Official Update :

กระบวนการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน

การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายในหลายด้านทั้งความเสี่ยงและโอกาสที่ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวและพัฒนาอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถอยู่รอดและเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญและบูรณาการในการประกอบธุรกิจ (ESG Integration)


เริ่มตั้งแต่ธุรกิจควรมีโครงสร้างและกลไกในการกำกับดูแลกิจการที่ดีอันเป็นรากฐานสู่ความยั่งยืนโครงสร้าง

  • คณะกรรมการ (กรรมการอิสระ กรรมการที่เป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการที่เป็นผู้บริหารและไม่ได้เป็น ผู้บริหาร) และคณะกรรมการชุดย่อย (คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง)

  • นโยบายการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจ

  • การบริหารความเสี่ยง (ครอบคลุมความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล ตลอดจนความเสี่ยงที่เกิดใหม่ (Emerging Risk))

  • ระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอ (การปฏิบัติงานที่มี ประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล การจัดทำรายงานทางการเงิน ที่น่าเชื่อถือ และการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง)

  • การสื่อสารเกี่ยวกับนโยบายการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจให้เป็นที่รับทราบและนำไปสู่การปฏิบัติ

 


จากนั้นธุรกิจควรเข้าใจแนวคิดและหลักการในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและนำมาปรับใช้ในการดำเนินงานอย่างมี ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงมีการพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

  • นโยบายและแนวทางการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (ครอบคลุมประเด็นการบริหารจัดการด้านพลังงาน น้ำ ขยะ ของเสีย มลพิษ และก๊าซเรือนกระจก)

  • นโยบายและแนวทางการบริหารจัดการด้านสังคม (ครอบคลุมประเด็นการปฏิบัติต่อพนักงาน ความรับผิดชอบ ต่อลูกค้า การบริหารจัดการคู่ค้า การพัฒนาชุมชนและสังคม)

  • นโยบายและแนวทางการบริหารจัดการด้านนวัตกรรม (ครอบคลุมนวัตกรรมทางธุรกิจและนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับองค์กร)

 


การพัฒนาและขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้อย่างเห็นผลเป็นรูปธรรมก็ต่อเมื่อธุรกิจสามารถบูรณาการการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจโดยปกติ



 

การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ประกอบด้วยกระบวนการหลัก 5 กระบวนการ ได้แก่

1.การวิเคราะห์บริบท ความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย และการกำหนดประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนขององค์กร (Materiality)

ธุรกิจจำเป็นต้องเข้าใจบริบทหรือ “ตัวตน” ขององค์กรก่อนเป็นลำดับแรก โดยสามารถศึกษาและวิเคราะห์ จากวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัฒนธรรมองค์กร ห่วงโซ่คุณค่า กลยุทธ์ของธุรกิจ ความเสี่ยงและโอกาสของธุรกิจ ตลอดจนทิศทางและแนวโน้มของอุตสาหกรรม


ธุรกิจควรระบุได้ว่าธุรกิจมีความเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มใดบ้างตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมทั้งควรสามารถประเมินประเด็นผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบที่ผู้มีส่วนได้เสียมีต่อธุรกิจและที่ธุรกิจมีต่อผู้มีส่วนได้เสียซึ่งธุรกิจควรดำเนินการเพิ่มผลกระทบเชิงบวกและลดผลกระทบเชิงลบ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน และพัฒนาศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว


ธุรกิจควรนำประเด็นผลกระทบดังกล่าวมากำหนดเป็นประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนและจัดลำดับความสำคัญของประเด็นดังกล่าวเพื่อให้เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วนในการบริหารจัดการประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนแต่ละประเด็น


“ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนถือเป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดทิศทาง กลยุทธ์ และแนวทาง การพัฒนาธุรกิจให้สอดคล้องกับบริบทขององค์กรและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตได้อย่างยั่งยืน”


2.การกำหนดนโยบายและเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร (Policy)

ธุรกิจควรกำหนดนโยบายและเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระดับองค์กรออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรและประกาศให้ผู้มีส่วนได้เสียรับทราบ เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาและขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน


ธุรกิจควรกำหนดผู้รับผิดชอบและบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนแต่ละประเด็น อีกทั้งควรสื่อสารให้ผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องได้รับทราบว่าใครบ้างที่มีบทบาทรับผิดชอบในประเด็นต่าง ๆ ด้านความยั่งยืน เพื่อให้เกิดการทำงานที่เชื่อมโยงกันอย่างบูรณาการ


3.การกำหนดกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนขององค์กร (Strategy)

ธุรกิจควรกำหนดกรอบการดำเนินงานหรือกลยุทธ์ในการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืนให้สอดคล้องกับนโยบายและนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้


ธุรกิจควรกำหนดแผนปฏิบัติการหรือแผนงานด้านความยั่งยืนในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้เห็นว่าธุรกิจจะดำเนินงานในเรื่องที่เป็นประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนขององค์กรอย่างไร ภายใต้กรอบการพัฒนาด้านความยั่งยืนซึ่งควรสอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระดับองค์กรที่กำหนด


4.การขับเคลื่อนความยั่งยืนไปสู่การปฏิบัติ (Implementation)

การนำแผนงานด้านความยั่งยืนไปปฏิบัติเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย สามารถทำได้ตามแนวทางที่ผู้ปฏิบัติงานในแต่ละองค์กรเห็นสมควร


ธุรกิจควรเริ่มต้นจากการวางแผนอย่างเหมาะสม จากนั้นดำเนินการตามแผนซึ่งควรมีการเฝ้าติดตามการดำเนินงานเป็นระยะเพื่อให้สามารถปรับแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้ รวมถึงมีการตรวจสอบผลการดำเนินงาน วิเคราะห์จุดอ่อนและจุดแข็งของการดำเนินงาน เพื่อนำไปปรับเป็นแนวทางในการดำเนินแผนงานรอบใหม่


5.การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน (Disclosure)

ธุรกิจจำเป็นต้องมีกระบวนการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเพื่อใช้ในการติดตามและพัฒนาผลการดำเนินงาน ตลอดจนนำข้อมูลผลการดำเนินงานไปเปิดเผยและสื่อสารต่อผู้มีส่วนได้เสีย


ธุรกิจควรตรวจสอบความถูกต้องของแนวทาง วิธีการวัด และวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ข้อมูลมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเชื่อถือได้ บางองค์กรอาจมีความจำเป็นต้องให้มีการสอบทานข้อมูลหรือรับรองคุณภาพของ ข้อมูลโดยหน่วยงานจากภายนอกเพิ่มเติมด้วย


ธุรกิจควรเปิดเผยและสื่อสารผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนต่อผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อสร้างความเข้าใจและการรับรู้ เกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างคุณค่าและ/หรือมูลค่าให้แก่ธุรกิจได้


การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนจะสำเร็จได้นั้น ทุกคนในองค์กรตั้งแต่คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานควรมีบทบาทในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมและบูรณาการเรื่องการบริหารจัดการประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินธุรกิจ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยง เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กิจการ ไปพร้อม ๆ กับการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียได้ในระยะยาว

ฝ่ายพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย