Official Update :

อนาคตจะ “มั่งคั่ง” หรือไม่?...ไม่ต้องพึ่ง ‘หมอดู’-ให้ดูพฤติกรรมใช้จ่ายเงินของตังเองพอ

รู้หรือไม่?...หนี้ที่ครัวเรือนไทยส่วนใหญ่ก่อกว่า 77% เอาไปใช้เพื่อบริโภค ในขณะที่กู้ไปประกอบอาชีพเพียง 18% เท่านั้น


ในหนี้เพื่ออุปโภคบริโภคนั้น ก็มีทั้ง หนี้ที่ดี เช่น กู้เพื่อการศึกษา หรือหนี้เพื่ออสังหาริมทรัพย์ และ หนี้ที่ไม่ดีในส่วนของหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล กว่า 10%


ทำตัวเลข หนี้ครัวเรือนของไทย ไตรมาสที่3/20 เพิ่มเป็น 86.6% ของ GDP จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 78.9% ของ GDP เท่านั้น


หนี้ เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะส่งผลต่อ ความมั่งคั่ง ของคุณได้ แต่ปัจจัยสำคัญกว่า คือ งบกระแสเงินสดของคุณเอง ถ้าบริหารได้ดี มีเหลือจะช่วยคุณแก้ปัญหาหนี้และช่วยเพิ่มความมั่งคั่งให้กับตัวคุณได้คราวเดียว


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดี ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย



วงจรหนี้”...หยุดได้-ด้วยตัวเอง

พูดเรื่องหนี้ แล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีเสมอไป ธุรกิจยังต้องก่อหนี้เลย...จริงมั้ย? ที่เราเห็นตัวเลขเป็นหนี้ในระบบที่ยังอยู่ในสายตาของผู้กำกับดูแล แต่ที่น่าห่วงและเป็นข่าวคราวบ่อยครั้งตามสื่อต่างๆ คือ หนี้นอกระบบ ที่ไม่มีใครมาค่อยดูแลนี่แหละ


แต่คนเราเป็นหนี้ ก็ต้องใช้หนี้...ไม่ว่าจะหนี้ในระบบ หรือหนี้นอกระบบก็ตาม แน่นอนถ้ามี รายได้เพียงพอ จ่ายส่วนใหญ่ก็คงจ่ายหนี้กัน แต่ถ้า มีไม่พอหรือ ไม่มี ล่ะ?


คุณคิดว่า...คนส่วนใหญ่เลือกทางไหนกัน?


แปลก...แต่จริง คำตอบ คือ ยืม ไม่ว่าจะยืมญาติสนิทมิตรสหาย ปัญหาหนี้นอกระบบที่กระทบจนเป็นข่าวตามสื่อเพราะจะกลายเป็น ข่าวสังคม หรือ ข่าวอาชญากรรม ไปนั้น ก็เพราะเดินบนทางเลือกที่คนส่วนใหญ่ในโลก (ไม่เฉพาะคนไทย) ทำกัน...คือยืมนั่นเอง 


นี่เหมือนการซ้ำเติมปัญหา ก่อหนี้ใหม่ ใช้หนี้เก่า วนไปเรื่อยๆ สุดท้ายเมื่อไม่มีเงินมาใช้หนี้ ก็ไปก่อหนี้ใหม่ต่อไปเรื่อยๆ ตามข่าวบางรายยืมไป 13 ราย จนไม่มีศักยภาพจะจ่ายหนี้คืนเจ้าหนี้ เลยต้องร้อง ศูนย์ดำรงธรรม ในที่สุด กับหนี้ในระบบก็ไม่แตกต่างกัน เพียงแต่กระบวนการของฝ่ายเจ้าหนี้ก็จะเป็นไปตามตัวบทกฎหมายเท่านั้นเอง


ทางเลือกที่น่าสนใจกว่าแต่มีคนเลือกใช้น้อยกว่า คือ ผ่อนผันหนี้ (แต่ก็ขึ้นกับการเจรจากับเจ้าหนี้ด้วย) และทางเลือกสุดท้ายที่คนจะเลือกใช้ คือ ตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต ขายทรัพย์สิน ที่มีเอาเงินไปใช้หนี้ ตัวเองจะได้กลับมาเป็นไททางการเงินอีกครั้งนั่นเอง





พฤติกรรมใช้จ่ายเงิน”...บ่งบอกถึงความมั่งคั่งในอนาคตของคุณเอง

ที่ต้องพูดถึงเรื่อง หนี้ นำร่องมาก่อนนั้น เพราะเป็นส่วนของ แหล่งเงินทุน อีกแหล่ง นอกจาก ส่วนของเจ้าของ นั่นเอง เมื่อรวมกันเข้าทั้ง 2 ส่วนก็จะเท่ากับฝั่งของ สินทรัพย์ ดังนั้น สินทรัพย์ที่มีก็ต้องไปดูโครงสร้างเงินทุนด้วยเช่นกัน 


หลายคนไปดูดวง ถามหมอดูว่ามีดวงจะรวยมั้ย?


จริงๆ ไม่ต้องไปพึ่งพาหมอดูแต่ประการใด ดู กระแสเงินสด ของตัวเองในชีวิตจริงก็บอกได้แล้วว่า...อนาคตจะมี ความมั่งคั่ง เพิ่มขึ้นเป็นคนรวยได้หรือไม่?


ถ้าในแต่ละเดือนของคุณ รายรับ หัก รายจ่ายเหลือเงินเป็น บวก ก็สามารถนำเงินนั้นส่วนหนึ่งเก็บเอาไว้เป็นทุน (ส่วนของเจ้าของก็จะเพิ่มขึ้น) อีกส่วนจะเอาไปจ่ายหนี้....หนี้ก็จะลดลง และหากสมการการเงินคุณเดินสายนี้ ส่วนทุนก็จะเพิ่มขึ้น ในขณะที่ส่วนหนี้ก็จะลดลง และสามารถใช้เงินทุนที่มีไปลงทุนเพื่อต่อยอดความมั่งคั่งของตัวเองได้อีกด้วย นั่นจะทำให้ภาพรวมของคุณมีโอกาส รวย ได้แน่นอน


ในทางตรงข้าม ถ้าพฤติกรรมการใช้เงินของคุณ รายรับ หัก รายจ่าย เหลือ ติดลบ จะทำให้หนี้สินเพิ่ม ส่วนของเจ้าของลดลง ภาพรวมของสินทรัพย์ก็จะลดลง โอกาสที่คุณจะ รวย ก็เป็นไปได้ยาก


ไม่ต่างอะไรกับการทำธุรกิจ ถ้ามีกำไรๆ เติบโต ทุนก็เพิ่ม สินทรัพย์ก็เพิ่ม ก็มีศักยภาพในการจ่ายชำระหนี้ ในระดับบุคคลก็เช่นเดียวกัน พฤติกรรมการใช้จ่ายของคุณ จะทำให้ความมั่งคั่งของตัวเองเองเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้เช่นเดียวกัน แล้วคุณล่ะ ...เลือกเส้นทางไหน?”

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’