Official Update :

WHA Group ESG-BCG ฟันเฟืองชิ้นสำคัญ สู่การสยายปีกในอนาคต

WHA ขานรับนโยบาย APEC พร้อมเดินหน้าลุยแนวทาง BCG และ ESG อย่างต่อเนื่อง หวังหนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้มั่นใจรายได้โตทะลุ 20% หลังธุรกิจหลักโตเด่น อวดยอดขายที่ดินปีนี้ทะลุเป้า 1.65 พันไร่ ระบุ 9 เดือนทำได้แล้ว 1.5 พันไร่ ส่วนผลงานไตรมาส 4/65 พีคสุดของปี จ่อบันทึกกำไรพิเศษขายสินทรัพย์เข้ากองรีท


นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า บริษัทสนับสนุนนโยบาย Bio-Circular-Green Economy (BCG) และแนวคิด ESG ซึ่งเป็นกลยุทธ์หัวใจหลักของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ที่เน้นการพัฒนาและการเติบโตที่ยั่งยืน
บริษัทได้จัดแสดงโครงการริเริ่มและความสำเร็จ โดยมุ่งเน้นที่ความยั่งยืน นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านในธุรกิจทั้ง 4 กลุ่มของบริษัทอันได้แก่ ธุรกิจโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิทัลแพลตฟอร์ม


พร้อมทั้งขับเคลื่อนนโยบายและโครงการต่างๆไม่ว่าจะเป็นโครงการ Green Logistics ที่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ผ่านกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ โดยกำลังศึกษา และมีแผนที่จะนำเทคโนโลยีสีเขียวมาใช้อย่างจริงจังในคลังสินค้าอัจฉริยะและศูนย์กระจายสินค้าของบริษัท


ด้วยการพัฒนาโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์และฉนวนกันความร้อน รวมไปถึงการติดตั้งระบบควบคุมแสงไฟและอุณหภูมิอัจฉริยะ ซึ่งสามารถช่วยลูกค้าลดต้นทุนค่าซ่อมบำรุงและการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่การพัฒนาการขนส่งสีเขียว อาทิ การเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาวให้กับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในอนาคตอีกด้วย


โดยตั้งเป้าหมายให้เกิด Zero Waste หรือขยะเหลือศูนย์ ในนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอทั้งหมด ซึ่งถือเป็นหนึ่งพันธกิจหลักภายใต้ โครงการ WHA Smart ECO Industrial Estate ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป โดยเน้นการส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม ผ่านกระบวนการการดำเนินงาน ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว หรือ Bio-Circular-Green Economy Model (BCG) เป็นพื้นฐาน


สำหรับโครงการ “Clean Water for Planet” บริษัทได้ดำเนินการก่อสร้างและส่งมอบระบบบำบัดน้ำเสียให้กับชุมชนต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำในลำคลอง โดยใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบบึงประดิษฐ์ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันได้ส่งมอบระบบบำบัดน้ำเสียให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลปลวกแดง จังหวัดระยอง รวมทั้งยังได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียแบบบึงประดิษฐ์ให้แก่เทศบาลตำบลหนองคล้า จังหวัดจันทบุรี


ส่วนโครงการ Reclamation Water Project หรือการนำน้ำเสียที่บำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่ โดยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตอีกเท่าตัว จาก 30,200 ลูกบาศก์เมตร เป็น 60,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งจะช่วยลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ และการระบายน้ำทิ้งลงลำรางสาธารณะได้ถึง 6.9 ล้านลูกบาศก์เมตร และยังสามารถปรับเป็นน้ำปราศจากแร่ธาตุหรือน้ำคุณภาพสูงสำหรับลูกค้าอุตสาหกรรมภายในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทได้อีกด้วย


ด้านการพัฒนาโครงการโซลาร์รูฟท็อปและการผลิตพลังงานจากขยะอุตสาหกรรม คาดว่าจะมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์สูงถึง 150 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าถึง 300 เมกะวัตต์ ภายในสิ้นปี ซึ่งบริษัทบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2564 ที่ผ่านมา


และมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 จากการมีส่วนร่วมในการพัฒนาแพลตฟอร์ม Renewable Energy Exchange (RENEX) ซึ่งเป็นระบบซื้อขายพลังงานแบบ Peer-to-Peer ด้วยเทคโนโลยี Blockchain กับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท เซอร์ทิส จำกัด ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 4.3 ล้านตัน ภายในช่วงอายุการใช้งานของโครงการ
แนวคิดหลัก BCG และ ESG หนุนลูกค้าต่างชาติมากขึ้น


นายณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่าการขานรับนโยบาย BCG และแนวคิด ESG ยังส่งผลให้ลูกค้าต่างชาติอย่างในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า(EV) ,คอมเมิร์ซ, ดาต้าเซ็นเตอร์, และเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐฯกลับเข้ามาลงทุนและเจรจาซื้อขายที่กับบริษัทมากขึ้นหลังจากที่หายไปเป็นระยะเวลานาน


ส่วนเป้าหมายของธุรกิจในปีนี้ คาดการณ์ว่ารายได้จะสามารถเติบโตได้มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้หรือจะเติบโตได้ 20% เนื่องจากในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาธุรกิจหลักของบริษัททั้ง 4 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจโลจิสติกส์ ,ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ,ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ)และธุรกิจไฟฟ้ามีการเติบโตได้อย่างโดดเด่น


โดยธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมที่ยอดขายสามารถ 9 เดือนแรกมียอดขายที่ดินรวม 1.51 พันไร่จากเป้าหมายที่วางไว้ 1.65 พันไร่ซึ่งทั้งปีจะสามารถทำได้มากกว่าเป้าหมาย จากการเร่งส่งมอบที่ดินให้แก่ลูกค้ารายใหญ่อย่าง บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด (BYD)
สำหรับแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 4/65 ประเมินว่าแนวโน้มผลงานดำเนินงานจะดีกว่าไตรมาส 3/65 และพีคที่สุดของปี เนื่องจากบริษัทยังมียอดขายที่ดินรอโอน (Backlog) ในมืออีก 1.3 พันไร่ ซึ่งจะมีการรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ราว 600 ไร่ ขณะเดียวกันจะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHART และ WHAIR