“Copay” ประกันสุขภาพร่วมจ่าย...“ใครได้-ใครเสีย” ?

Wealth EZ: “ประกันสุขภาพ” ที่อนุมัติหลังวันที่ 20 มีนาคมที่จะถึงนี้ทุกฉบับจะมีเงื่อนไข copayment” หรือ ผู้เอาประกันต้องร่วมจ่ายในค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นทั้งหมดเฉพาะกรณีผู้ป่วยใน คือ นอนพักในโรงพยาบาล โดยจะร่วมจ่ายในอัตรา 30% หรือ 50% เท่ากับว่า แทนที่บริษัทประกันจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดตามความคุ้มครองที่เราซื้อไว้ เราจะต้องร่วมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นด้วย


“ดังนั้นผู้ที่ซื้อประกันสุขภาพที่อนุมัติหลัง 20 มีนาคม จึงควรศึกษาเงื่อนไข ‘copayment’ ให้ดี เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตนเอง”


เงื่อนไข “
Copayment”

“สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย” (สำนักงาน คปภ.) ได้กำหนดเงื่อนไขให้มี Copayment” ของสัญญาประกันภัยสุขภาพในปัจจุบัน 2 รูปแบบ ดังนี้


1.แบบกำหนดให้มี “Copayment” ตั้งแต่วันเริ่มทำประกันภัยสุขภาพ โดยผู้เอาประกันภัยมีความประสงค์ ที่จะร่วมจ่ายในทุกความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน (Claim) ซึ่งโดยทั่วไปจะกำหนด เป็นเปอร์เซ็นต์ของค่ารักษาพยาบาล เช่น หากสัญญาประกันภัยสุขภาพกำหนด Copayment 10% และมีค่ารักษาพยาบาล 10,000 บาท ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่าย 1,000 บาท ส่วนที่เหลือ 9,000 บาท บริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบ


สัญญาประกันภัยสุขภาพรูปแบบนี้ เบี้ยประกันภัยที่ถูกกว่า เหมาะสำหรับคนที่ไม่ป่วยบ่อย หรือ ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามปกติประกันสุขภาพแบบมี ‘copayment’ แบบนี้ บางบริษัทประกันภัยมีเสนอขายอยู่”


2.แบบกำหนดให้มี “Copayment” ในเงื่อนไขการต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมกรณีครบรอบปีกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งเป็นแบบที่บริษัทประกันชีวิตจะนำมาใช้หลังวันที่ 20 มีนาคมนี้ เงื่อนไขที่จะเข้า “Copayment” มี 3 เงื่อนไข (คิดเฉพาะค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยใน (IPD) เท่านั้น) โดยมองที่ “จำนวนเงิน” หรือ “จำนวนครั้ง” ที่เคลมเท่านั้น ได้แก่


กรณีที่ 1: การเจ็บป่วยเล็กน้อย (Simple Diseases) หรืออาการที่ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล หากมีการเคลมมากกว่าหรือเท่ากับ 3 ครั้งต่อปีกรมธรรม์ และอัตราการเคลมมากกว่าหรือเท่ากับ 200% ของเบี้ยประกันสุขภาพ ในส่วนนี้จะต้องร่วมจ่าย 30% ทุกค่ารักษาในปีถัดไป


ตัวอย่าง

ค่าเบี้ยประกันสุขภาพต่อปี 20,000 บาท มีค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยใน (IPD) สำหรับการเจ็บป่วยเล็กน้อยในปีกรมธรรม์

  • ครั้งที่ 1: 10,000 บาท ครั้งที่ 2: 15,000 บาท ครั้งที่ 3: 20,000 บาท

  • การคำนวณอัตราการเคลม: (10,000+15,000+20,000)/20,000 x 100 = 225%

  • ผลลัพธ์: เนื่องจากมีการรักษา >= 3 ครั้ง และอัตราการเคลม >= 200% ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่าย Copayment 30% สำหรับค่ารักษาในปีกรมธรรม์ถัดไป


กรณีที่ 2: การเจ็บป่วยโรคทั่วไป (ไม่รวมโรคร้ายแรงและการผ่าตัดใหญ่)
หากมีการเคลมมากกว่าหรือเท่ากับ 3 ครั้งต่อปีกรมธรรม์ และอัตราการเคลมมากกว่าหรือเท่ากับ 400% ของเบี้ยประกันสุขภาพ ในส่วนนี้จะต้องร่วมจ่าย 30% ทุกค่ารักษาในปีถัดไป


ตัวอย่าง     

ค่าเบี้ยประกันสุขภาพต่อปี 20,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยใน (IPD) สำหรับการเจ็บป่วยโรคทั่วไปในปีกรมธรรม์

  • ครั้งที่ 1: 30,000 บาท ครั้งที่ 2: 25,000 บาท ครั้งที่ 3: 30,000 บาท

  • การคำนวณอัตราการเคลม: (30,000+25,000+30,000)/20,000 x 100 = 425%

  • ผลลัพธ์: เนื่องจากมีการรักษา >= 3 ครั้ง และอัตราการเคลม >= 400% ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่าย Copayment 30% สำหรับค่ารักษาในปีกรมธรรม์ถัดไป


กรณีที่ 3: การเคลมเข้าเงื่อนไข กรณีที่ 1 และกรณีที่ 2
ในส่วนนี้จะต้องร่วมจ่าย 50% ทุกค่ารักษาในปีถัดไป


ตัวอย่าง

  • การเจ็บป่วยเล็กน้อย ครั้งที่ 1: 10,000 บาท ครั้งที่ 2: 15,000 บาท ครั้งที่ 3: 20,000 บาท หรือการเจ็บป่วยทั่วไป (ไม่นับรวมโรคร้ายแรง และผ่าตัดใหญ่) ครั้งที่1 : 30,000 บาท ครั้งที่ 2: 25,000 บาท ครั้งที่ 3: 30,000 บาท

  • การคำนวณอัตราการเคลมการเจ็บป่วยเล็กน้อย: (10,000+15,000+20,000)/20,000 x 100 = 225%

  • การคำนวณอัตราการเคลมการเจ็บป่วยทั่วไป: (30,000+25,000+30,000)/20,000 x 100 = 425%

  • ผลลัพธ์: เนื่องจากเข้าเงื่อนไขทั้งกรณีที่ 1 และ 2 ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่าย Copayment 50% สำหรับค่ารักษาในปีกรมธรรม์ถัดไป


“จากเงื่อนไขที่กล่าวมา ถ้าเข้าเงื่อนไข ‘Copayment’ ผู้เอาประกันจะต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลในทุกๆ การรักษา (รวมถึงโรคร้ายแรง หรือการผ่าตัดใหญ่)”


ตัวอย่างเช่น สถานการณ์ปีกรมธรรม์ที่เข้าเงื่อนไขสำหรับ “
Copayment” 30%

  • ผู้เอาประกันภัยเข้าโรงพยาบาล 3 ครั้ง

ครั้งที่ 1: โรคร้ายแรง (Critical illness) ค่ารักษาพยาบาล 200,000 บาท ผู้เอาประกันภัยจ่าย 30% หรือ 60,000 บาท


ครั้งที่ 2: การผ่าตัดใหญ่ (Major surgery) ค่ารักษาพยาบาล 300,000 บาท ผู้เอาประกันภัยจ่าย 30% หรือ 90,000 บาท


ครั้งที่ 3: โรคร้ายแรง (Critical illness) ค่ารักษาพยาบาล 200,000 บาท ผู้เอาประกันภัยจ่าย 30% หรือ 60,000 บาท


“รวมผู้เอาประกันภัยจ่าย 210,000 บาท ทั้งนี้เนื่องจากค่ารักษาทั้งหมดเป็น โรคร้ายแรง และการผ่าตัดใหญ่ จึงไม่นับรวมการคำนวณเงื่อนไข ‘Copayment’ ผู้เอาประกันภัยจึงไม่ต้องจ่ายร่วม ‘Copayment’ ในปีถัดไป


คำถามที่เกิดขึ้นในใจหลายคนก็คือ เมื่อความคุ้มครองลดลง ค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่ต้องจ่ายจะลดลง 30% หรือ 50% ด้วยหรือไม่ คำตอบ คือ ไม่มีการลดเบี้ยประกันสุขภาพใดๆ ทั้งสิ้น


อย่างไรก็ตาม เงื่อนไข copayment” ที่กล่าวนี้เป็นเงื่อนไขเฉพาะสัญญาประกันสุขภาพที่ซื้อกับบริษัทประกันชีวิตเท่านั้น สัญญาประกันสุขภาพที่ซื้อกับบริษัทประกันภัยยังไม่มีประกาศเรื่องเงื่อนไข “copayment”


ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งผู้เอาประกัน และแพทย์ ต่างก็จะมีความระมัดระวังในการพิจารณาเรื่องการรักษาพยาบาลมากขึ้น


ข้อดี เมื่อความต้องการด้านการรักษาพยาบาลลดลง ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็น่าจะลดลง อัตราการเคลมก็น่าจะลดลง การเพิ่มของค่าเบี้ยประกันสุขภาพในอนาคตก็ควรจะลดลง


ข้อควรคำนึง  การวินิจฉัยโรคหลายครั้งไม่สามารถระบุจากอาการได้ว่าเป็นโรคอะไร จำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์พิเศษ หรือ จำเป็นต้องพักเป็นผู้ป่วยใน (IPD) เพื่อดูอาการ ซึ่งขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ แต่อาจเข้าเงื่อนไข copayment” ของบริษัทประกันได้ ดังนั้นอาจเกิดกรณีที่ผู้เอาประกันไม่ขอรับการตรวจพิเศษ เพราะกังวลเรื่องเงื่อนไข “copayment” สุดท้ายอาจทำให้ความเสียหายต่อผู้เอาประกันอย่างไม่ควรเป็น


สิ่งที่คาดว่าจะเกิด ผู้ที่ต้องการซื้อ “ประกันสุขภาพ” อาจพิจารณาซื้อประกันสุขภาพจาก “บริษัทประกันภัย” แทนมากขึ้น และอนาคตบริษัทประกันชีวิตน่าจะมีการออกผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพแบบกำหนดให้มี “Copayment” ตั้งแต่วันเริ่มทำประกันภัยสุขภาพ เพราะมีความยุติธรรม โปร่งใส และเบี้ยประกันถูกกว่า


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailandสมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
Updated 1 day ago
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
Updated 1 day ago
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
Updated 1 day ago
Stock of the Day
แบงก์กลาง-เล็กกำไรแกร่ง TTB-KKP เซอร์ไพรส์ตลาด โบรกฯ มองงบกลุ่มอาจดีกว่าคาด แนะสะสมหุ้นเด่น KBANK-KTB
Updated 8 hours ago
Follow Us