“UOB Group” เปิดจักรวาล “กองทุน USD”… ทางเลือกช่วยผู้ลงทุน “จัดพอร์ตลงทุนกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ” ตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนที่หลากหลาย ”

สนับสนุนโดย: ธนาคารยูโอบี และ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)


รู้หรือไม่
?...“กองทุน USD” (Onshore USD) ของ “UOB Group” นั้น ช่วยเปิดโอกาสให้คุณได้กระจายลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศตั้งแต่ “เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ” ไปจนถึง “เสี่ยงสูงมาก” ในสกุลเงิน “USD” ตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนที่หลากหลาย


ต้องไม่ลืมว่าองค์ประกอบของผลตอบแทนระยะยาวที่สำคัญนั้นมาจาก “การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) ถึง 91.5% ตามมาด้วยการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ลงทุน” (Stock Selection) 4.6%,“การจับจังหวะตลาด” (Market Timing) 1.8% และที่เหลือมาจากปัจจัยอื่นๆ อีก 2.1% (ที่มา: “Determinants of Portfolio Performance” Gary Brinson, Randolph Hood and Gilbert Beebower, as of 31 Aug 2026)


ดังนั้น การทำสิ่งที่ง่ายแต่ได้ผลลัพธ์มากอย่างการ “จัดพอร์ตการลงทุน” จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน โดยอาศัยหลักพื้นฐานของการ “กระจายความเสี่ยง” (Diversification) จะประกอบไปด้วย 4 ส่วนที่สำคัญ ได้แก่

- กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่แตกต่างกัน คือลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เช่น หุ้น, ตราสารหนี้, กองทุนอสังหาริมทรัพย์, การลงทุนทางเลือก เป็นต้น


- กระจายลงทุนในหลายอุตสาหกรรม ไม่จำกัดแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น เทคโนโลยี, สุขภาพ, การเงิน เป็นต้น


- กระจายข้ามตลาด ประเทศ และ “ค่าเงิน” ทั่วโลก คือแบ่งเงินกระจายไปลงทุนในต่างประเทศด้วย


- กระจายช่วงเวลา ด้วยการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพราะโอกาสการลงทุนมีอยู่เสมอ อย่าไปจับจังหวะตลาด


หนึ่งในการกระจายการลงทุนที่สำคัญ คือ “กระจายสกุลเงินต่างประเทศ” ไม่จำกัดตัวเองไว้แค่เพียงสินทรัพย์สกุล “เงินบาท” เพียงเท่านั้น


และหากจะมีเงินสกุลต่างประเทศสักหนึ่งสกุลให้คุณเลือกกระจายลงทุนออกไป เชื่อว่า “ดอลลาร์สหรัฐ” (USD) จะเป็นหนึ่งในทางเลือกลำดับต้นๆ ของนักลงทุนทุกคน เพราะนี่คือเงิน “สกุลหลัก” ของโลกในปัจจุบันและในอนาคตต่อไป แม้จะมีการ ลดการพึ่งพาดอลลาร์” (De-dollarization) ในบางภูมิภาคก็ตาม


เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยได้มีโอกาสกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลกในสกุลเงิน USD” และตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินได้อย่างเหมาะสม


ทาง UOB Group” จึงผนึกกำลังระหว่าง “ธนาคารยูโอบี” และ “บลจ.ยูโอบี” นำเสนอ “กองทุน USD” (Onshore USD) แบบครบวงจร ช่วยนักลงทุน “จัดพอร์ตลงทุนสกุลดอลลาร์สหรัฐ” ตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนที่หลากหลาย ” มาฝากกัน


UOB Group” ตอบโจทย์การลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศที่หลากหลาย

 “UOB Group ตอบโจทย์การลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ สามารถแนะนำการลงทุนใน “กองทุนรวม” สกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” (USD) ให้นักลงทุนเลือกลงทุนได้อย่างครบครันเป็นทางเลือกในเรื่องการกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี


ทั้งนี้ ทาง “ธนาคารยูโอบี” ได้ร่วมมือกับ “บลจ.ยูโอบี” ในการเติมเต็มผลิตภัณฑ์ Onshore USD” ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนในสกุลเงินบาท หลากหลายนโยบายตั้งแต่สินทรัพย์ที่มี “ความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ” ไปจนถึง “ความเสี่ยงสูงมาก” เพื่อตอบโจทย์ครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์และระดับความเสี่ยงของนักลงทุน นั่นเอง


สำหรับ “กองทุน USD” นั้น เหมาะกับ

  1. ผู้ที่มีรายได้หรือเงินทุนสกุล “USD: เช่น ผู้ส่งออก, พนักงาน/ฟรีแลนซ์ที่รับเงินจากต่างประเทศ, หรือผู้รับชำระเงินค่าสินค้าต่างประเทศ

  2. ผู้ที่มีภาระค่าใช้จ่ายสกุล “USD” ในอนาคต: เช่น พ่อแม่ที่เตรียมส่งลูกเรียนต่อต่างประเทศ หรือผู้ที่วางแผนย้ายถิ่นฐาน หรือซื้อสินทรัพย์ต่างประเทศ

  3. นักลงทุนที่ต้องการ “Natural Hedge: ผู้ที่ต้องการถือสินทรัพย์สกุลเงิน USD” เป็นเป้าหมายหลัก โดยไม่ต้องรับภาระค่าธรรมเนียมการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging Cost) ของกองทุนรวมทั่วไป


ปัจจุบัน ทาง
UOB Group” ได้วางกลุ่ม “กองทุน USD” ครอบคลุมหลากหลายประเภทสินทรัพย์ เพื่อให้นักลงทุนสามารถนำไปจัดพอร์ตตอบโจทย์ “เป้าหมายการเงิน” ของตัวเอง ตาม “ระดับความเสี่ยงที่รับได้” ในแต่ละเป้าหมาย ประกอบด้วย


“สายเซฟ” (
Safe Style) สร้าง “ความมั่งคั่ง-อย่างมั่นคง”...กับ “ตราสารหนี้ต่างประเทศ” สกุลเงิน “USD”

สำหรับ “สายเซฟ” (Safe Style) ที่เน้นความมั่นคงปลอดภัย ลงทุน “ตราสารหนี้ต่างประเทศ” คุณภาพดี พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่า “เงินฝาก-ตราสารหนี้ในประเทศ” มีเป้าหมายเพื่อเป็นสภาพคล่องและพักเงินระหว่างรอโอกาสลงทุน


ใครที่คุ้นเคยกับเงินฝากประจำ ก็มี Term Funds-USD ความเสี่ยงระดับ 3 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) บุคลิกคล้ายกับ “เงินฝากประจำ” 3 เดือน, 6 เดือน แต่เป็น Term Fund” ที่มีอายุ 3 เดือน, 6 เดือน ซึ่งกองทุนมีกลยุทธ์ลงทุนแบบครั้งเดียว โดยจะถือทรัพย์สินที่ลงทุนไว้จนครบอายุโครงการของกองทุนรวม (Buy and Hold) นักลงทุนไทยจะคุ้นเคยอยู่แล้ว แต่เป็นสกุลเงิน USD โดยกองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ และตราสารภาครัฐต่างประเทศ


“โอกาสรับผลตอบแทนในตราสารหนี้ในสกุลเงิน ‘USD’ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการโอกาสเสริมสร้างความมั่นคงในการลงทุนมองหาโอกาสลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากในไทย ซึ่งมีการนำเสนอออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ”


นอกจากนี้ ยังมีกลุ่ม “กองทุนตราสารหนี้สกุลเงิน ‘USD’ให้เลือกลงทุนด้วยเช่นกัน ทั้ง “กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น” ที่มี “ความผันผวนต่ำ-สภาพคล่องสูง” เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารสภาพคล่องในช่วงที่ตลาดผันผวนโดยยังได้รับผลตอบแทนที่ดี หรือรอจังหวะลงทุนอีกครั้งเมื่อโอกาสมาถึงก็ได้เช่นเดียวกัน ได้แก่


- “USDREADY - กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เรดดี้ ฟันด์” ความเสี่ยงระดับ 4 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) เน้นลงทุนในสินทรัพย์หรือตราสารระยะสั้นที่มีสกุลเงินเป็นUSDเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนให้สอดคล้องกับอัตราผลตอบแทนของตลาดเงิน ผ่านกองทุน ‘Amundi Funds Cash USD (I2 USD class)’


และ “กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว ซึ่งปัจจุบันอยู่ในบริบทที่น่าสนใจแม้อัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวในระดับสูงแต่โอกาสจะปรับขึ้นไปก็ค่อนข้างจำกัด และหากสงครามในตะวันออกกลางยุติลงได้ ก็มีแนวโน้มที่ดอกเบี้ยในประเทศเศรษฐกิจหลักของโลกจะปรับตัวลงได้ นั่นเป็น “โอกาสที่ดี” ในการลงทุนใน “ตราสารหนี้ระยะยาว” ที่มีโอกาสจะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ปัจจุบันมีให้เลือก 1 กองทุน ได้แก่


- “UGIS-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ที่เน้นกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก ‘PIMCO GIS Income Fund (Class I)’ 



“สายกลาง”
(Flexible Style) กระจายลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลกผ่าน “United CIO Funds-USD”…กองทุนหลักมีทีม CIO” UOB Private Bank Singapore บริหารจัดการกองทุน

ส่วน “สายกลาง” (Flexible Style) “กระจายลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก” เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีผ่าน United CIO Funds-USD” เพิ่มความยืดหยุ่น-ช่วยลดความเสี่ยง-เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในทุกภาวะตลาด เหมาะกับเป้าหมายใช้เป็น Core Port” ช่วยให้ไม่พลาดทุกโอกาสการลงทุน พร้อมโอกาสสะสมความมั่งคั่งระยะยาว


จุดเด่นที่ทำให้ United CIO Funds -USD” ทั้ง 2 กอง แตกต่างจากกองทุนผสมทั่วไป ไม่เพียงมีการกระจายลงทุนไปสินทรัพย์และหลักทรัพย์หลากหลายประเภท​ทั่วโลกเท่านั้น ยังถ่ายทอดมุมมองการลงทุนจากทีม Chief Investment Officer (CIO) ของ UOB Private Bank Singapore” ที่มีประวัติความเป็นมาที่แข็งแกร่งในการดูแล “ผู้ลงทุนรายใหญ่” (High Net Worth) ของธนาคารมาหลายสิบปี ผ่านกระบวนการลงทุนที่ทำให้ผู้ลงทุนมั่นใจได้ถึงมาตรฐานการลงทุนระดับสากล


ไม่เพียงเท่านี้ “หัวหน้าทีม CIO” มีประสบการณ์ในการบริหาร “กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ” (Sovereign Wealth Funds – ประเทศสิงคโปร์) ที่จะคอยให้คำแนะนำทีมผู้จัดการกองทุนในการบริหารพอร์ตเสมือนที่ให้บริการกับกลุ่มลูกค้า High Net Worth” นั่นเอง


กองทุนมีความยืดหยุ่นในการลงทุนท่ามกลางภาวะตลาดการลงทุนที่มีความผันผวนในปัจจุบัน โดยจะมีการติดตาม ทบทวน ปรับสมดุล และปรับพอร์ตอย่างทันท่วงที เพื่อช่วยให้การลงทุนยังคงสอดคล้องกับเป้าหมายในระยะยาวอีกด้วย”


ปัจจุบันมีให้เลือกลงทุน 2 กอง ได้แก่

- UIFT-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี ซีไอโอ อินคัม ฟันด์ TH” ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ที่เน้นกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทน ผ่านกองทุนหลัก ‘United CIO Income Fund - Class T USD Acc’


- UGFT-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี ซีไอโอ โกรท ฟันด์ TH” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตของเงินลงทุน ผ่านกองทุนหลัก ‘United CIO Growth Fund – Class T USD Acc’

(Source : https://www.uob.co.th/personal/investment/cio-funds.page)


“สายโกรท”
(Growth Style)...เพิ่มโอกาส “สร้างการเติบโต” ให้เงินลงทุนระยะยาว

แต่ถ้าเป็น “สายโกรท” (Growth Style) ที่พร้อมจะลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงขึ้นเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีขึ้น เน้น “เพิ่มมูลค่าเงินลงทุน” ระยะยาว ด้วย “หุ้นคุณภาพดี” ทั่วโลก ทั้ง “ภูมิภาค” และ “ธีมแห่งอนาคต” มีเป้าหมายเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ “ชนะเงินเฟ้อ” ในระยะยาว ตามผลประกอบการของบริษัทที่มีโอกาสเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมนั่นเอง ปัจจุบันมีให้เลือก 6 กองทุน จาก 3 กลุ่ม ประกอบด้วย


กลุ่มGlobal Equityที่เน้นลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก” ในสไตล์ที่แตกต่างกัน 2 กอง ได้แก่

- “UGDIVP-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี โกลบอล ดิวิเดนด์ พลัส ฟันด์ ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทต่างๆ ทั่วโลกกลุ่มปันผลสูง (หุ้น Income) รวมถึงตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) โดยมีเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนจากการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว และใช้กลยุทธ์ “Covered Call strategy” เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับกองทุน ผ่านกองทุนหลัก ‘Fidelity Funds - Global Dividend Plus Fund Y-ACC-USD’


- “UGFO-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี โกลบอล ฟาวน์เดอร์ แอนด์ โอว์เนอร์ ฟันด์ ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่มีทีมผู้บริหารเป็นผู้ก่อตั้ง (Founders) และผู้ถือหุ้นบริษัท (Owners) ในสัดส่วนที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อโอกาสสร้างการเติบโตของผลตอบแทนในระยะยาวที่มีแนวโน้มดีกว่าตลาดโดยรวม ผ่านกองทุนหลัก Invesco Global Founders & Owners Fund Class C-Acc (USD)’


ถัดมาเป็นกลุ่ม “US Equityที่เน้นลงทุนใน “หุ้นสหรัฐ” อีก 1 กอง ได้แก่

- “UUSL-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี ยูเอส ลาร์จแคป โกรท ฟันด์ ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนในหุ้นและตราสารที่เกี่ยวข้องกับหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนหรือดำเนินธุรกิจในสหรัฐ โดยเน้นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการเติบโตของกำไรสูง ผ่านกองทุนหลัก T. Rowe Price Funds SICAV – US Large Cap Growth Equity Fund Class I’


ต่อด้วยกลุ่ม “Technology Equityที่เน้นลงทุนในหุ้น Thematic” มีแนวโน้มการเติบโตสูงในระยะยาว มี 3 กอง ได้แก่

- “UGTECH-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี โกลบอล เทคโนโลยี ฟันด์ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นกระจายการลงทุนในหุ้นของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกครอบคลุมทุกเซกเมนต์ธุรกิจ ผ่านกองทุนหลัก Franklin Technology Fund (Class I (acc) USD)’


- “UUSTECH-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี ยูเอส เทคโนโลยี อิควิตี้ ฟันด์ ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีในประเทศสหรัฐ ครอบคลุมบริษัทขนาดเล็กที่คำนึงถึง ESG ผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Funds – US Technology Fund (Class JPM US Technology I (acc) - USD)’


- UAIPOWER-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เอไอ พาวเวอร์ โซลูชั่น ฟันด์" ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนหุ้นทั่วโลกเกี่ยวกับพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการด้านพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรม ผ่านกองทุนหลัก 'Robeco Capital Growth Funds – Robeco Smart Energy I USD'


“สายไหนๆ” ก็ควรมีติดพอร์ต...“ทองคำ” สกุลเงิน “
USD” ช่วยเสริมแกร่งให้พอร์ต

สุดท้ายไม่ว่าคุณจะเป็น “สายไหนๆ” ก็ตาม ก็ควรจะมี “ทองคำ” ไว้เพื่อ “กระจายความเสี่ยง” (Diversifier) เสริมแกร่งให้พอร์ตเพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์กับสินทรัพย์พื้นฐานอย่าง “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” ต่ำ เป้าหมายสำคัญคือ ช่วยรักษามูลค่าเงินลงทุนในระยะยาว (Safe Haven Assets) ใช้ต่อสู้กับเงินเฟ้อได้ดี (Inflation Hedge) โดยทั่วไปแนะนำให้มีในพอร์ตประมาณ 5 – 10% ปัจจุบันมี 1 กอง ได้แก่


- “UGOLD-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี โกลด์ ฟันด์ ความเสี่ยงระดับ 8 (เสี่ยงสูงมาก) ที่ลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง (บริษัทจัดการจะลงทุนในหน่วยลงทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก) ผ่านกองทุนหลัก ‘SPDR Gold Trust’ โดยมุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับราคาทองคำในตลาดโลก


ด้วยกลุ่ม “กองทุน USD” ของ “UOB Group” ที่มีครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลายตั้งแต่ “เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ” – “เสี่ยงสูงมาก” ไม่เพียงจะช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถ “จัดพอร์ต” การลงทุนจากสินทรัพย์ที่เป็น “บาท” สู่สินทรัพย์สกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” (USD) เพื่อโอกาสในการ “สร้างความมั่งคั่ง” (Wealth) เท่านั้น ยังมีประโยชน์ในการใช้ “กองทุน USD” ในการ “บริหารเงิน” อีกด้วย ถ้ามีความจำเป็นต้องชำระเงินในสกุลเงิน USD ในอนาคต เช่น ค่าเทอมลูก หรือมีคู่ค้าที่ต้องชำระค่าสินค้าและบริการ เป็นต้น ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายได้ในการทำธุรกรรมได้เป็นอย่างดี


สามารถดูข้อมูล “กองทุน USD” เพิ่มเติมได้ที่ https://www.uobam.co.th/th/MutualFund/UsdFundLeader


ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และการลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงินและไม่สามารถรับรองผลตอบแทนได้


การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก และมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนด


ผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุน Term Fund ในช่วงเวลา 3 เดือนและ 6 เดือน (ตามลำดับ) ได้ ดังนั้น หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด (fully hedged) (95%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) โดยกรณีกองทุนลงทุนในตราสารที่เป็นสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนจะเข้าทําสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจํานวน (fully hedged)


กองทุน UGFT-USD, UGFO-USD, UGTECH-USD, UUSTECH-USD, UIFT-USD, UGIS-USD, UGDIVP- UAIPOWER-USD,UUSL-USD, UGOLD-USD และ USDREADY มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด (fully hedged) (95%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) ทั้งนี้ กรณีกองทุนลงทุนในตราสารที่เป็นสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนจะเข้าทําสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจํานวน (fully hedged)


กองทุน UGFT-USD, UIFT-USD และ UGTECH-USD ลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา กองทุน UGFO-USD ลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรป และกองทุน UGIS-USD ลงทุนกระจุกตัวในตราสารหนี้ต่างประเทศ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย


กองทุน UGTECH-USD ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและผู้ออก และกองทุน UUSTECH-USD, UUSL-USD
ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสหรัฐอเมริกา จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก


สอบถามข้อมูลหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่

ธนาคารยูโอบีทุกสาขา หรือ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) โทร 02-786-2222

Most Viewed
Stock of the Day
Data Center คืบ! บังคับ PPA-น้ำ พร้อม ใช้วัสดุในไทยเกิน 50% หนุนเงินสะพัด นิคม-รับเหมา-ไฟฟ้า-แบงก์-รับจิตวิทยาบวก
Updated 1 day ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัว “Flexi Retire” รับสังคมสูงวัย ชูจุดเด่นจ่ายเบี้ยยืดหยุ่น-ปรับแผนได้ ผนึกพันธมิตรปั้น Ecosystem ครบวงจร
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
PRINC ผนึก Siemens ทุ่ม 300 ลบ. ยกระดับศูนย์มะเร็ง ชู Hub & Spoke เสริม Efficiency คาดรับรู้รายได้เต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 70
Updated 23 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัว “Muang Thai Flexi Retire Series” แบบประกันบำนาญยุคใหม่ ยืดหยุ่นและออกแบบได้ในทุกความเป็นคุณ
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
จับจังหวะลงทุน DELTA Risk-Reward น่าสนใจ! รับแรงหนุนธีม AI-Data Center จับตากำไรไตรมาส 3/69 แกร่ง
Updated 1 day ago
Follow Us