“3 รู้”...ก่อนลงทุน “Unit Link” !!!

Wealth EZ: “ยูนิตลิ้งค์” (Unit Link) นับว่าเป็นนวัตกรรมประกันชีวิตที่ใช้เป็นเครื่องมือในการโอนย้ายความเสี่ยงและวางแผนเกษียณที่น่าสนใจช่องทางหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่ว่า


1.ช่วยให้สบายใจเรื่องค่ารักษาพยาบาลและโรคร้ายแรงระยะยาวได้ (Long Term Health Care)

2.เบี้ยประกันคงที่ ทำให้จัดสรรเงินได้ง่ายขึ้น

3.สามารถหยุดพักชำระเบี้ยได้ แต่ยังคงมีความคุ้มครอง ทั้งชีวิต ค่ารักษาพยาบาล และโรคร้ายแรงได้อย่างต่อเนื่อง

4.อนาคตค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นตามเงินเฟ้อ แต่เราสามารถกำหนดวงเงินค่ารักษาพยาบาลได้ตั้งแต่วันแรกที่ทำประกัน

5.มูลค่ารับซื้อหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้นในอนาคตสามารถเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนเงินเกษียณ อีก 1 ก้อน ได้


ตัวอย่าง: คุณ B อายุ 34 ปี รายได้ 100,000 บาท ต่อเดือน ต้องการวางแผน Long Term Health Care  โดยต้องการจ่ายเบี้ยประกันแบบเบี้ยคงที่ถึงอายุ 60 ปี และยังต้องการค่ารักษาพยาบาลถึงอายุ 85 ปี เพื่อง่ายต่อการวางแผนการเงิน ค่าใช้จ่ายในส่วนเบี้ยประกัน และต้องการใช้พอร์ตการลงทุนตามคำแนะนำจากผู้จัดการกองทุน จะได้มีเวลาใช้ชีวิตกับการท่องเที่ยว


ดังนั้น คุณ B จึงตัดสินใจทำประกัน “ยูนิตลิงค์” ที่มีทุนประกัน 1 ล้านบาท และมีค่ารักษาพยาบาลและโรคร้ายแรงตั้งแต่อายุ 34 ปี จนถึงอายุ 85 ปีด้วยการจ่ายเบี้ยปีละ 100,000 บาท ตั้งแต่อายุ 34-60 ปี รวมระยะเวลา 27 ปี รวมจ่ายเบี้ยทั้งสิ้น 2,700,000 บาท ซึ่งคุณ B จะสบายใจทุกครั้งที่ต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะว่าค่ารักษาพยาบาลได้ถูกโอนย้ายความเสี่ยงไปให้บริษัทประกันในวงเงินต่อปี 5 ล้านบาท และยังมีเงินเกษียณในช่วงอายุ 61 ปี ถึง 85 ปี ประมาณ 1 ล้านบาท ถึง 2 ล้านบาทที่อัตราผลตอบแทน 5% ต่อปี


“ทว่า หากผลตอบแทนไม่เป็นไปอย่างที่คิด เช่น ได้ผลตอบแทนเพียง 2% ต่อปี คุณ B ก็พร้อมที่จะกลับมาจ่ายเบี้ยประกันที่ 100,000 บาทต่อได้ในบางปีเพราะเบี้ยประกัน 100,000 บาท ก็ไม่ได้มากเกินไปและเชื่อว่าค่ารักษาพยาบาลแพงกว่าอยู่แล้ว (ราคารักษาแพงกว่าราคาป้องกันเสมอ) โดยได้รับคำแนะนำจากตัวแทนประกันชีวิต ในเรื่องของการศึกษาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนผ่านกองทุนรวม”


สิ่งที่ควรทำความเข้าใจก่อนทำประกัน “ยูนิตลิงค์” เพื่อให้สามารถจัดการแผนการเงินให้เป็นไปตามเป้าหมาย 


1.Unit link เป็นประกันชีวิตควบการลงทุน คือ “ประกันชีวิต” + “การลงทุน” ไม่ใช่การลงทุนแถมประกัน ไม่ใช่ประกันแถมการลงทุน ดังนั้น คุณสมบัติของเบี้ยประกันประกอบไปด้วย


1.1 ส่วนที่เป็นประกันชีวิต มีค่าใช้จ่าย COI, ค่าบริหารจัดการ ซึ่งคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือน, ส่วนค่าดำเนินการ คิดเมื่อมีการชำระเบี้ยประกัน


1.2 ส่วนที่นำไปลงทุน เงินส่วนลงทุนจะถูกนำไปลงทุน ในตราสารทางการเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนซึ่งแบ่งเป็น


พอร์ตแนะนำ (Recommend Port) โดยมีผู้จัดการกองทุนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ดูแลจัดสรรพอร์ตและปรับพอร์ตให้ปัจจุบันบางบริษัทประกันจะมีพอร์ตการลงทุนแนะนำ แบ่งเป็น 3 พอร์ต คือ การลงทุนความเสี่ยงต่ำ การลงทุนความปานกลาง และ การลงทุนความเสี่ยงสูง โดยผู้เอาประกันต้องตอบ RPQ (Risk Profile Questionnaire ) (แบบประเมินความเหมาะสมในการลงทุน ) เพื่อเลือกลงทุนในพอร์ตตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ก่อนเสมอ


ลูกค้าจัดพอร์ตเอง (DIY Port) มีบริการ 3 อย่าง Asset Allocation, Auto Rebalance , DCA เป็นต้น โดยฟรีหรือคิดค่าธรรมเนียม ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละบริษัท


“ทั้งนี้ บริษัทจะมีกรอบเรื่องกองทุนที่บริษัทเลือกไว้ และให้ลูกค้าเลือก ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละบริษัท โดยจะระบุกองทุนไว้ในเอกสาร ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะมีสินทรัพย์ลงทุนที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการลงทุนของลูกค้า”


2.ความต่างของ ประกันควบการลงทุน “Unit link” กับ “ประกันชีวิตทั่วไป” โดยที่ Unit link” มีความคาดหวังว่าจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาวที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น จากตราสารการเงินที่เสี่ยงขึ้น เช่น การลงทุนในตราสารหนี้ และตราสารทุน รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ ดังนั้นจึงไม่การันตีผลตอบแทน (อาจจะกำไรหรือขาดทุน)


“ซึ่งต่างจาก ประกันชีวิตทั่วไป ที่เน้นการลงทุนที่ไม่เสี่ยง คือ พันธบัตรรัฐบาล และมีการการันตีผลตอบแทนโดยระบุ มูลค่าเงินสดที่ตรวจสอบได้ ในตารางมูลค่าเงินสด ในกรมธรรม์”



3.ในบางแบบของ “Unit Link” จะแบ่งเป็น 2 ส่วน
ส่วนแรก สำหรับประกันชีวิต เรียกว่า “เบี้ยประกันหลัก” และส่วนที่ 2 เรียก “สัญญาเพิ่มเติม”


3.1 ในส่วนแรกของเบี้ยประกัน เรียกว่า สัญญาหลัก ที่ดูแลทุนประกันชีวิต เบี้ยประกันเริ่มต้นคงที่ และสามารถเพิ่ม-ลดทุนประกันได้ มากน้อยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละบริษัท ดังนั้น ด้วยเบี้ยประกันจำนวนน้อย มีโอกาสเลือกทุนประกันได้สูงกว่าแบบประกันทั่วไป


3.2 ส่วนที่ 2 สัญญาเพิ่มเติม มี 2 แบบ แบบที่ไม่มีส่วนร่วมในการลงทุน (PPR) และแบบที่มีมีส่วนร่วมในการลงทุน (UDR)

- แบบที่ไม่มีส่วนร่วมในการลงทุน (PPR: Protection Payment Rider) ทั้งนี้สัญญาเพิ่มเติมเป็นสัญญาประกันภัยที่มีระยะเวลาเอาประกันภัย 1 ปี ซึ่งอาจต่ออายุได้ เบี้ยปรับเพิ่มขึ้นตามอายุ ข้อดีอายุน้อย ความเสี่ยงน้อย เบี้ยต่ำ ข้อจำกัดอายุมากขึ้นความเสี่ยงมากขึ้น เบี้ยสูงขึ้น เบี้ย PPR ในช่วงเริ่มต้นราคาถูกกว่า UDR แต่เมื่ออายุมากขึ้นเบี้ยราคาสูงกว่า UDR


- แบบสัญญาเพิ่มเติมที่มีส่วนร่วมในการลงทุนผ่านกองทุนรวม (UDR: Unit Deducting Rider) เป็นสัญญาเพิ่มเติมแบบชำระค่าการประกันภัยโดยการขายคืนหน่วยลงทุนบางส่วนมาจ่ายค่าใช้จ่ายซึ่งแนบได้กับกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน Unit link เท่านั้น การันตีการรับประกันต่อเนื่องตลอดสัญญากรณีที่กรมธรรม์มีมูลค่าเพียงพอในการหักค่าใช้จ่ายต่างๆ เบี้ย UDR ในช่วงระยะเริ่มต้นเบี้ยประกันจะสูงกว่า เบี้ยแบบ PPR (สามารถแนบสัญญาเพิ่มเติม 2 ชนิดดังกล่าว ในประกันควบการลงทุนได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์)


จุดเด่นสำคัญ

ความยืดหยุ่นของการกำหนดทุนประกันชีวิต ที่ในบางแบบของกรมธรรม์ควบการลงทุน “ยูนิตลิงค์” สามารถกำหนดทุนประกันชีวิตให้มากขึ้นหรือลดลงได้ตามต้องการ, และสามารถกำหนดระยะเวลาในการชำระเบี้ยประกัน อาทิเช่น ชำระเบี้ยประกันถึงอายุ 60 ปีและให้เกิดความคุ้มครองต่อเนื่องหลังหยุดชำระเบี้ยประกันไปจนถึงอายุ 99 ปี (ทั้งนี้หากมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนมีมากพอที่จะดูแลค่าใช้จ่ายด้านการประกันและค่าธรรมเนียมการดูแลกรมธรรม์)


ผู้เอาประกันวางแผนการจ่ายเบี้ยประกันล่วงหน้าได้ เพราะรู้ค่าใช้จ่ายจากเบี้ยประกันคงที่ ตั้งแต่เริ่มต้นทำประกัน และวางแผนหยุดพักชำระเบี้ยได้ในช่วงหลังเกษียณอายุ เนื่องจากแบบประกันสุขภาพ UDR มีการนำเงินลงทุนไว้ล่วงหน้าจึงทำให้เงินเติบโตมากพอที่จะดูแลค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเบี้ยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงในอนาคตโดยผู้ประกันหยุดพักชำระเบี้ยช่วงหลังเกษียณได้ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละบริษัท)


ข้อจำกัดสำคัญ

ด้วยหลักเกณฑ์ของแบบประกันควบการลงทุน ในด้านการลงทุนซึ่งไม่มีการการันตีผลตอบแทนจากการลงทุน ดังนั้นการหยุดพักชำระเบี้ย อาจส่งผลให้กรมธรรม์ มีการปิดกรมธรรม์อัตโนมัติ และส่งผลให้สัญญาเพิ่มเติมหยุดความคุ้มครองได้ ซึ่งผู้เอาประกัน จะได้รับจดหมายเตือนเรื่อง มูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุน ที่เหลือน้อย อาจทำให้กรมธรรม์ขาดความคุ้มครอง เพื่อให้ผู้เอาประกันชำระเบี้ยต่อ


เบี้ยประกันค่อนข้างสูงกว่าแบบประกันทั่วไป ในช่วงเริ่มต้นทำประกัน เนื่องจากเบี้ยประกันสัญญาเพิ่มเติมชนิดที่มีค่ารักษาพยาบาลและโรคร้ายแรงแบบมีส่วนร่วมในการลงทุน (UDR) มีการเก็บเงินเพื่อลงทุนล่วงหน้าทำให้เบี้ยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง UDR เบี้ยราคาสูงถึงแม้เบี้ยจะคงที่และไม่เพิ่มตามช่วงอายุเหมือนสัญญาสุขภาพและโรคร้ายแรง PPR ดังนั้น ผู้เอาประกันต้องคำนวนเงินค่าใช้จ่ายส่วนเบี้ยประกันให้มีความเหมาะสมกับตนเอง ว่ามีความสามารถในการจ่ายเบี้ยอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่


ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการตัดสินใจซื้อ “ประกัน” คือ เลือกประกันที่เหมาะสมกับผู้เอาประกันแต่ละคนโดย นอกจากดูที่ผลประโยชน์แล้วยังจำเป็นต้องพิจารณาจากความสามารถในการชำระเบี้ยอย่างต่อเนื่องได้ด้วย เพราะแบบประกันที่ดีที่สุด คือ แบบประกันที่เราสามารถจ่ายเบี้ยได้ครบสัญญา จะทำให้เราได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการทำประกัน


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

เกศิณี เพ็ชรแสนงาม

นักวางแผนการเงิน CFP®

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 23 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 19 hours ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
Updated 1 day ago
Follow Us