Official Update :

ราคา “ทองคำ” เก็บทรงไม่อยู่ หากหลุด 1,750 ดอลลาร์ฯ อาจทำจุดต่ำสุดอีกครั้ง

เช้านี้ (9 .. 64) ราคาทองคำโดนปัจจัยลบกดดันจนปรับตัวลงทำ New Low ของปีที่ระดับ 1,680.23 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สร้างความตื่นตระหนักให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก โดยล่าสุดราคาทองคำปรับตัวขึ้นมายืนอยู่ที่ประมาณ 1,745 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในสถานการณ์แบบนี้ ควรทำอย่างไร Wealthy Thai มีความเห็นจากผู้ค้าทองคำมาฝากอีกเช่นเคย


โดย คุณพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ YLG กล่าวถึงแนวโน้มราคาทองคำใน รายการเจาะลึกเศรษฐกิจ FM 100.5 ว่า เช้าวันนี้ราคาทองคำดิ่งทำระดับต่ำสุดที่บริเวณ 1,680.23 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนก.ค. 64 ที่พุ่งขึ้น 943,000 ตําแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 845,000 ตําแหน่ง รวมถึงอัตราการว่างงานที่ปรับตัวลงเกินคาดมาอยู่ที่ 5.4% ซึ่งตัวเลขในตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งเกินคาดส่งผลกระทบให้แนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงิน (QE) เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้


ทั้งนี้ คาดว่าเฟดอาจประกาศเกี่ยวกับการลดวงเงิน QE อย่างเร็วที่สุดในการประชุมนโยบายทางการเงินที่ที่จะถึงนี้ ก่อนจะเริ่มดำเนินการลด QE ภายในสิ้นปี 2564 หรือต้นปี 2565 ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น 0.58% พร้อมหนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีให้ดีดตัวสู่ ระดับ 1.30% โดยปัจจัยบที่กล่าวมาข้างต้นกดดันให้ทองคําดิ่งลงหลุดแนวรับสําคัญจนกระตุ้นแรงขายตามทางเทคนิคเพิ่มเติม ส่งผลให้ราคาทองคําร่วงลงอย่างหนักจนทดสอบระดับตํ่าสุดบริเวณ 1,758.66 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันศุกร์


หากถามว่าทำไมช่วงนี้ทองคำน่าสนใจน้อยลง เพราะที่ผ่านมากองทุนใหญ่ๆ มีสัดส่วนการถือครองทองคำในพอร์ตค่อนข้างน้อย เพราะสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นกลับมาให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น ทำให้กองทุนทยอยลดสัดส่วนการลงทุนในทองคำลง ประกอบกับแนวโน้มการลด QE ของเฟดเริ่มชัดเจนขึ้น จากตัวเลขการจ้างงานดีขึ้น และเปอร์เซนต์การว่างงานออกมาดีกว่าที่คาดไว้ เพราะฉะนั้นจึงมีมุมมองว่าเฟดอาจปรับลด QE ในการประชุมครั้งหน้า ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนส.. นี้ รวมถึงผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปีที่ปรับเป็น 1.3% โดยปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักลงทุนลดพอร์ตทองคำลงและหันไปหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า คุณพวรรณ์กล่าว


สำหรับคำแนะนำการลงทุน การเข้าซื้อและขายทองคำช่วงนี้ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ ยังมีมุมมองเป็น Bearish อยู่ และมีโอกาสแตะระดับ New Low เดิมที่ 1,680.23 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดระดับดังกล่าวมีโอกาสปรับลงแตะ 1,620 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยปัจจัยเทคนิคราคาทองคำเสียทรงไปแล้ว และกองทุนน่าจะทยอยลดสัดส่วนการถือครอง ในขณะที่อินเดียและจีนเริ่มกลับเข้ามาลงทุน ซึ่งอาจเห็นแนวรับใหญ่ ต้องรอติดตามอย่างใกล้ชิด

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้