Official Update :

ทำความเข้าใจ “คาร์บอนเครดิต” เครื่องมือทางการเงินอย่างยั่งยืน

ความเป็นมา

เป็นเวลาหลายทศวรรษมาแล้วที่การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง (Climate Change Extreme Weather) เป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบกระทบต่อชีวิตเราทุกคน สภาวะอากาศที่เปลี่ยนไปเกิดจากโครงสร้างอากาศที่ผิดแปลกไปจากเดิม โดยสาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emission) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหิน น้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซ จากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ เช่น การผลิตไฟฟ้า การคมนาคม อุตสาหกรรม และการทำลายป่าไม้


ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศโลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยที่สูงขึ้น และเป็นที่มาของสภาวะโลกร้อน (Global Warming) ในขณะที่ปัจจุบันการตระหนักถึงผลเสียของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจจากองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change หรือ IPCC) ที่ก่อตั้งขึ้นโดยสหประชาชาติ


ที่ได้กำหนดมาตรการเกียวโต (Kyoto Protocol) ขึ้นเมื่อปี 2540 โดยมีสาระสำคัญ คือ การกำหนดโควต้าการปล่อยก๊าซคาร์บอนสำหรับประเทศต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิก เพื่อพยายามควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ซึ่งมาตรการที่สำคัญนี้ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาการลดการปล่อยมลพิษในรูปแบบการซื้อขาย “คาร์บอนเครดิต”



คาร์บอนเครดิตคืออะไร

คาร์บอนเครดิต หรือ Carbon Offsets เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ถูกพัฒนาขึ้น โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การลดภาวะโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนหรือก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ จากภาคอุตสาหกรรม โดยการนำคาร์บอนเครดิตไปชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการที่บริษัทใช้ไฟฟ้า เชื้อเพลิง หรือพลังงานอื่น ๆ ซึ่งคาร์บอนเครดิตจะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ให้เกินกว่าปริมาณที่ถูกกำหนดไว้ โดยหน่วยของคาร์บอนเครดิต 1 หน่วยจะอนุญาตให้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์หรือก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ จำนวน 1 ตัน


คาร์บอนเครดิตทำงานอย่างไร

คาร์บอนเครดิตมีการทำงานด้วยระบบ 'Cap and Trade' เริ่มจากแนวคิดที่ใช้กลไกตลาดในการสร้างแรงจูงใจให้กับบริษัทต่าง ๆ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กล่าวคือ ในกรณีที่บริษัทมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด บริษัทจะถูกเรียกค่าปรับ ซึ่งถือเป็นต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทที่เพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้ามหากบริษัทสามารถควบคุมให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ บริษัทสามารถเก็บคาร์บอนเครดิตส่วนที่เหลือไว้ใช้ภายหลัง หรือสามารถนำมาขายให้กับบริษัทอื่นที่มีการปล่อยคาร์บอนเกินกว่าที่กำหนด ซึ่งทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายคาร์บอนเครดิตส่วนที่ไม่ได้ใช้


ดังนั้น คาร์บอนเครดิตถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ใช้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เนื่องจากบริษัทสามารถซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อนำมาหักลบปริมาณการปล่อยคาร์บอนของบริษัทให้เท่ากับศูนย์ ซึ่งหมายถึง บริษัทสามารถกำจัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทั้งหมด



ประเภทของคาร์บอนเครดิต

คาร์บอนเครดิต แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ 1) Voluntary Emissions Reduction (VER) เป็นการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในตลาด Over-the-Counter (OTC) หรือตลาดภาคสมัครใจ และ 2) Certified Emissions Reduction (CER) เป็นการซื้อขายคาร์บอนเครดิตผ่านกรอบการกำกับดูแลที่เป็นมาตรฐานของโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism)

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
Updated 1 day ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
Updated 1 day ago
Follow Us