ก.ล.ต. ขับเคลื่อนกลไกตลาดทุนส่งเสริมบริษัทจดทะเบียนสนับสนุนการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนพิการ

ก.ล.ต. เชิญชวนบริษัทจดทะเบียนและหน่วยงานในภาคตลาดทุนร่วมกันผนึกกำลังเพิ่มการจ้างงานคนพิการ เพื่อสร้างโอกาสให้คนพิการใช้ศักยภาพของตนเองในการทำงานและมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเท่าเทียม โดยบริษัทสามารถนำข้อมูลการดำเนินการในเรื่องนี้เพื่อสื่อสารกับผู้ลงทุนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผ่านการเปิดเผยในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (56-1 One Report)


สำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีภารกิจในการกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุนไทย ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาตลาดทุนเพื่อความยั่งยืน สนับสนุนให้ภาคธุรกิจสามารถระดมทุนและประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาล มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำผนวกเข้าไปในการดำเนินธุรกิจ โดยสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) และตามแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (แผน NAP)


ก.ล.ต. ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้ร่วมขับเคลื่อนจึงได้ร่วมกับกระทรวงแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมการจัดหางาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จัดสัมมนาออนไลน์ “ให้กลไกตลาดทุนเกื้อหนุนผู้พิการสร้างงานสร้างอาชีพ” เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนาและกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เปิดมุมมอง ปรับแนวคิด เข้าใจคุณค่าของผู้พิการ” เพื่อส่งเสริมบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนร่วมสนับสนุนคนพิการให้มีโอกาสในการทำงาน พัฒนาตนเอง และหารายได้เพื่อเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ซึ่งการจัดสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนเล็งเห็นถึงความสำคัญในการจัดกิจกรรมด้านสังคมเพื่อคนพิการให้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจจากตัวอย่างของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนที่มีการจ้างงานคนพิการ ซึ่งมีหลากหลายกิจกรรมที่สามารถสนับสนุนและช่วยเหลือคนพิการและครอบครัวได้


ดังนั้น ก.ล.ต. จึงขอเชิญชวนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รวมถึงหน่วยงานในภาคตลาดทุน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ร่วมผนึกกำลังในการจ้างงานคนพิการเพิ่มขึ้น และตั้งเป้าหมายขององค์กรให้ดำเนินการได้มากกว่าที่กฎหมายกำหนดตามบริบทของตนเอง โดย “เพิ่มการจ้าง มีการจัด และลดการจ่าย”


ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนสามารถนำผลการดำเนินการในเรื่องนี้มาเปิดเผยในแบบ 56-1 One Report ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยสะท้อนภาพลักษณ์การดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และเพื่อสื่อสารกับผู้ลงทุนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของบริษัทอีกด้วย ก.ล.ต. หวังว่าการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่กล่าวมาของภาคธุรกิจ จะช่วยสร้างโอกาสให้แก่คนพิการสามารถใช้ศักยภาพที่มีอยู่ และมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียม ซึ่งจะช่วยนำไปสู่การนำพาธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป


สำหรับการผลักดันให้ทุกภาคส่วนมีส่วนช่วยเหลือคนพิการให้มากขึ้นมุ่งเน้นประเด็นสำคัญใน 3 เรื่องคือ “เพิ่มการจ้าง มีการจัด และลดการจ่าย” โดยมุ่งให้ภาคเอกชนเพิ่มการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 สร้างกิจกรรมหรือมีการจัดงานหรือกิจกรรมตามมาตรา 35 รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการฝึกงานหรือฝึกอบรม เพื่อให้คนพิการและผู้ดูแลคนพิการ มีความรู้ไปประกอบอาชีพต่อไปได้  ซึ่งการดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้สถานประกอบกิจการลดการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนด้วย


ในส่วนของ ก.ล.ต. ได้ดำเนินการส่งเสริมเรื่องคนพิการสำหรับภาคธุรกิจในตลาดทุนไทย ทั้งการจัดสัมมนาเพื่อสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนมีการจ้างงานคนพิการและลดการกีดกันในกระบวนการจ้างงาน และได้ออกหนังสือเวียนเพื่อเชิญชวนและรณรงค์ให้บริษัทจดทะเบียนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมอาชีพและการจ้างงาน รวมถึงการสร้างโอกาสให้คนพิการมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียม


นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังให้ความสำคัญกับการรับคนพิการเข้าทำงานตามอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยในปี 2564 ก.ล.ต. มีการจ้างงานคนพิการ จำนวน 8 คน ซึ่งเป็นคนพิการทำงานตามมาตรา 33 และจัดให้มีสัมปทานเพื่อให้คนพิการได้รับความช่วยเหลือตามมาตรา 35 โดยสนับสนุนการเปิดร้าน Café Amazon for Chance ซึ่งส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ ณ ชั้น G ของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงการจ้างคนพิการทางสายตามาให้บริการนวดบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม (office syndrome) แก่พนักงาน และได้มีการจัดสถานที่อำนวยความสะดวกต่อพนักงานและผู้ใช้บริการที่เป็นคนพิการ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์