Official Update :

“ลงทุนต่างประเทศ”...ช่วย ‘กระจายความเสี่ยง’& ‘เพิ่มโอกาส’ สร้างผลตอบแทน !!!

เพราะโลกไม่ใช่มีแค่เพียง “ประเทศไทย” เราไม่เพียงติดต่อกับต่างประเทศผ่านเรื่องของ “การค้าและบริการ” เท่านั้น ยังผ่านประตูในเรื่องของ “การลงทุน” ด้วยเช่นกัน


เป็นช่องทางให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ และส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของ “ค่าเงินบาท” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนต้องคำนึงถึงเมื่อจะไปลงทุนในต่างประเทศ (เช่นเดียวกับที่เวลานักลงทุนต่างชาติจะมาลงทุนในไทย)


สินทรัพย์การลงทุนในโลกมีอยู่มากมายหลายหลาก แต่นี่คือโอกาสที่จะพาเงินลงทุนของคุณ ติดปีก บินลัดฟ้าไปลงทุนในต่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง 


ปัจจุบันการลงทุนต่างประเทศ เรียกว่า...ใครก็สามารถไปได้ ไม่ใช่เรื่องของกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งระดับสูงเท่านั้นที่สามารถทำได้เช่นในอดีต เพราะ ช่องทางการลงทุน ก็เปิดกว้างมากขึ้นเช่นเดียวกัน


ส่วนจะมีช่องทางไหนบ้างนั้น วันนี้ทีมงาน ‘Wealthythai’ ยังคงมีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย



ลงทุนผ่าน
...‘กองทุนรวม

ช่องทางการลงทุนแรกนั้นเป็นการลงทุนผ่านเครื่องมือที่ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนทั่วไปโดยเฉพาะรายย่อย อย่าง กองทุนรวม นั่นเอง ซึ่งสามารถทำได้ 2 ช่องทาง คือ


1.‘กองทุนรวมที่ไปลงทุนในต่างประเทศ (FIF)’ ซึ่งเป็นรูปแบบของกองทุนรวมต่างประเทศที่บลจ.ต่างๆ นำเสนออยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีให้เลือกทั้งระดับสินทรัพย์ ภูมิภาค ประเทศ หรือกลยุทธ์การลงทุนให้เลือกสรรกันตามอัธยาศรัยเลยทีเดียว


กอง FIF’ แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่

-‘Fun of Funds’ เป็นกองทุน FIF ที่มีนโยบายลงทุนในกองทุนต่างประเทศ หลายกองทุน 

-‘Feeder Funds’ เป็นกองทุน FIF ที่มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลักในต่างประเทศเพียง กองทุนเดียว ไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน


“บลจ.ส่วนใหญ่เกือบจะ 100% มี กอง FIF’ เป็นหนึ่งในโพรดักต์ที่มีไว้เป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนที่สนใจอยู่แล้ว เลือกให้ตอบโจทย์การลงทุนและความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเองก็พอ”


2. ‘กองทุน ETF : Exchange Traded Fund’ ที่มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ เช่น หุ้นจีน, ทองคำ เป็นต้น แต่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นไทย สำหรับนักลงทุนที่มีพอร์ตหุ้นสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยอยู่แล้ว ก็สามารถทำการซื้อขาย กอง ETF’ ดังกล่าวได้เสมือนหนึ่งเป็นหุ้นตัวหนึ่งนั่นเอง เพียงแต่เป็นเสมือนหุ้นที่ลงทุนในต่างประเทศเท่านั้นเอง ไม่ใช่แค่หุ้นในกระดานตลาดหุ้นไทยแต่ประการใด


ข้อดี ของช่องทางการลงทุนต่างประเทศผ่าน กองทุนรวม นั้น คือ ใช้เงินลงทุนน้อย เพียงหลักร้อย หรือหลักพันก็สามารถลงทุนได้แล้ว แต่ก็มีข้อเสีย คือ ค่าบริหารจัดการที่อาจจะสูงกว่ากองทุนในประเทศทั่วไป และในกรณีของ กอง ETF’ ในไทยนั้น ปัจจุบันทางเลือกของนโยบายยังมีจำกัด อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องในการซื้อขายอีกด้วย”



ลงทุนผ่าน
... ‘ตัวแทนการลงทุน

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ผู้ลงทุนที่สนใจสามารถทำได้แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับนักลงทุนรายย่อยทั่วไปแต่ประการใดหากแต่เหมาะกับกลุ่มนักลงทุนที่มีความมั่งคั่ง เป็นสำคัญ ได้แก่





- ‘
กลุ่มนักลงทุนสถาบัน' เช่น ธนาคาร, บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทประกัน เป็นต้น 


-‘กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ ในกรณีของ นิติบุคคล จะต้องมีส่วนของของผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 100 ล้านบาท หรือมีเงินลงทุนในหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตั้งแต่ 20 ล้านบาท 


หรือในกรณีของบุคคลธรรมดา ซึ่งนับรวมคู่สมรส จะต้องมีสินทรัพย์สุทธิ (ไม่นับรวมอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่อยู่อาศัย) ตั้งแต่ 50 ล้านบาท หรือมีรายได้ตั้งแต่ 4 ล้านบาทต่อปี หรือมีเงินลงทุนในหลักทรัพย์หรือสัญญาล่วงหน้าตั้งแต่ 10 ล้านบาท


“โดยสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนผ่านตัวกลางการลงทุนนั้นก็เป็นสินทรัพย์ที่ไม่ต่างกับการลงทุนผ่านกองทุนรวม ไม่ว่าจะเป็นหุ้น, ตราสารหนี้ (ทั้งรัฐและเอกชน), กองทุนรวม, อนุพันธ์ในตลาด Exchange นอกจากนี้ยังสามารถจะลงทุนในสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วไปลงทุนไม่ได้ เช่น Unrated Bond หรือ Private Equity เป็นต้น”


โดยนักลงทุนที่สนใจสามารถทำผ่าน ตัวกลางต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น บริษัทหลักทรัพย์  (Broker)’ หรือ ธนาคารในประเทศ หรือ กองทุนส่วนบุคคล กับตัวกลางที่คุณใช้บริการอยู่หรือมีบริการในด้านนี้เปิดให้บริการนั่นเอง 



ลงทุน
... ‘ด้วยตัวเอง’ โดยตรง

เป็นการลงทุนโดยตรง ของผู้ลงทุนเอง ในยุคโลกไร้พรมแดนตลาดการลงทุนเชื่อมถึงกันหมด การเดินทางไปต่างประเทศง่ายเพียงลัดนิ้วมือเดียว เรียกว่า...อยากลงทุนที่ไหนก็ไปเปิดการลงทุนในประเทศนั้นโดยตรงเลย เพราะบางทีอาจจะไปทำงาน หรือไปเรียน หรือไม่ลำบากที่จะทำ เป็นต้น ก็มีนักลงทุนที่ไปเปิดพอร์ตเพื่อลงทุนในตลาดต่างประเทศโดยตรง เช่น สิงคโปร์, เวียดนาม หรือ สหรัฐ เป็นต้น ข้อดี คือ เพิ่มช่องทางการลงทุนให้กับตัวเองในต่างประเทศ ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนผ่าน ตัวกลาง 


แต่ก็มี ข้อเสีย ในหลายเรื่องเช่นกัน เฉพาะการติดตามข้อมูลการลงทุน ตลอดจนกฎหมายต่างๆ ในต่างประเทศก็ไม่ง่ายแล้ว ไม่เพียงเท่านี้ยังต้องใช้เงินจำนวนมากในการกระจายความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องดำเนินการเรื่องการลงทุนด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน การฟ้องร้องเมื่อเกิดปัญหา


“บุคคลธรรมดายังมีภาระภาษีที่เกิดขึ้นจากกำไร เงินปันผล ดอกเบี้ย รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ถ้านำกลับมาในปีภาษีเดียวกันกับปีภาษีที่เกิดรายได้ เป็นต้น”


สำหรับ การลงทุนในต่างประเทศ นั้น ไม่เพียงจะเป็นการช่วย กระจายความเสี่ยง เท่านั้น ยังช่วย เพิ่มโอกาส ในการสร้างผลตอบแทนให้กับพอร์ตการลงทุนของคุณอีกด้วย ปัจจุบัน ช่องทาง ก็เปิดกว้างพร้อมให้คุณที่มีความพร้อมนำเงิน ติดปีก ไปลงทุนอย่างถูกต้องได้ทันที นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยสร้าง สมดุล ให้กับเงินบาทในทางอ้อมอีกทางหนึ่งด้วยเช่นกัน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’