Official Update :

เปิด “14 App” ยุคดิจิทัล... ลงทุน “กองทุนรวม” ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว !!!

ปัจจุบัน การลงทุนเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ เพราะคุณสามารถ “เปิดบัญชีกองทุนรวมออนไลน์” โดยไม่ต้องส่งเอกสารตามหลังได้แล้วนะ…

ปฏิเสธไม่ได้ว่าแม้ “กองทุนรวม” เป็นเครื่องมือที่สร้างมาเพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนทุกคนสามารถเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ได้สะดวกและใช้เงินลงทุนที่ไม่มากนัก เรียกว่ามีเงินเท่าไรก็ลงทุนได้ถ้าคุณพร้อมที่จะลงทุน ซึ่งถือเป็น ‘จุดเด่น’ ของเครื่องมือนี้เลยทีเดียว

แต่หนึ่งใน “อุปสรรค” ที่สำคัญจาก “ขั้นตอนในการเปิดบัญชี” คืองานเอกสาร..!! ที่อาจทำให้ผู้ลงทุนรู้สึกไม่สะดวกสบายเท่าไรนัก ย้อนหลังไปไม่ต้องไกล..แค่ 5 ปีที่แล้ว รูปแบบการเปิดบัญชีกองทุนรวมก็ยังคงเป็นเช่นนี้ ช่องทางการลงทุนที่จะต้องทำผ่านช่อง “ออฟไลน์ (Offline)” เช่น สาขาของธนาคารพาณิชย์, ตัวแทนขายต่างๆ (Selling  Agent) หรือติดต่อโดยตรงที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ก็ตาม

“และนั่นกลายเป็น ‘ข้อจำกัด’ ของ บลจ.ขนาดเล็ก หรือ บลจ.ที่ไม่มีเครือข่ายสาขาช่วยในการขาย เพราะนักลงทุนจะเข้าถึงได้ยาก (นอกจากตั้งใจจะเปิดบัญชีจริงๆ หรือไปในงานมหกรรมการเงินต่างๆ ที่มีการออกบูธของ บลจ. กลุ่มนี้ไปร่วมออกบูธด้วย) ถือเป็นอุปสรรคเล็กๆ ที่ทำให้นักลงทุนมือใหม่และนักลงทุนที่มีประสบการณ์ต้องพบเจอกันในช่วงที่ผ่านมา”

อย่างไรก็ตาม โลกได้มีพัฒนาการของ “เทคโนโลยี” ที่ก้าวหน้า และได้เข้ามา Disruption ‘ข้อจำกัด’ ในเรื่องการเปิดบัญชีกองทุนรวมไปได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน ธนาคารพาณิชย์, บลจ. หรือตัวแทนขาย ที่เป็นตัวกลางบลจ. หรือ บล. ที่เป็น Fundsupermart ต่างก็ได้มีการปรับตัวให้ทันกับโลกการลงทุนที่เปลี่ยนไป เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ลงทุนได้มากยิ่งขึ้น โดยหลายบริษัทได้พัฒนา “Application (แอพพลิเคชั่น)” ขึ้นมา จนทำให้นักลงทุนที่สนใจจะลงทุนใน “กองทุนรวม” สามารถเปิดบัญชีได้โดยไม่ต้องส่งเอกสารอีกต่อไป ทุกอย่างทำผ่านระบบ “ออนไลน์ (Online)” ทั้งหมด ง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอนเท่านั้น ได้แก่

  • ดาวน์โหลดแอป, กรอกข้อมูลส่วนตัว พร้อมยืนยันตัวตน
  • ทำแบบประเมินความเสี่ยง, เลือกกองทุนรวมที่สนใจจะลงทุน
  • เริ่มลงทุนได้เลย ด้วยการชำระเงินผ่านระบบออนไลน์


“คุณก็สามารถจะเริ่มต้นลงทุนใน ‘กองทุนรวม’ ได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะเปิดบัญชีกองทุนรวมที่ไหนดี? มีสาขาไหนบ้าง?  เอกสารที่เตรียมไว้จะครบไหม? เป็นต้น ด้วย App การลงทุน ที่ ปัจจุบันเรารวบรวมไว้ให้มีถึง 14 App ซึ่งจะทำให้การเปิดบัญชีกองทุนรวม สามารถทำได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้วสัมผัส เท่านั้นเอง”

ก่อนจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ การลงทุนผ่านช่องทาง “อินเทอร์เน็ต (Internet)” ถือเป็นพัฒนาการก้าวแรกๆ ที่ได้เปิดให้นักลงทุนสามารถทำรายการต่างๆ ด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ของบลจ. ต่างๆ ซึ่งมีข้อดีที่ช่วยประหยัดเวลาแล้ว ยังมีความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลด้วยเช่นกัน

แต่ในปัจจุบัน ด้วยบทบาทและการเข้าถึงของผู้คนทั่วโลกที่มีต่อ “สมาร์ทโฟน” กลายมาเป็นปัจจัยที่ 5 ในชีวิตประจำวันของคนในยุค 5G ไปแล้ว จึงได้มีการพัฒนาต่อยอดขึ้นไปอีกระดับ ที่จะช่วยให้นักลงทุน “ก้าวข้ามขีดจำกัด” ในการลงทุนจึงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้มีการเปิดประตูไปสู่ออนไลน์แพลตฟอร์มไปอีกหนึ่งขั้น จนหลากหลายบริษัทได้มีการพัฒนา Application” ในการซื้อขายกองทุน ที่สามารถทำได้ตั้งแต่ขั้นตอนการเปิดบัญชีไปจนถึงการชำระเงินออนไลน์ ที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าช่องทางอื่นๆ แต่อย่างใด

           
ปัจจุบัน App-เทรดกองทุนรวม” ที่สามารถเปิดบัญชีได้โดยไม่ต้องส่งเอกสาร แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่

  1. App บลจ. เป็นบริษัทบริหารกองทุนโดยตรง แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็จะเป็นกองทุนของ บลจ.นั้นๆ เป็นสำคัญ
  2. App บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) เป็นการคัดเลือกกองทุนรวมเด่นๆ จากหลาย บลจ. มาให้ลงทุนกันได้ง่ายๆ ในที่เดียว
  3. App ธนาคาร ที่นอกจากจะสามารถทำธุรกรรมทางการเงินของแบงก์ ยังต่อยอดให้สามารถซื้อขายกองทุนได้ทันใจอีกด้วย บางธนาคารได้ยกระดับตัวเองขึ้นเป็น ‘Open Architecture’ ที่เปิดกว้างในการขายกองทุนมากยิ่งขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะกองทุนของ บลจ.ที่เป็นบริษัทในเครือเท่านั้น นับเป็นอีกมิติใหม่ที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน


“ปัจจุบัน มี ‘App-เทรดกองทุน’ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาถึง 14 App เพื่อตอบโจทย์การลงทุนในยุคดิจิทัลให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์อย่างกองทุนรวมได้อย่างทั่วถึง ครอบคลุม และสะดวกง่ายดาย โดยแต่ละ Application จะมีฟังก์ชั่นพื้นฐานอย่างการเปิดบัญชีที่สามารถทำเสร็จได้ภายในไม่กี่นาที และพร้อมซื้อขายกองทุนรวมได้ในทันที สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกองทุนเป็นรายกองทุน มีข้อมูลกองทุนรวมต่างๆ และคำแนะนำการลงทุนเบื้องต้น ไปจนถึงประเมินความเสี่ยงให้แก่ผู้ลงทุนด้วยเช่นกัน”


อย่างไรก็ตาม ภายใต้การพัฒนา App ในแต่ละบริษัท  อาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันออกไปบ้าง แต่หลักๆ แล้วก็เป็นไปเพื่อ ‘อำนวยความสะดวกแก่ผู้ลงทุนเป็นสำคัญ’ รวมถึงการวางแผนการเงินของผู้ใช้ หรือการกำหนดเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว เพื่อให้ตอบโจทย์กับคนที่ต้องการจะวางแผนการออมเงินในวัยเกษียณด้วยเช่นกัน


“รวมไปถึงอีกหนึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างการนำ ‘สมองกลอัจฉริยะ (Artificial intelligence: AI)’ เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลงทุนและรับมือกับสถานการณ์ของตลาดทุนในแต่ละช่วงเวลาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ลงทุนในขณะนั้นๆ ซึ่งจะช่วยนักลงทุนป้ายแดงหรือนักลงทุนที่มีเวลาไม่มาก สามารถลงทุนได้ง่ายขึ้น เหมือนมีมืออาชีพมาคอยให้คำปรึกษาอีกด้วย”

 

การรีวิวเบื้องต้นนี้...คงต้องยอมรับว่าไม่ใช่ฟังก์ชั่นหรือ “จุดเด่น” ทั้งหมดที่แต่ละบริษัทได้มีการพัฒนาขึ้นมา เพราะรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ของแต่ละ Application ก็ยังคงมีความแตกต่างกันออกไปอีกมากมาย ซึ่งผู้ลงทุนสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่ว่าจะเป็น App ไหน “App-เทรดกองทุนรวม” ทั้งหมดนี้...จะช่วยเปิดโลกของการลงทุนในกองทุนรวมให้ ‘ง่ายขึ้น’ แน่นอน…!!!