ประเด็นด้านความยั่งยืน ปี 2566
ความยั่งยืน (Sustainability) หรือ ESG (Environment, Social, Governance) ยังคงเป็นเรื่องที่กล่าวขานถึงซึ่งผู้เขียนเชื่อมั่นว่าจะไม่ใช่เพียงแค่กระแสมาแล้วก็จากไปในเวลาอันสั้น แต่จะยังคงอยู่กับธุรกิจต่อไปอีกยาวนาน สมกับที่เรียกว่า “ยั่งยืน” นักลงทุนที่สนใจลงทุนอย่างรับผิดชอบ (Responsible Investment) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้บริษัทต่าง ๆ ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Corporate Sustainability) ยิ่งไปกว่านั้นภาวะการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ขั้วอิทธิพลทางการเมือง โรคระบาด COVID-19 ภัยพิบัติ เป็นต้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับ ESG เพิ่มขึ้น
ผู้เขียนขอสรุปประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนของปี 2566 เพื่อให้องค์กรธุรกิจต่าง ๆ มุ่งให้ความสนใจ นำไปปรับการดำเนินการในองค์กรเพื่อสร้างความยั่งยืนขององค์กรและเป็นที่น่าสนใจของนักลงทุน

Climate Actions
สภาพภูมิอากาศยังเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญและสนใจ นักลงทุนเข้ามามีบทบาทในการท้าทายคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้าน Climate ของบริษัท รวมถึงการเปิดเผยการบริหารจัดการความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศหรือแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษ นอกจากนี้ นักลงทุนมีความต้องการข้อมูลที่เปรียบเทียบได้ มีข้อมูลสม่ำเสมอและเป็นสาระสำคัญ จึงมีกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศที่เป็นมาตรฐาน
Energy Security
จากภาวะสงครามรัสเซียและยูเครนทำให้ทั่วโลกต้องเผชิญกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นรวมถึงการขาดแคลนพลังงานจากมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ประเทศชาติ และการดำเนินชีวิตของพลเมือง
Biodiversity
ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของการเกษตรที่ช่วยทำให้ระบบการเพาะปลูกและเพาะเลี้ยงประสบความสำเร็จและเจริญงอกงาม การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพทางการเกษตรจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อการผลิตอาหารและผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ที่ยั่งยืน และคุณประโยชน์ต่อสังคมมนุษย์รวมถึงความมั่นคงทางอาหาร โภชนาการและวิถีการดำรงชีวิต ทำให้ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวโดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและลดการทำลายสิ่งแวดล้อม
Human Rights
นักลงทุนมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นในการให้บริษัทตอบสนองต่อประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทต้องให้ความมั่นใจว่ามีความพร้อมสำหรับการติดตามปัญหาเชิงรุกและมีเตรียมการรับมือแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน นอกจากนี้ บริษัทควรมีกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (human rights due diligence) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อระบุประเด็นที่อาจเกิดขึ้นทั้งในงค์กรและห่วงโซ่อุปทาน
Supply Chains
หากไม่สามารถบริหารจัดการห่วงโซ่อุทานได้อย่างประสิทธิภาพจะทำให้เกิดต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นไปจนถึงความล้มเหลวในการส่งต่อผลิตภัณฑ์และบริการสู่มือผู้บริโภค เหตุการณ์ COVID-19 เป็นบทเรียนที่ดีที่ทำให้ธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน การพิจารณาประเด็นความเสี่ยงของคู่ค้ารายสำคัญทั้ง Critical Tier 1 และ Critical Non-tier 1 รวมทั้งคำนึงถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนของคู่ค้า
Cyber Crime and Cyber Insecurity
การจารกรรมทางไซเบอร์หรือาชญากรรมทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงการสูญเสียความเป็นส่วนตัว การฉ้อโกงข้อมูล การสอดแนมทางไซเบอร์
Digital Inequality and Lack of Access to Digital Services
ความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงเครือข่ายดิจิทัลและเทคโนโลยี่ที่เกิดจากการลงทุนน้อยหรือทักษะด้านดิจิทัลต่ำหรือไม่มีกำลังซื้อที่เพียงพอหรือข้อจำกัดของภาครัฐในเรื่องเทคโนโลยี
Infection Disease
การแพร่กระจายของไวรัส ปรสิต เชื้อรา หรือแบคทีเรียในปริมาณมากและรวดเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อที่ควบคุมไม่ได้ ส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคระบาดที่มีการสูญเสียชีวิตและเศรษฐกิจหยุดชะงัก รวมถึงโรคจากสัตว์ การกลับเป็นซ้ำของโรคที่เป็นอยู่เดิมเนื่องจากระดับภูมิคุ้มกันที่ลดลงและการดื้อยาต้านปฏิชีวนะ
Corporate ESG Disclosure
ข้อมูล ESG ที่ไม่สม่ำเสมอและไม่มีคุณภาพเป็นอุปสรรคต่อความพยายามในการดำเนินการด้าน ESG และผลกระทบต่อองค์กร ซึ่งเกิดจากการขาดกระบวนการเก็บข้อมูลที่เป็นมาตรฐานและการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่สม่ำเสมอ จึงทำให้มีหน่วยงานต่าง ๆ ออกกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการรายงานเพื่อความเป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่น International Financial Reporting Standards Foundation (IFRS), International Sustainability Standards Board (ISSB), Climate Disclosure Standards Board (CDSB) เป็นต้น
