บล.ทิสโก้ คาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังปรับขึ้นแบบมี ‘คุณภาพ’ อานิสงส์ นักลงทุนสลับกลุ่มลงทุน - ช้อนซื้อหวังปันผลระหว่างกาล
บล.ทิสโก้คาดดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง โดยจะปรับขึ้นแบบกระจายตัว เพราะอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้น คาดจะทำให้นักลงทุนเปลี่ยนกลุ่มลงทุนจากหุ้นเทคโนโลยีมาลงทุนในหุ้นดั้งเดิม และหุ้นปันผลสูง ซึ่งตลาดหุ้นไทยจะได้อานิสงส์ดังกล่าว
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ตามคาด แต่โทนการสื่อสาร “เข้มงวดขึ้น” (Hawkish) อย่างชัดเจนเทียบกับครั้งก่อน โดยนาย Kevin Warsh ประธาน FED คนใหม่กล่าวย้ำ “การสร้างเสถียรภาพด้านราคา” หลายครั้ง ทำให้ตลาดปรับเปลี่ยนมุมมองโดยให้น้ำหนักว่า FED จะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 25-50 bps ภายในปี 2569 นี้ และ FED อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานาน (Higher for Longer)
ด้วยท่าทีของ FED ที่เข้มงวดขึ้นในการดำเนินโนบายการเงินเพื่อคุมเงินเฟ้อ คาดจะกระตุ้นให้เกิดการโยกเงินออกหุ้นเทคที่มูลค่าค่อนข้างแพงและขึ้นนำตลาดในช่วงสงครามผ่อนคลายมาสู่หุ้นคุณค่าหรือหุ้นเชิงรับที่อ่อนไหวต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่า ซึ่งบล.ทิสโก้มองหุ้นไทยน่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกนี้ เนื่องจากเป็นตลาดที่เน้นกลุ่มดั้งเดิมและมีเงินปันผลที่ค่อนข้างสูง ทำให้มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นเทค แถมกลุ่มดั้งเดิมส่วนใหญ่ อาทิ กลุ่ม ENERG, BANK, COMM, FOOD และ HELTH เป็นต้น ยังช่วยป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและทนทานกับภาวะเศรษฐกิจอีกด้วย
หากนำแนวทางลงทุนข้างต้นมามาเชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งปีแรก บล.ทิสโก้เชื่อว่าจะเห็นการสลับกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) ทำให้การขึ้นของ SET Index ในช่วงครึ่งปีหลังจะกระจายตัวและมีคุณภาพมากขึ้นแม้ภาพรวม SET Index อาจไม่ได้ไปไหนไกลก็ตาม (บล.ทิสโก้มีเป้าหมาย SET Index สิ้นปีนี้ที่ 1,600 จุด) เพราะหุ้นกลุ่ม ETRON หลัก ๆ คือ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง สำหรับกลุ่มที่น่าสนใจในครึ่งปีหลัง บล.ทิสโก้มองหุ้นกลุ่ม Laggards ที่เกี่ยวข้องกับธีม Domestic & Recovery Plays แนะนำ HELTH , TOURISM , COMM และ ICT เป็นต้น ส่วนกลุ่ม Leading ที่บล.ทิสโก้ยังชอบอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง คือ BANK และ TRANS
สำหรับช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม นี้ บล.ทิสโก้มองมีโอกาสเห็น “Mid-year rally” อิงจากสถิติทั้งช่วง 5 ปี และ 10 ปีย้อนหลังพบว่า SET Index มีโอกาสในการปรับตัวขึ้นสูงถึง 70-80% และมักให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยเดือนละ 2.1-3.1% ซึ่งบล.ทิสโก้เชื่อว่าปรากฎการณ์นี้ส่วนหนึ่งอาจมีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาในช่วงกลางปีเพื่อหวังผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาล และแนวโน้มเงินบาทที่มักแข็งค่าขึ้นจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลส่งออกของไทยในครึ่งปีหลัง
ในเชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้แนะนำ Selective BUY หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ที่คาดงบ Q2 จะออกมาดี (อย่างน้อยเติบโต YoY) และมีปันผลจ่ายระหว่างกาล ชอบ BDMS, HMPRO, PTT, TRUE ผสานกับหุ้นที่แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังคาดว่าจะฟื้นตัวหรือดีกว่าครึ่งปีแรกรับอานิสงส์แนวโน้มการลงทุนที่สดใสและสงครามคลี่คลาย แนะนำ AMATA, CRC, ERW สรุปหุ้นเด่นแนะนำในเดือนกรกฎาคม คือ AMATA, BDMS, CRC, ERW, HMPRO, PTT และ TRUE ด้านแนวรับสำคัญของ SET Index เดือนนี้อยู่ที่ 1,535-1,540 จุด และ 1,500-1,520 จุด ตามลำดับ แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,600-1,610 จุด และ 1,650-1,660 จุด ตามลำดับ
ด้านทางเลือกการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยผ่าน DR เดือนกรกฎาคมนี้ MSFT80 และ SPHLTH80 โดยบล.ทิสโก้เลือกที่จะกระจายความเสี่ยงจากกลุ่มของ AI และ Semiconductor มายังกลุ่ม Healthcare ผ่าน SPHLTH80 ที่ลงทุนใน STATE STREET HEALTH CARE SELECT SECTOR SPDR ETF หรือ XLV ที่บล.ทิสโก้มองว่าเป็น 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เงินทุนจะไหลเข้าหากมีแรงขายในกลุ่ม AI ในขณะที่ MSFT80 เป็นกลุ่มเทคที่มีราคายัง Laggard และมีงานในมือสูง ประกอบกับการเปิดตัว Copilot Cowork อย่างเป็นทางการจะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต
