Official Update :

“ความมั่งคั่ง” ทั้ง 4 ด้าน...จะนำไปสู่ “ความมั่นคงในชีวิตอย่างยั่งยืน” !!!

เมื่อพูดถึงคำว่า “ความมั่งคั่ง (Wealth)เชื่อแน่ว่า ทุกคนต่างก็ใฝ่ฝันถึง และอยากที่จะมีกันทุกคน โดยหลายคนเข้าใจว่า “ความมั่งคั่ง” นั้นก็คือ ความร่ำรวย หรือการสะสมทรัพย์สินเงินทองให้ได้ในจำนวนมากๆ เมื่อเทียบกับบุคคลอื่นๆ ทั่วไป อันจะนำไปสู่ “อิสรภาพทางการเงิน (Financial Freedom)” ในที่สุด ซึ่งตรงกับที่พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ได้ให้คำนิยามไว้ว่า หมายถึง “มีทรัพย์มากมาย หรือมีทรัพย์ล้นเหลือ”


อย่างไรก็ตาม หากมีโอกาสได้ไปอ่านตำรา หรือหนังสือเกี่ยวกับ “การบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management)” หรือ “การวางแผนการเงิน (Financial Planning)” ของเมืองนอก จะพบว่า “ความมั่งคั่ง” ไม่ได้หมายความถึง “ทรัพย์สินเงินทอง” เพียงด้านเดียว แต่ยังคลอบคลุมไปถึงเรื่องต่างๆ ในชีวิตของแต่ละคนด้วยโดยได้มีการแบ่งความมั่งคั่งออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้ครับ

  • ความมั่งคั่งทางด้านร่างกาย (Physical Wealth) ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพร่างกายของแต่ละคน โดยร่างกายเปรียบเสมือนกับเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนให้ชีวิตเราดำเนินไปได้อย่างปกติในแต่ละวัน อย่างไรก็ตาม หากเราไม่มีการดูแลสุขภาพร่างกายอย่างดีพอแล้ว ไม่ออกกำลังกาย ปล่อยปะละเลยในการใช้ชีวิต ร่างกาย หรือเครื่องยนต์นั้นก็อาจทำงานผิดปกติ น็อค และท้ายสุดก็อาจถึงขั้นหยุดการทำงานลงก็เป็นได้


“ทั้งนี้ Urijah Faber ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้ชื่อดังชาวอเมริกันได้กล่าวประโยคที่โด่งดัง และเป็นที่จดจำไปทั่วโลกว่า สุขภาพที่ดี คือ ความมั่งคั่งที่แท้จริง (Good Health is True Wealth)ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บใดๆ นั่นเอง แน่นอนว่า หากสุขภาพร่างกายของตนเองยังดูแลให้ดีไม่ได้ แล้วจะสามารถจัดการสุขภาพด้านการเงิน และด้านอื่นๆ ของตนได้อย่างไรใช่ไหมครับ”

  • ความมั่งคั่งทางด้านการเงิน (Financial Wealth) อันเป็นพื้นฐานที่จะนำไปสู่อิสรภาพทางการเงินในอนาคต โดยนักวางแผนการเงินให้นิยามของความมั่งคั่งด้านนี้ว่า หมายถึงมูลค่า หรือขนาดของ “ทรัพย์สินสุทธิ” ของคนแต่ละคน ซึ่งวัดได้จากการนำ มูลค่าสินทรัพย์รวม ที่ตนถือครองอยู่หักออกด้วย มูลค่าหนี้สินที่ตนยังค้างชำระซึ่งหากมูลค่าสุทธิที่เกิดจากการลบกันนี้มีค่าบวกมากๆ ก็แสดงว่า มี “ความมั่งคั่ง” นั่นเองครับ

     

     




“แน่นอนว่า การที่จะมีความมั่งคั่งทางด้านการเงินได้ ย่อมหลีกไม่พ้นเรื่องการวางแผนการเงินทั้งในด้านการออม การลงทุน และการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินเงินทองก็อาจไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต หากมีทรัพย์สินเงินทองมากมายล้นฟ้า แต่ชีวิตกลับไม่มีความสุข สุขภาพร่างกายย่ำแย่ ไม่มีเวลาให้กับครอบครัวหรือคนที่รัก มีปัญหาการเข้ากับสังคม เช่นนี้ก็คงไม่ใช่ความมั่งคั่งที่ทุกคนใฝ่ฝันหาละครับ ดังนั้น จึงต้องรู้จัก สร้างสมดุล ในชีวิตให้เกิดความมั่งคั่งในด้านอื่นๆ ด้วย”

  • ความมั่งคั่งทางด้านเวลา (Time Wealth) แน่นอนว่า ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากันในแต่ละวัน อย่างไรก็ตาม เวลาถือเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด ใช้แล้วหมดไปเลย ไม่สามารถหาคืนมาใหม่ได้ แต่หลายๆ ครั้ง คนเรากลับเสียเวลาไปกับการทำบางสิ่งที่ไม่จำเป็น หรือสิ่งไม่สำคัญต่อชีวิต บางคนทำแต่งานเอาเวลาไปแลกเพื่อมุ่งหวังให้ได้เงินกลับคืนมาเยอะๆ จนลืมให้เวลากับคนรอบข้างอันเป็นที่รัก


“อย่าลืมนะครับว่า ต่อให้มีทรัพย์สินเงินทองมากมายแค่ไหน เราก็ไม่สามารถที่จะเอาเงินไปแลกซื้อเวลากลับคืนมาได้ และที่สำคัญ เราทุกคนสามารถรู้ได้ว่า เรามีเงินเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน แต่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เรายังเหลือเวลาอีกนานแค่ไหน ดังนั้น จงให้ความสำคัญกับเรื่อง การบริหารเวลาที่มีอยู่ด้วยครับ”

  • ความมั่งคั่งทางด้านสังคม (Social Wealth) โดย Aristotle นักปราชญ์ชาวกรีกได้กล่าวไว้ว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม (Human Being is Social Animal) ที่ต้องอาศัยอยู่ร่วมกับผู้อื่น ดังนั้น ความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย แต่กลับต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ไม่มีเพื่อน ไม่มีใครรัก ชีวิตเช่นนี้คงไม่ดีเป็นแน่แท้


“ดังนั้น การให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต และคนรอบข้างจึงเป็นสิ่งจำเป็นอีกประการหนึ่งที่ขาดไม่ได้ครับ”


ถึงตรงนี้คงได้รู้จักกับ “ความมั่งคั่ง” ทั้ง 4 ด้านแล้ว แน่นอนว่า ทุกคนมีความสามารถที่จะสร้างความมั่งคั่งที่แท้จริงให้เกิดกับชีวิตของตนเองได้ เพียงแค่เริ่มต้นลงมือทำ และ “รักษาสมดุล” ด้วยการวางแผนเป็นอย่างดี เพื่อให้เกิดความมั่งคั่งทั้ง 4 ด้านข้างต้น อันจะนำไปสู่ “ความมั่นคงในชีวิตอย่างยั่งยืน” ได้นั่นเองครับ

ดร.ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์

นักวิชาการอิสระสายการเงิน-การลงทุน ชอบสื่อสารเรื่องการเงินยากๆ ให้เข้าใจง่าย ผ่านการสอน งานเขียน และการเป็นวิทยากร ทุ่มเททั้งชีวิต หวังปลุกคนไทยให้ตื่นขึ้นมา อ่านออก-เขียนได้ทางการเงิน