“ภาษีเงินได้นิติบุคคล”...กับ ‘5 จุดอ่อน’ บนงบการเงิน !!!

สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการรายย่อยหลายๆ คนรู้สึกกังวลคือเรื่อง “ภาษี” ที่ต้องจ่ายในการทำธุรกิจซึ่งก็มีภาษีที่เกี่ยวข้องหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax : CIT),  ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax : VAT), ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax : SBT), ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax :  WHT), อากรแสตมป์ ที่อยู่ภายใต้ประมวลรัษฎากร และยังมีภาษีตามกฎหมายอื่น เช่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีศุลกากร เป็นต้น


“บทความนี้จะขอกล่าวถึง จุดอ่อน บนงบการเงินที่มักนำมาสู่ประเด็นที่ชวนให้สงสัยว่าผู้ประกอบการอาจจ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่ถูกต้อง”


ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าโดยทั่วๆ ไป “ภาษีเงินได้นิติบุคคล” มักคำนวณจากฐานภาษีซึ่งก็คือ ‘กำไรสุทธิที่คำนวณตามเงื่อนไขของประมวลรัษฎากร ซึ่งเรามักเรียกกันเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายๆว่า “กำไรสุทธิทางภาษี” โดยกำไรสุทธิทางภาษีที่ว่านั้นจะตั้งต้นจากกำไรสุทธิทางบัญชี (กำไรสุทธิตามงบการเงิน ซึ่งคำนวณจากรายได้ลบด้วยค่าใช้จ่าย) แล้วจึงปรับปรุงตามเงื่อนไขในประมวลรัษฎากรเพื่อสะท้อนถึงความแตกต่างระหว่างการคำนวณรายได้และค่าใช้จ่ายตามมาตรฐานการบัญชีและตามประมวลรัษฎากร เช่น บวกกลับค่าใช้จ่ายบางอย่างที่บันทึกบัญชีไว้แต่ไม่สามารถนำมาถือเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีได้ ฯลฯ


ดังนั้นการที่ธุรกิจถูกสงสัยว่ามีการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล น้อยเกินไป” จึงมักมีสาเหตุเบื้องต้นจากการที่งบการเงินมีแนวโน้มที่จะแสดง รายได้ที่ต่ำเกินไปหรือแสดง รายจ่ายที่สูงเกินไป หรือในบางกรณีอาจร้ายแรงถึงขั้นงบการเงินดูไม่น่าเชื่อถือเลย ซึ่ง 5 ประเด็นสำคัญที่อาจนำมาซึ่งความสงสัยดังกล่าว ได้แก่


1.งบดุล แสดงยอดสินค้าคงเหลือ (inventory หรือที่เรียกกันติดปากว่า stock) สูงผิดปกติ ไม่สัมพันธ์กับยอดขาย สาเหตุหนึ่งของการมีสินค้าคงเหลือสูงผิดปกติอาจเนื่องมาจากธุรกิจต้องตุน stock สินค้าไว้นานกว่าจะขายได้ มี inventory turnover ที่ต่ำ สินค้าขายยาก


“แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ชวนให้สงสัยได้ว่าสินค้าคงเหลือดังกล่าวอาจ ไม่มีอยู่จริงเป็นเพียงตัวเลขบนงบการเงิน เนื่องจากธุรกิจอาจมีการขายสินค้าแต่ไม่บันทึกเป็นรายได้ในงบกำไรขาดทุน ส่งผลให้ไม่สามารถบันทึกบัญชีการตัด stock ได้ แม้ว่าของนั้นอาจจะส่งมอบให้ลูกค้าไปแล้วก็ตาม ประเด็นนี้จึงชวนให้สงสัยว่างบการเงินแสดงรายได้ที่ต่ำเกินไป”





2.งบกำไรขาดทุน แสดงกำไรขั้นต้น (
gross profit margin) ต่ำผิดปกติ อาจจะต่ำผิดปกติเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนๆ หรือเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งอาจจะเกิดจากการลดราคาสินค้าลงมากเพื่อกระตุ้นยอดขายหรือในบางกรณีก็อาจจะเกิดจากต้นทุนสินค้าที่มีราคาผันผวน


“แต่กำไรขั้นต้นที่ต่ำผิดปกติก็อาจชวนให้สงสัยได้ว่าธุรกิจอาจมีการขายสินค้าที่ ไม่บันทึกเป็นรายได้ ในงบกำไรขาดทุนคล้ายกับประเด็นที่ 1 แต่แทนที่จะไม่ตัด stock ออกและแสดงยอดสินค้าคงเหลือสูงผิดปกติ กลับลงบัญชีตัด stock และ บันทึกเป็นต้นทุน เพราะของได้ถูกส่งมอบให้ลูกค้าไปแล้ว จึงทำให้ต้นทุนสูงผิดปกติเมื่อเทียบกับรายได้ กำไรขั้นต้นจึงต่ำผิดปกติ ประเด็นนี้จึงชวนให้สงสัยว่างบการเงินแสดงรายได้ที่ต่ำเกินไป (บันทึกรายได้ไม่ครบถ้วน) หรือแสดงค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป (บันทึกต้นทุนสินค้าที่ขายสูงเกินไป)”


3.งบดุล แสดงเงินกู้ยืมจากกรรมการสูง (หนี้สิน) ในความเป็นจริงก็มีหลายธุรกิจที่เป็นธุรกิจที่ยิ่งทำยิ่งขาดทุน อาจจะเพราะเป็นธุรกิจตกยุค หรืออาจจะเป็นธุรกิจช่วงเริ่มต้นที่ยังจับทางไม่ได้ หรือเป็นธุรกิจที่มีค่าใช้จ่ายดำเนินงานหรือค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงมากในช่วงเริ่มต้น ทำให้ธุรกิจไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดที่เพียงพอในการดำเนินงานได้ ต้องกู้ยืมเพื่อเสริมสภาพคล่อง ซึ่งบริษัทก็อาจจะเลือกกู้ยืมจากกรรมการ (ส่วนใหญ่ก็คือเจ้าของ) แทนการกู้จากธนาคาร งบดุลจึงแสดงหนี้สินเงินกู้ยืมจากกรรมการที่สูง


“แต่ประเด็นดังกล่าวก็อาจจะมองต่างมุมได้ว่าการขาดสภาพคล่องของธุรกิจอาจเกิดจากการที่ธุรกิจมีการขายสินค้าแต่ ไม่บันทึกบัญชี และ รับเงินค่าขายสินค้าโดยบุคคลอื่น(ซึ่งก็มักจะคือกรรมการ) แทนที่จะรับเงินค่าขายสินค้าโดยบริษัท ดังนั้นจึงทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดรับไม่เพียงพอต้องทำการกู้ยืมจากกรรมการนั่นเอง ประเด็นนี้จึงเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ชวนให้สงสัยว่างบการเงินแสดงรายได้ที่ต่ำเกินไป”


4.งบดุล แสดงยอดเงินสดในมือสูง หรือมีการเปลี่ยนแปลงของยอดเงินสดคงเหลือในแต่ละปีอย่างมีสาระสำคัญ ซึ่งโดยปกติแล้วธุรกิจที่มีระบบควบคุมภายในที่ดีจะพยายามลดการถือเงินสดในมือและลดการรับจ่ายด้วยเงินสดเพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดทุจริต แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกิจจะสามารถลดการใช้เงินสดได้ทั้งหมด เช่น ธุรกิจค้าปลีก ก็จะยังมีรายการรับเงินจากลูกค้าเป็นเงินสด


“แต่ในธุรกิจหลายๆธุรกิจการมียอดเงินสดคงเหลือที่สูงหรือมีการเปลี่ยนแปลงของยอดเงินสดคงเหลือมากๆ ดูจะเป็นเรื่องผิดปกติของธุรกิจนั้นๆ ถ้าเปรียบเทียบกับรายการในบัญชีเงินฝากธนาคารที่มีข้อมูลจากธนาคารมายืนยันรายการได้ว่ารับเงินจากใครหรือจ่ายเงินให้ใคร รายการเงินสดจะเป็นรายการที่ไม่มีเอกสารจากบุคคลภายนอกที่เชื่อถือได้มายืนยัน ทำให้ชวนสงสัยว่าอาจมีการบันทึกบัญชีผ่านบัญชีเงินสดโดยไม่มีรายการเกิดขึ้นจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายการค่าใช้จ่าย ประเด็นนี้จึงอาจก่อให้เกิดความสงสัยว่ามีการบันทึกค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป หรืออาจจะถึงขั้นสงสัยว่างบการเงินดูไม่น่าเชื่อถือเลย”


5.งบดุล แสดงยอดเงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ (ทรัพย์สิน) สูง ในหลายๆ ครั้งการที่บริษัทโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทเล็กๆ จะมีการให้ กรรมการยืมเงิน นั้นเกิดขึ้นได้จริงโดยสุจริตใจ เพราะกรรมการอาจจะขาดสภาพคล่องในการดำเนินชีวิต จะรอการจ่ายเงินปันผลหรือโบนัสก็ไม่ทันกาล หรือจะขึ้นเงินเดือนตัวเองก็เกรงว่าในระยะยาวบริษัทอาจจะจ่ายเงินเดือนที่สูงต่อไปไม่ไหว ต้องปรับขึ้นปรับลงซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยาก จึงต้องอาศัยการกู้ยืมเงินจากบริษัทมาใช้ก่อนซึ่งในกรณีนี้ก็ควรต้องมีการทำสัญญาเงินกู้และมีการคิดดอกเบี้ย (เป็นรายได้ของบริษัท) อย่างถูกต้อง


“แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งบัญชีเงินให้กู้ยืมแก่กรรมการก็เป็นอีกบัญชีที่ชวนให้เกิดข้อสงสัย เพราะก็เป็นบัญชีที่ไม่สามารถยืนยันยอดกับบุคคลภายนอกได้คล้ายกับบัญชีเงินสด ดังนั้นจึงอาจก่อให้เกิดข้อสงสัยว่ามีการบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายพร้อมกับบัญชีเงินให้กู้ยืมแก่กรรมการโดยไม่มีรายการเกิดขึ้นจริง หรืออาจสงสัยว่าเป็นการเล่นแร่แปรธาตุของบัญชีเงินสดก็ได้”


จะเห็นว่า “งบการเงิน” นั้นอาจมี “จุดอ่อน” ให้เกิดความสงสัยในเรื่องการเสีย “ภาษีเงินได้นิติบุคคล” ในหลายประเด็นซึ่งในทางปฏิบัตินั้นมีมากกว่า 5 ประเด็นที่กล่าวถึงข้างต้น ผู้ประกอบการจึงควรให้ความสำคัญกับ “การจัดทำบัญชี” อย่าง ถูกต้องและมีเอกสารประกอบอย่าง ครบถ้วน เพื่อให้สามารถชี้แจงประเด็นข้อสงสัยได้อย่างเหมาะสม แล้วเรื่อง “ภาษีเงินได้นิติบุคคล” จะไม่เป็นเรื่องน่าหวั่นใจของผู้ประกอบการอย่างที่เคยเป็น


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th 

ธัญญพัทธ์ วรวงษ์สถิตย์

นักวางแผนการเงิน CFP®

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 22 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
Updated 1 day ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
Follow Us