Official Update :

มารู้จัก “Inflation Linked Bond” กันเถอะ !!!

Wealth EZ: หากตั้งคำถามว่า “ปัจจัยสำคัญที่อาจจะทำให้การลงทุนไม่ประสบความสำเร็จมีอะไรบ้าง” คำตอบที่ได้รับน่าจะต้องมี “อัตราเงินเฟ้อ” ด้วยอย่างแน่นอน


อย่างไรก็ตาม มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทหนึ่ง เรียกว่า “พันธบัตรรัฐบาลประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ” (Inflation Linked Bond : ILB) ซึ่งให้ผลตอบแทนตามอัตราเงินเฟ้อที่เปลี่ยนไป หมายความว่าจะช่วยให้แผนทางการเงินมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น


ก่อนอื่นมาทำความรู้จัก “อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว” (Coupon) ของพันธบัตรซึ่งโดยทั่วไปมักกำหนดเป็นอัตราคงที่จนครบอายุไถ่ถอน เช่น 3%, 4% หรือ 5% ต่อปี ดังนั้น หากต้องการทราบถึง “อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง” (Real Yield) ที่ได้รับจากการลงทุนในตราสารหนี้ดังกล่าว ต้องทำการหักลบด้วยอัตราเงินเฟ้อ





ซึ่งอัตราผลตอบแทนจากดอกเบี้ยของพันธบัตรทั่วไปจะมีความแตกต่างจาก ILB เนื่องมาจาก ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยของ ILB จะประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ดังนี้

  1. “อัตราดอกเบี้ยที่หน้าตั๋ว” (Coupon) ซึ่งจะถูกกำหนดไว้คงที่จนครบอายุไถ่ถอน  (ส่วนนี้จะไม่ต่างกับพันธบัตรทั่วไป)

  2. “ดอกเบี้ยส่วนชดเชยตามอัตราเงินเฟ้อ” ในช่วงเวลานั้น โดยอ้างอิงกับดัชนีเงินเฟ้อทั่วไป (ส่วนนี้เป็นส่วนที่ต่างจากพันธบัตรทั่วไป)


“นอกเหนือจากอัตราดอกเบี้ยจ่ายที่ได้มีการชดเชยตามอัตราเงินเฟ้อแล้ว ในส่วนของเงินต้น ILB ก็มีการชดเชยตามอัตราเงินเฟ้อให้กับผู้ลงทุน ดังนั้น เมื่อครบอายุไถ่ถอน ILB ผู้ลงทุนจะได้รับทั้งเงินต้นแต่เริ่มออกพันธบัตรพร้อมกับเงินต้นส่วนที่ได้ทำการปรับเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ (แผนภาพด้านล่าง) ทั้งนี้ ในกรณีที่เงินเฟ้อปรับลดลง ผู้ลงทุนก็ยังได้รับเงินต้นคืนตามมูลค่าหน้าตั๋ว โดยไม่มีการหักลดอัตราเงินเฟ้อที่ติดลบ”




อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า ILB มีความน่าสนใจ แต่ควรประเมินความเหมาะสมก่อนลงทุน โดยเฉพาะคำว่า “Break-even inflation”


ค่า “Break-even Inflation” คือ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (Coupon) ของพันธบัตรรัฐบาล และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Yield) ของพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อในรุ่นอายุเดียวกัน โดยส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยทั้งสองจะสะท้อนถึงการคาดการณ์เงินเฟ้อเฉลี่ยของนักลงทุนในช่วงอายุคงเหลือของพันธบัตร เช่น Break-even inflation ของพันธบัตรรุ่นอายุ 10 ปี อยู่ที่ 2% หมายความว่านักลงทุนมีมุมมองว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย ในช่วง 10 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 2%




“ดังนั้น หากคาดการณ์ว่า ‘อัตราเงินเฟ้อ’ (Expected Inflation) สูงกว่า ‘Break-even Inflation’ ก็ควรเลือกลงทุนใน ILB ในทางกลับกันหากคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อ (Expected Inflation) ต่ำกว่า Break-even Inflation ควรเลือกลงทุนพันธบัตรทั่วไป


โดยสรุป การลงทุนใน “พันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ” จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อได้ แต่การเลือกลงทุนในพันธบัตรชนิดใดก็ควรพิจารณาเปรียบเทียบระหว่าง “อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์” กับค่า “Break-even inflation” นอกจากนี้ควรพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ประกอบ เช่น ความต้องการใช้เงินในอนาคต เพื่อให้แผนการลงทุนไม่สะดุดและสามารถไปถึงเป้าหมายทางการเงินที่วางเอา


อ้างอิง Thaibma (https://www.thaibma.or.th/EN/BondInfo/ILB.aspx)


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

อภิเชษฐ เอกวัฒนพันธ์

ที่ปรึกษาการเงิน AFPT

Most Viewed
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ซบตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -4.75% “TVIETNAM” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.45% ส่วน “UVO” ร่วงสุด -12.36% แนะโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” !!!
Updated 1 day ago
News Highlight
GC และ SCGC แจ้งความก้าวหน้าการศึกษาจัดตั้งโครงการร่วมทุน เร่งหารือและกำหนดเงื่อนไขสำคัญของธุรกรรมร่วมกัน
Updated 1 day ago
Stock of the Day
XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
Updated 1 day ago
News Highlight
CPF–Bosch ต่อยอดความร่วมมือ ใช้ Data–AI ยกระดับการผลิตอาหาร หนุนเป้าหมาย Net-Zero
Updated 1 day ago
Stock of the Day
รัฐบาลเร่งเยียวยาน้ำท่วม พยุงประชาชน-ธุรกิจฝ่าวิกฤต พักหนี้-เติมสภาพคล่อง ลดผลกระทบ หนุนกลุ่มแบงก์-เช่าซื้อ-หุ้นอิงกำลังซื้อภายใน
Updated 1 day ago
Follow Us