บริษัทที่มี “CG” ดี จะทำให้นักลงทุนเชื่อมั่น... สามารถที่จะแข่งขันและเติบโตได้ในระยะยาว !!!
Wealth Sustainable: “CG” (Corporate Governance หรือ บรรษัทภิบาล) คือ ระบบการกำกับดูแลที่จัดให้มีโครงสร้างและกลไกต่างๆ ที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์และมีการ “ถ่วงดุลอำนาจ” ระหว่างผู้ถือหุ้น คณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ โดยมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการธุรกิจอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้
“คณะกรรมการบริษัท” ต้องรู้ก่อนว่า “CG” สำคัญ มีการกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารความเสี่ยง การตรวจสอบภายใน การต่อต้านคอร์รัปชัน การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ การพัฒนานวัตกรรมและการขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงกลไกการกำกับดูแลให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย (เช่น ผู้ถือหุ้น นักลงทุน พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า เป็นต้น)
“ที่สำคัญคือ ต้องมีการติดตามผลการดำเนินงานและสื่อสารให้ผู้มีส่วนได้เสียรับทราบอย่างสม่ำเสมอและตรงไปตรงมาโดยมีการเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจน ถูกต้อง โปร่งใส น่าเชื่อถือ และสามารถแจกแจงรายละเอียดได้เข้าใจง่ายและทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงสามารถเปรียบเทียบข้อมูลของปีก่อนหน้าได้”
ในเรื่องของ “การบริหารความเสี่ยง” นั้น คณะกรรมการมีหน้าที่กำกับดูแลให้การบริหารความเสี่ยงขององค์กรไม่เพียงแต่คำนึงถึงความเสี่ยงจากการดำเนินงานโดยปกติ จะต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงด้านความยั่งยืน ที่ครอบคลุมความเสี่ยงดิจิทัล ความเสี่ยงด้านมาตรการทางภาษี รวมถึงความเสี่ยงทางกายภาพและความเสี่ยงเปลี่ยนผ่านด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk Physical & Transition Risk) ซึ่งกำลังกลายเป็นความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยิ่ง
รวมไปถึง “Emerging Risk” ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงจากภายนอก (External Risk) ที่ได้รับการระบุและคาดว่าจะส่งผลกระทบช่วง 3 - 5 ปี ต่อภาคอุตสาหกรรมหรือต่อธุรกิจ ซึ่งบางกรณีอาจเริ่มส่งผลกระทบต่อธุรกิจในปัจจุบันแล้ว แต่ไม่รวมถึงความเสี่ยงธุรกิจตามปกติที่บริษัทรับรู้อยู่ก่อนแล้ว

อีกเรื่องที่สำคัญคือ จะทำอย่างไรให้สามารถ “ป้องกันการทุจริตในองค์กร” ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบในการบั่นทอนการเติบโตของธุรกิจได้ องค์กรจึงต้องจัดให้มีระบบป้องกันการทุจริตโดยแบ่งแยกหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานโดยจัดทำคู่มือและขั้นตอนการปฏิบัติงานให้ชัดเจน ควรกําหนดโครงสร้างองค์กรตามหลัก “Three Lines of Defense” เพื่อให้เกิดการ “Check & Balance” กำหนดผู้มีอำนาจดำเนินการในการอนุมัติธุรกรรมต่างๆ ที่เหมาะสม มีระบบทางบัญชี การเงิน และการเก็บบันทึกข้อมูลที่เพียงพอต่อการตรวจสอบ
พร้อมทั้งจัดให้มี “การตรวจสอบภายใน” อย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนกำหนดมาตรการแจ้งเบาะแสให้ชัดเจนและให้พนักงานตระหนักว่าการแจ้งเบาะแสเป็นหน้าที่และวัฒนธรรมองค์กร โดยองค์กรต้องมีมาตรการ “คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส” ด้วย และเมื่อพบเบาะแสการทุจริต ต้องดำเนินการพิจารณาโดยจัดตั้งคณะทำงานพิจารณาที่ประกอบด้วยหัวหน้าฝ่ายที่พนักงานสังกัด ฝ่ายตรวจสอบภายใน ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายกำกับองค์กร และฝ่ายบุคคล เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและกลั่นกรองข้อมูล แจ้งผู้ถูกกล่าวหาให้ชี้แจงและพิสูจน์ข้อเท็จจริง พิจารณาลงโทษผู้กระทำผิด เมื่อได้ข้อสรุป ต้องแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ
“นอกจากนี้ บริษัทที่มี ‘CG’ ดี ไม่ควรมองข้ามเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการและผู้บริหารองค์กร โดยต้องกำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานที่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน พร้อมทั้งคำนึงถึงผลตอบแทนระยะยาวของบริษัทและผู้ถือหุ้น”
“คณะกรรมการ” อาจจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อยที่จำเป็นเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้ให้เหมาะสมกับบริบทองค์กร เพื่อช่วยพิจารณาและกลั่นกรองรายละเอียดที่จำเป็นต่างๆ ก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัทตามอำนาจดำเนินการ เช่น คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการด้านบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน คณะกรรมการด้านเทคโนโลยี เป็นต้น
บริษัทที่มี “CG” ดีจะทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นว่า ธุรกิจมีรากฐานที่แข็งแรง ทำธุรกิจแบบมืออาชีพ มีกลไกตรวจสอบความผิดปกติและมีการจัดการความเสี่ยง สามารถที่จะแข่งขันและเติบโตได้ในระยะยาว ดังนั้น คณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ และทุกหน่วยงานในองค์กรจึงต้องให้ความสำคัญกับการวางโครงสร้างและระบบ “CG” ที่ดี
