“ปลดล็อก” มีเงินน้อยก็ลงทุนกองทุนรวมได้!!

“จักรวาลการลงทุน” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปไม่ว่าคุณจะเป็นใครโอกาสการลงทุนจะเปิดกว้างสำหรับทุกคน การลงทุนในต่างประเทศหรืออสังหาริมทรัพย์จะไม่ถูกจำกัดไว้แค่กลุ่มนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งอีกต่อไป

“ปัจจุบันด้วยเครื่องมืออย่าง ‘กองทุนรวม’ จะช่วย ‘ปลดล็อก’ ข้อจำกัดในการลงทุนของคุณให้หมดไป ‘กองทุนรวม’ จะเปิดประตูมิติพาคุณไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำไปจนถึงความเสี่ยงสูง ทั้งในประเทศตลอดจนต่างประเทศ ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นจำนวนน้อยไม่ต่างกับไปฝากแบงก์แต่ประการใดแต่ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนตามคาดหวังที่ดีกว่าโดยเปรียบเทียบ”

“การออมเงิน” เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญแต่หลายต่อหลายคนยังคงไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก นั่นก็เพราะค่าใช้จ่ายที่มีแต่ละเดือนก็มีไม่น้อยเช่นกัน ไม่ว่าจะรายจ่ายในชีวิตประจำวัน ภาระผูกพันจากสินเชื่อต่าง ๆ เช่น บ้าน หรือรถยนต์ เป็นต้น จึงทำให้หลายคนมองเป็นอุปสรรคในการจะออมเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“แต่ถ้ามองในภาพรวมจะพบว่ายังมีค่าใช้จ่ายบางประเภทที่เราสามารถเปลี่ยนไปเป็นเงินออมหรือเงินลงทุนในแต่ละเดือนได้ เช่น ค่าใช้จ่ายไปกับสินค้าสิ้นเปลืองต่าง ๆ ที่เข้ามาเย้ายวนใจหรือหลอกล่อเราในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นจากชอปปิ้งออนไลน์, ปาร์ตี้สังสรรค์ต่าง ๆ ที่พร้อมจะดึงเงินในกระเป๋าให้บินว่อนออกไปจึงเป็นเหมือนกับ ‘หลุมกับดัก’ ขนาดใหญ่ที่ทุกคนต้องเผชิญ”

แทนที่การใช้จ่ายเพี่อตอบโจทย์ความต้องการชั่วคราวเราสามารถนำไปลงทุนผ่าน “กองทุนรวม” เพื่ออนาคต และอาจเป็นทางเลือกของคำตอบที่ช่วยคุณได้ มาดูตัวอย่างกัน!!

กินบุฟเฟ่ต์ 1 มื้อกับเพื่อน 399 บาท เดือนละครั้ง...1 ปี หมดเงินไป 4,788 บาท
ดูหนังเดือนละเรื่อง ๆ ละ 220 บาท...1 ปี หมดเงินไป 2,640 บาทเป็นต้น

“เงินที่จ่ายไปกับการกินบุฟเฟ่ต์... ถ้าคุณเปลี่ยนเป็นเงินเก็บ คุณจะมีเงินเพิ่มขึ้นทันทีเดือนละ 399 บาท หรือปีละ 4,788 บาท ผ่านไป 10 ปีจะมีเงินเก็บ 47,880 บาท (นี่เฉพาะเก็บอย่างเดียวนะ) แต่ถ้าคุณเอาเงินที่อดกินบุฟเฟ่ต์ไว้ไปลงทุนผ่าน ‘กองทุนหุ้น’ ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6.35% ต่อปี(1)  ทุกเดือน ๆ ผ่านไป 10 ปี  เงินจะเพิ่มขึ้นเป็น 66,645 บาท มากขึ้นกว่าเก็บเงินไว้เฉย ๆ ถึง 18,765 บาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 39.19% เลยทีเดียว นี่คืออานุภาพของการเปลี่ยน ‘เงินออม’ ไปเป็น ‘เงินลงทุน’ นั่นเอง”

ปัจจุบันการลงทุนผ่าน “กองทุนรวม” นั้น สามารถทำได้ง่ายๆ และใช้เงินน้อยสามารถเริ่มลงทุนขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 1 บาท, 100 บาท, 500 บาท, 1,000 บาท5,000 บาท หรือ 10,000 บาท เป็นต้น โดยกองทุนรวมที่ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำตั้งแต่ 1 บาท – 500 บาทปัจจุบันมีถึง 802 กองทุน (ที่มา: morningstarthailand.com) ด้วยพัฒนาการด้านเทคโนโลยี ของ บลจ. บางแห่ง “ไม่มีขั้นต่ำ” ในการลงทุนด้วย นั่นหมายความว่า มีเงิน ‘ไม่เต็มบาท’ ก็ลงทุนได้แล้ว

“ที่สำคัญ..อยากจะลงทุนในสินทรัพย์อะไรก็เลือกได้ตามอัธยาศัย ปัจจุบันมีสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนครอบคลุมทุกประเภทที่มีการลงทุนอยู่ใน ‘จักรวาลการลงทุน’ ค่อนข้างครบถ้วนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกองทุนตราสารหนี้, กองทุนหุ้น, กองทุนรวมที่ไปลงทุนต่างประเทศ (FIF) หรือกองทุนทางเลือกอย่างกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนทองคำ เป็นต้น”

“กองทุนรวม” เป็นการเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ โดย “ทางอ้อม” ของนักลงทุน “ข้อดี” คือ มี‘ผู้จัดการกองทุน’มาดูแลบริหารเงินลงทุนให้เต็มเวลาเพราะเป็นอาชีพของเขา สามารถเลือกกองทุนที่มีนโยบายลงทุนเหมาะสมกับความต้องการของตัวเอง โดยยังคงได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ต่างกับไปลงทุน ‘โดยตรง’ ด้วยตัวเองแต่ประการใด โดยผลตอบแทนคาดหวังและความเสี่ยงของกองทุนขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่กองทุนนั้น ๆ เข้าไปลงทุนเป็นสำคัญ

“การออมเงินในช่วงเริ่มต้น อาจจะทำได้ยากด้วย ‘อุปสรรค’ อย่างภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ถาโถมเข้ามา แต่หากเรามีวินัยทางการเงินและบริหารจัดการที่ดีก็เชื่อว่าไม่ใช่เรื่องยากที่จะ ‘เก็บออม’อีกต่อไป แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็ควรแปลงเงินออมไปสู่ ‘การลงทุน’ ทำเงินให้งอกเงย ออกดอกออกผลโดยลงทุนในรูปแบบต่างๆ อย่างเหมาะสม ซึ่ง ‘กองทุนรวม’ ก็เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยใช้เงินลงทุนไม่สูงอย่างที่ใครหลายคนคิดแต่ประการใด

วันนี้...คุณลงทุนในกองทุนรวมแล้วหรือยัง?”

หมายเหตุ
(1) อัตราผลตอบแทนรวมกลุ่มกองทุนรวมหุ้นไทย ย้อนหลัง 10 ปี เฉลี่ย 6.35% ต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564, ที่มา: บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด)
(2) อัตราผลตอบแทนในอดีต มิได้รับประกันถึงผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน