Official Update :

How to ออกแบบการลงทุน...ใน “กรมธรรม์ Unit-Linked”

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์การเงินอย่าง “Unit-Linked (ประกันชีวิตควบการลงทุน)” กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์การเงินที่ผู้ถือกรมธรรม์ได้รับทั้ง ความคุ้มครอง ในส่วนของประกันชีวิต และโอกาส สร้างความมั่งคั่งจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหน่วยลงทุนในอนาคต 


การออกแบบการลงทุนในกรมธรรม์ Unit-Linked ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ถือกรมธรรม์บรรลุเป้าหมายต่างๆ ของการซื้อกรมธรรม์ Unit-Linked ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายการสร้างกองมรดกการเกษียณอายุการศึกษาบุตร เป็นต้น วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบการลงทุนในกรมธรรม์ Unit-Linked กัน



แนวทางการเลือกลงทุน


ผู้ทำประกันควรกระจายการลงทุนในหลายๆ สินทรัพย์ โดยสามารถลงทุนในรูปแบบพอร์ตการลงทุน (Portfolio Asset Allocation)” ขอแนะนำลงทุนอย่างน้อย 3 - 4 กองทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง ซึ่งบริษัทประกันชีวิตมักมีกองทุนหลากหลายประเภทให้ลูกค้าเลือกลงทุน ซึ่งกองทุนรวมแต่ละประเภทมีประโยชน์และทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป

  • กองทุนรวมตลาดเงิน ทำหน้าที่ พักเงิน หรือรอจังหวะเพื่อสับเปลี่ยนไปยังกองทุนอื่นๆ

  • กองทุนรวมตราสารหนี้ ทำหน้าที่ สร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับพอร์ตการลงทุน

  • กองทุนรวมตราสารทุน (หุ้น) ทำหน้าที่ เพิ่มมูลค่า และสร้างความมั่งคั่งในอนาคต

  • กองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือก (เช่น อสังหาริมทรัพย์ทองคำ) ทำหน้าที่ กระจายและลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน








อัตราผลตอบแทนคาดหวัง


อันที่จริงแล้ว Unit-Linked นั้นเหมาะกับผู้ที่สามารถยอม รับความเสี่ยง จากการลงทุนได้ในระดับหนึ่ง ที่สำคัญ Unit Linked มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่แตกต่างจากการลงทุนในกองทุนรวมทั่วไป ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บในแต่ละปีได้แก่

  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัย (Premium Charge)

  • ค่าการประกันภัย (COI)

  • ค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ (Admin Fees)

  • ค่าธรรมเนียมการรักษากรมธรรม์ (Policy Fees)


โดยค่าใช้จ่ายที่สำคัญ คือ ค่าการประกันภัย (COI)’ ซึ่งหากผู้ทำประกัน Unit-Linked แบบชำระเบี้ยรายงวด (Regular Premium) เลือกทุนความคุ้มครองชีวิตที่สูง จะทำให้เสียค่าการประกันภัย (COI) สูง ในทางกลับกัน หากเลือกทุนความคุ้มครองชีวิตที่ต่ำ จะทำให้เสียค่าการประกันภัย (COI) น้อยลง ดังนั้น การออกแบบพอร์ตการลงทุนควรให้ความสำคัญกับอัตราผลตอบแทนคาดหวังในแต่ละปี เพื่อให้เงินลงทุนเติบโตเพียงพอต่อค่าการประกันภัย (COI) รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในแต่ละปี



สิ่งที่ควรระมัดระวังในการเลือกลงทุน


ไม่ควรเลือกลงทุนใน กองทุนรวมตราสารหนี้ เพียงอย่างเดียว เพราะอาจทำให้ผลตอบแทนไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายของกรมธรรม์ที่เกิดขึ้นในแต่ละปี



ข้อแนะนำ

  • ศึกษา หนังสือชี้ชวน ส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ (Fund Fact Sheet) ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

  • การตัดสินใจเลือกลงทุนในกองทุนรวมไม่ควรพิจารณาผลตอบแทนในอดีตเพียงอย่างเดียว

  • ติดตามสถานะของพอร์ตการลงทุนในกรมธรรม์ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยสามารถดูได้จากมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกรมธรรม์ Unit-Linked 

  • Portfolio ในกรมธรรม์ Unit-Linked อาจได้รับผลตอบแทนไม่เท่ากับผลตอบแทนจากกองทุนรวมทั่วไป เนื่องจากกรมธรรม์ Unit-Linked มีการหักค่าใช้จ่ายที่แตกต่างจากกองทุนรวมทั่วไป



สุดท้ายนี้อยากให้มองผลิตภัณฑ์ “Unit-Linked” เป็นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ที่ให้ความคุ้มครองชีวิตอย่างคุ้มค่า ส่วนการออกแบบการลงทุนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวางแผนผลิตภัณฑ์เท่านั้


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th

สิรภัทร เกาฏีระ

นักวางแผนการเงิน CFP®