“4 เหตุผล”...ที่มนุษย์เงินเดือนควร ‘ทำประกัน’
เมื่อพูดถึงเรื่องการทำประกันชีวิตและสุขภาพสำหรับมนุษย์เงินเดือนหลายคนอาจจะสงสัยว่า “ทำไมต้องทำในเมื่อปัจจุบันมีสวัสดิการอยู่แล้ว” และมองเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นเพราะสามารถเบิกได้ในกรณีที่เจ็บป่วยไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน อีกทั้งไม่มีความกังวลอะไร ถ้าต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่มเติมเพราะมีรายได้ประจำทุกเดือนอยู่แล้ว
แต่ถ้าหากมีการวางแผนการเงินที่ดี ครอบคลุมครบทุกด้านหรือที่เรียกว่าการวางแผนการเงินแบบองค์รวม จะพบว่าการทำประกันเป็นเครื่องมือที่ดีที่จะช่วยในการสร้างรากฐานชีวิตให้มั่นคงในระยะยาว ด้วยเหตุผลหลักๆ 4 ข้อ ดังต่อไปนี้

1.สวัสดิการของบริษัทไม่เพียงพอ
2.เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลช่วงวัยเกษียณ
เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเตรียมล่วงหน้าเพราะหลังจากที่เกษียณไปแล้ว สวัสดิการของบริษัท รวมถึงสิทธิประกันสังคมจะไม่มีอีกต่อไป เหลือเพียงแค่ ‘หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง)’ ซึ่งอาจจะมีข้อจำกัดหลายอย่างในการใช้สิทธิถ้าหากต้องการรักษาคุณภาพชีวิตให้เหมือนกับตอนที่ยังมีสวัสดิการอยู่แนะนำให้เริ่มทำประกันตั้งแต่ตอนที่ยังทำงานเพราะถ้ารอไปทำตอนที่เกษียณแล้ว นอกจากเบี้ยประกันจะแพงขึ้น ยังมีความเสี่ยงเรื่องปัญหาสุขภาพที่อาจจะถูกเพิ่มเบี้ยหรือไม่คุ้มครองในบางโรค และบางครั้งอาจถึงขั้นไม่สามารถทำประกันได้ ถ้าหากเคยเป็นโรคร้ายแรงมาก่อน3.เพื่อการออมเงินในระยะยาว
‘การออมเงินผ่านกรมธรรม์ประกันชีวิต’ เช่น ประกันสะสมทรัพย์ ประกันบำนาญ หรือประกันควบการลงทุนจะช่วยให้มีการออมอย่างมีระเบียบวินัยและมีความต่อเนื่อง นับว่าเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการออมเงินในระยะยาว อีกทั้งยังมีความแน่นอนของจำนวนเงินที่จะได้รับ ถึงแม้ว่าในระหว่างการออมจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เสียชีวิตผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินตามจำนวนเงินเอาประกันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ดีในเรื่องของการกระจายความเสี่ยง4.เพื่อลดหย่อนภาษี
เป็นสิทธิลดหย่อนที่รัฐบาลส่งเสริมเพราะถือเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของทางภาครัฐและช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ อันเนื่องจากการเสียชีวิต ทุพพลภาพ และการเจ็บป่วย รวมถึงสนับสนุนให้มีการออมเงินเพื่อการเป็นค่าใช้จ่ายในยามเกษียณ ทำให้ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น โดยสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ 2 ส่วนคือ- ส่วนแรก : สำหรับเบี้ยประกันชีวิต ประกันออมทรัพย์ที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และประกันสุขภาพ สามารถลดหย่อนรวมกันได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี ซึ่งในกรณีใช้สิทธิส่วนนี้ไม่ถึง 100,000 บาท สามารถนำเบี้ยประกันแบบบำนาญมารวม เพื่อให้ครบ 100,000 บาทได้
- ส่วนที่สอง : สำหรับเบี้ยประกันแบบบำนาญ สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 15%ของรายได้ สูงสุด 200,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนการออมแห่งชาติ และกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชนต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
สุดท้ายอยากจะฝากคำแนะนำเกี่ยวกับการทำประกันที่ดีมนุษย์เงินเดือนควรจะเริ่มต้นด้วยการวางแผนการเงินก่อน เพื่อวิเคราะห์ให้เห็นถึงความเสี่ยงและความต้องการในด้านต่างๆ ซึ่งจะทำให้สามารถเลือกแบบประกันได้อย่างเหมาะสม รวมถึงความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันในระยะยาว โดยที่ไม่ส่งผลกระทบกับเป้าหมายทางการเงินด้านอื่นๆ
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,TFPA Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th
