Official Update :

ตราสารหนี้ไม่เหมือนกัน! เปิด 3 ระดับ “ความเสี่ยง” ที่นักลงทุนต้องรู้

ก่อนหน้านี้ Wealthy Thai ได้พูดถึงการแบ่งประเภทของตราสารหนี้ตามสิทธิ การค้ำประกัน การไถ่ถอน และการจ่ายดอกเบี้ยกันไปแล้ว


สัปดาห์นี้ มาต่อกันที่การแบ่งตราสารหนี้ “ตามระดับความเสี่ยง” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจ เพราะสะท้อนถึง “โอกาสได้รับผลตอบแทน” และ “ความมั่นคงของผู้ออกตราสารหนี้” โดยตรง


การประเมินระดับความเสี่ยงของตราสารหนี้จะอ้างอิงจาก การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ซึ่งทำโดยสถาบันจัดอันดับที่เป็นที่ยอมรับ เช่น Standard & Poor’s, Moody’s, Fitch Ratings และ TRIS Rating เพื่อช่วยให้นักลงทุนมองเห็นระดับความเสี่ยงได้ชัดเจน


โดยทั่วไปตราสารหนี้เอกชนสามารถแบ่งตามระดับความเสี่ยงได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ


1.Investment Grade (ตราสารหนี้ระดับลงทุน)

Investment Grade คือ ตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับสูง มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำ เนื่องจากผู้ออกตราสารมีฐานะการเงินที่มั่นคง มีความสามารถในการชำระหนี้สูง และมีผลการดำเนินงานที่ดี ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจในการได้รับดอกเบี้ยและเงินต้นตามกำหนด


ตราสารหนี้กลุ่มนี้มักจะมีอัตราดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนที่ต่ำกว่า High Yield Bond และ Non-rated Bond เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำกว่า


อันดับเครดิตที่อยู่ในกลุ่มนี้

ตั้งแต่ AAA ไล่ลงไปจนถึงระดับ BBB- หรือเทียบเท่ากับ Aaa ถึง Baa3 ตามเกณฑ์ของ Moody’s


Investment Grade
เหมาะกับใคร?

นักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและผลตอบแทนที่แน่นอน


2.High Yield Bond (ตราสารหนี้ต่ำกว่าระดับลงทุน)

High Yield Bond หรือที่เรียกอีกชื่อว่า “Speculative Grade (กลุ่มที่ลงทุนเพื่อการเก็งกำไร)” เป็นตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่า Investment Grade ซึ่งหมายความว่ามีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้สูงกว่า เนื่องจากผู้ออกตราสารกลุ่มนี้มักเป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินอ่อนแอกว่า หรือดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมที่มีความผันผวนสูง


ทั้งนี้ เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่สูงขึ้น ผู้ออกตราสารมักเสนอดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่า Investment Grade โดยอาจสูงกว่า 3-5% หรือมากกว่านั้น ทำให้นักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูง


อันดับเครดิตที่อยู่ในกลุ่มนี้

ตั้งแต่ BB ไล่ลงไปจนถึงระดับ C โดยอันดับเครดิตต่ำที่สุด คือ D เป็นตราสารหนี้ที่อยู่ในสถานะผิดนัดชำระหนี้ ไม่สามารถชำระดอกเบี้ยและคืนเงินต้นได้ตามกำหนด หรือเทียบเท่ากับ Ba1 ถึง C ตามเกณฑ์ของ Moody’s


High Yield Bond
เหมาะกับใคร?

- นักลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจในตลาดตราสารหนี้

- สามารถรับความเสี่ยงได้สูง

- ต้องการผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากหรือพันธบัตรรัฐบาล


3.Non-rated Bond (ตราสารหนี้ที่ไม่มีการจัดอันดับ)

เนื่องจากเป็นตราสารหนี้ที่ไม่ได้ส่งไปจัดอันดับ หรือเป็นตราสารหนี้ที่ขอให้จัดอันดับแล้ว แต่ไม่ได้รับการพิจารณา ซึ่งตราสารหนี้กลุ่มนี้จะจูงใจด้วยผลตอบแทนสูง แต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงมากเช่นกัน โดยจะเสนอขายเฉพาะให้แบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) กับกลุ่มนักลงทุนสถาบันและบุคคลที่มีสินทรัพย์ 50 ล้านบาทขึ้นไป


สรุป

Investment Grade เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและความเสี่ยงต่ำ High Yield Bond เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสูงและรับความเสี่ยงได้มากขึ้น ส่วน Non-rated Bond ควรลงทุนด้วยความระมัดระวังสูงสุด และเหมาะเฉพาะนักลงทุนที่มีความรู้และประสบการณ์เท่านั้น


นักลงทุนควรกระจายความเสี่ยง ไม่ลงทุนในตราสารหนี้เดียว และศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทุกครั้ง หากยังไม่มั่นใจ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินก็เป็นทางเลือกที่ช่วยให้พอร์ตลงทุนของคุณ “ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ” มากยิ่งขึ้น


Most Viewed
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 1 day ago
Where to put your money
“All-Time High” (จุดสูงสุด) ของวันนี้… อาจเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของโอกาสครั้งต่อไปก็เป็นได้ !!!
Updated 6 hours from now
Stock of the Day
EPG ก้าวอย่างมั่นคง เน้นบริหารต้นทุนมากกว่าตัวเลข มั่นใจปี 2569/2570 โตทุกกลุ่มธุรกิจ รับโครงการภาครัฐ - Data Center หนุน
Updated 11 hours ago
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
Updated 16 hours ago
Follow Us