Official Update :

เริ่มต้น “วางแผนเกษียณ” กันตั้งแต่วันนี้...จะได้ “เกษียณอย่างเกษม” ในวันหน้า !!!

ใครๆ ก็อยาก “เกษียณอย่างเกษม” ด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดที่เรื่อง “การวางแผนเกษียณ (Retirement Planning)” กลายเป็นหนึ่งในเรื่องที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกันเป็นอย่างยิ่ง


“แต่รู้กันไหมครับว่า ‘ธนาคารโลก (World Bank)’ ได้นำเสนอ ‘ระบบออมเงินเพื่อการเกษียณ (The Multi Pillar of Old Age Security)’ หรือ ‘ระบบบำนาญ (Multi Pillar Pension System)’ ในปี ค.ศ. 1994 เพื่อสร้างความมั่นคงทางสังคมในแก่ผู้เกษียณอายุในแต่ละประเทศ”


โดยในยุคแรกเริ่มได้แบ่งระบบการออมเพื่อการเกษียณออกเป็น ‘3 เสาหลัก (Three Pillars)’ แต่ต่อมาในปี ค.ศ. 2008 ก็ได้เปลี่ยนเพิ่มเป็น ‘5 เสาหลัก (5 Pillars)’ เพื่อให้คลอบคลุม และสามารถรองรับภาระการเลี้ยงดูผู้เกษียณอายุในอนาคตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้ผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน และยังมีเงินได้สามารถสะสมเงินเตรียมพร้อมไว้สำหรับการเกษียณอายุการทำงานที่มีคุณภาพในอนาคต โดยรูปแบบการออมเพื่อการเกษียณดังกล่าวมีทั้ง ‘แบบให้เปล่า’, ‘แบบภาคบังคับ’ และ ‘แบบสมัครใจ’ โดยแบ่งออกเป็น 5 เสาหลัก ดังนี้ครับ

 

  • เสาแรก เรียกว่า Zero Pillar” คือ สวัสดิการขั้นพื้นฐานหลังการเกษียณที่ได้รับการคุ้มครองดูแลจากภาครัฐ มีลักษณะเป็นเงินช่วยเหลือ ‘แบบให้เปล่า’ เพื่อใช้ในการดำรงชีพพื้นฐานสำหรับผู้สูงอายุโดยใช้เงินงบประมาณจากภาษีของประชาชน ไม่มีการกันเงินสำรองหรือไม่ได้จัดตั้งเป็นกองทุนแต่อย่างใด ทั้งนี้ ประชาชน ‘ไม่ต้องมีส่วนร่วมในการจ่ายเงินสะสม (Non-contributory)’ เพื่อให้ได้รับสวัสดิการนี้จากภาครัฐ


สำหรับในประเทศไทย สวัสดิการที่อยู่ภายใต้เสาหลักนี้ ได้แก่ ‘เบี้ยยังชีพผู้สูงวัย (Old Age Allowance)’ ซึ่งคลอบคลุมเฉพาะประชาชนชาวไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปซึ่งไม่ได้รับสวัสดิการใดๆ จากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”

 

  • เสาที่สอง เรียกว่า “1st Pillar” คือ ‘ระบบการออมภาคบังคับ (Mandatory)’ ที่บริหารงานโดยหน่วยงานของภาครัฐเพื่อประกันการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชนผู้เป็นสมาชิก ซึ่งต้องมีการระดมเงินส่งเข้าสู่กองทุนอย่างเป็นระบบ โดย ‘สมาชิก’ จะจ่ายเงินส่วนหนึ่ง และ ‘ภาครัฐ’ จะจ่ายเงินอุดหนุนอีกส่วนหนึ่ง มีการกำหนดผลประโยชน์เป็นอัตราขั้นต่ำที่สมาชิกจะได้รับเมื่อยามเกษียณไว้ล่วงหน้า โดยผลประโยชน์ทดแทนที่สมาชิกได้รับจะ ‘แน่นอนตายตัว’ ไม่ผันแปรไปตามจำนวนเงินที่ได้จ่ายเข้ากองทุน (Defined Benefit)



สำหรับในประเทศไทย สวัสดิการที่อยู่ภายใต้เสาหลักนี้ ได้แก่ ‘กองทุนประกันสังคม’ อย่างไรก็ตาม จำนวนเงินที่ได้จากการออมประเภทนี้จะค่อนข้างน้อย และไม่เพียงพอต่อการครองชีพเมื่อยามที่เกษียณอายุจากการทำงานจริง”







  • เสาที่สาม เรียกว่า “2nd Pillar” คือ ‘ระบบการออมภาคบังคับ’ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างรายได้ภายหลังเกษียณเพิ่มเติมนอกเหนือจาก 1st Pillar ให้แก่ประชาชนที่เป็นสมาชิกกองทุน โดยอาศัยผลแห่งการทำงานของตนเอง มีเอกชนที่เป็นมืออาชีพทำหน้าที่เป็นผู้บริหารงานให้ สมาชิกผู้ที่เป็น ‘ลูกจ้าง’ และ ‘นายจ้าง’ ต้องร่วมกันจ่ายเงินสะสม และเงินสมทบเข้ากองทุนตามอัตราที่กำหนดไว้ (Defined Contribution) ซึ่งผลประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับจากกองทุนขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่จ่ายเข้ากองทุน และผลประโยชน์ที่เกิดจากการนำเงินของกองทุนไปลงทุน



สำหรับในประเทศไทย สวัสดิการที่อยู่ภายใต้เสาหลักนี้ ได้แก่ ‘กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)’ ที่มีขอบเขตบังคับใช้กับข้าราชการทุกคนที่เข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2540”

 

  • เสาที่สี่ เรียกว่า “3rd Pillar” คือ ‘ระบบการออมแบบสมัครใจ (Voluntary)’ เพื่อให้มีรายได้ที่เพียงพอตามฐานะที่คาดหวังไว้ โดยอาจเป็นรูปแบบที่สมาชิกผู้ที่เป็นลูกจ้าง และนายจ้างต้องร่วมกันจ่ายเงินสะสม และเงินสมทบเข้ากองทุนตามอัตราที่กำหนดไว้ หรืออาจเป็นการลงทุนของตัวลูกจ้างเองเท่านั้นก็ได้ ทั้งนี้ ผลประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับจากกองทุนขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่จ่ายเข้ากองทุน และผลประโยชน์ที่เกิดจากการนำเงินของกองทุนไปลงทุน ซึ่งจะมีเอกชนที่เป็นมืออาชีพทำหน้าที่เป็นผู้บริหารงานให้



“สำหรับในประเทศไทย สวัสดิการที่อยู่ภายใต้เสาหลักนี้ ได้แก่ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.), กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

 

  • เสาที่ห้า เรียกว่า 4th Pillar” คือ ระบบการออมที่ ‘ไม่อยู่ในรูปแบบกองทุน’ แต่จะใช้ทรัพย์สินอื่นๆ มารองรับการใช้ชีวิตช่วงหลังเกษียณ รวมถึงการสนับสนุนในรูปแบบที่ไม่เป็นทางการอื่นๆ เช่น การสนับสนุนจากครอบครัวในรูปแบบต่างๆ อีกด้วย



ถึงตรงนี้ ก็คงเป็นที่ชัดเจนกันแล้วว่า “การวางแผนเกษียณ” ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญจริงๆ ขนาด “ธนาคารโลก” ยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เลย แล้วจะรอกันทำไม...มาเริ่มต้นวางแผนเกษียณกันตั้งแต่ตอนนี้เถอะครับ

ดร.ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์

นักวิชาการอิสระสายการเงิน-การลงทุน ชอบสื่อสารเรื่องการเงินยากๆ ให้เข้าใจง่าย ผ่านการสอน งานเขียน และการเป็นวิทยากร ทุ่มเททั้งชีวิต หวังปลุกคนไทยให้ตื่นขึ้นมา อ่านออก-เขียนได้ทางการเงิน