแนวรับจิตวิทยาสำคัญที่ 34 บาท จากอิทธิพลของนโยบายการเงินที่สวนทางกันยังเป็นตัวแปรหลักกดดันเงินบาทไทยตามที่ทีมกลยุทธ์ประเมิน โดยระดับถัดไปคาดมีความเสี่ยงที่ระดับ 34.8-35.2บาทต่อเหรียญฯ


กลยุทธ์เน้นหุ้นได้ประโยชน์บาทอ่อน และจะช่วยเปิด Upside ประมาณการกำไรระยะถัดไป ทุก 1 บาทอ่อนค่าจะบวกต่อกำไรหุ้นส่งออก KCE, SAPPE, ASIAN, , MEGA ราว 10% (บวกลบ) ส่วน GFPT ราว 2%-3% เสริมราคาไก่ในประเทศเด่น ขณะที่ภาคบริการ โรงพยาบาล BDMS, BCH จะเปิด Upside เพิ่มเติมจากผู้ป่วยต่างชาติกลับเข้ามารักษา และสร้างรายได้ดีกว่าคาด ทั้ง 2 กลุ่มจึงถือเป็นหุ้นที่โดดเด่นจาก Theme นี้

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Stock of the Day
ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบ ปม "สุภาพร พิมพงษ์" หลังพบพิรุธส่อแวว “ข้อมูลไม่ตรงปก” ชี้หากข้อมูลเท็จ พร้อมเอาผิดตามกฎหมาย
Updated 1 day ago
Fun of Funds
ครึ่งแรกปี26 “ต่างชาติ” ซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 3 หมื่นลบ. ส่วนครึ่งหลังปีนี้มี “หุ้นกู้” ครบอายุกว่า 4.2 แสนลบ. ส่วนใหญ่ 90% เป็น “Investment Grade” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. นั่งไม่ติด! แจงปม “สุภาพร พิมพ์พงษ์” ชี้ถอนรายงานหลังพบเป็นธุรกรรมทิพย์ จ่อดำเนินคดีหากพบเจตนาส่งข้อมูลเท็จ
Updated 8 hours ago
Video
“ONE-SINGEQ” โอกาสลงทุน "หุ้นสิงคโปร์"...รับ “การปฏิรูปตลาดทุน” ครั้งใหญ่ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ส่องมุมมอง 3 หุ้นเทคระดับโลก ใครถูกอัปเกรด ใครถูกหั่นคำแนะนำ?
Updated 1 day ago
Follow Us