Official Update :

“ผ่อน 0%”...“กับดักหนี้” จากการก่อหนี้ที่ ‘ไม่มีดอกเบี้ย’ !!!

แนวคิดการคุมกำเนิด “การปล่อยกู้ 0% ที่สรุปสุดท้ายก็ไม่ได้มีการยกเลิกไปแต่ประการใด เพียงแต่หวังให้ “สถาบันการเงิน” มีการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบเท่านั้นเอง


เป็นผลสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ของ “หนี้ครัวเรือน” ของไทยที่ยังน่าเป็นห่วงและทรงตัวในระดับที่สูงมาตั้งแต่ปี2019 จากระดับ 78.7% ต่อ GDP


ผ่านมากว่า 2 ปี ตัวเลขยังพุ่งไม่หยุดสิ้นไตรมาสที่1/21 อยู่ที่ 90.5% ต่อ GDP


สุดท้ายต้องย้อนกลับมาถามตัวคุณเองแล้วว่า...คุณมีวินัยทางการเงิน มากแค่ไหน


เพราะหาก ไร้วินัย แล้ว โปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% ก็จะเป็น กับดักหนี้ ดีๆ นี่เอง


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย



“โปรโมชั่น 0%”...ดึงผู้บริโภคตัดสินใจใช้จ่ายง่ายขึ้น

หนึ่งในปัญหาที่ทางแบงก์ชาติค่อนข้างเป็นกังวลก็คือ “หนี้ภาคครัวเรือน” ที่ไต่ระดับเพดานบินมาค่อนข้างสูงจนจะทะลุ 90% ของ GDP กันแล้ว จึงเห็นมาตรการคุมการก่อหนี้เกิดขึ้นมาเป็นระยะๆ กระจายไปใน จุดเสี่ยง ที่คิดว่าเป็นอันตราย แม้ “โปรโมชั่นผ่อน 0% จะไม่ได้ยกเลิกไป แต่ก็ขอความร่วมมือให้ สถาบันการเงิน ต่างๆ นั้นปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้นมาตั้งแต่ตัวเลขไต่ระดับเกิน 80% ขึ้นมาแล้ว


ในสิ่งที่ จำเป็น โปรโมชั่นผ่อน 0% ก็มีประโยชน์ เช่น ผ่อนประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือค่ารักษาพยาบาลก็ว่ากันไป แต่พวกที่ ไม่จำเป็น จ่ายเพื่อตอบสนองความอยากส่วนตัวไปในการซื้อสินค้าต่างๆ ก็ฝากสถาบันการเงินช่วยดูแลกันด้วย เพราะเดี๋ยวจะไปส่งเสริมให้ ‘ภาระหนี้’ มันยิ่งพุ่งพรวดพราดขึ้นมา เป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจในภาพรวมไปได้เช่นกัน





โปรโมชั่น ‘
0%’ นี้ไม่ใช่ของใหม่…มีมานานแล้วในหลากหลายรูปแบบ

-‘บัตรเครดิต ผ่อน 0%’ 4 เดือน หรือ 6 เดือน เป็นต้น ก็ว่าไป เป็นการกระตุ้นยอดขาย ช่วงหลังร้านทองเองก็มีโปรโมชั่นเช่นนี้ออกมาเช่นกัน นอกเหนือจากกลุ่มสินค้ายอดฮิตอย่างโทรศัพท์มือถือ, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ประกัน, เฟอร์นิเจอร์ และออโต้เซอร์วิส (เปลี่ยนยาง)


-‘ดอกเบี้ย 0% แบบมีเงื่อนไข เช่น ดอกเบี้ย 0% เฉพาะ 3 เดือนแรก หรือ 6 เดือนแรก ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้กับสินค้าหรือบริการที่มีมูลค่าสูงเพราะมี ดอกเบี้ยสูง ตามไปด้วย แต่ถ้าคุณเลือกเงื่อนไขนี้ก็แค่ปลอดดอกเบี้ยในช่วงสั้นเท่านั้น แต่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยในช่วงหลังไปจนกว่าจะผ่อนสินค้านั้นหมดไปนั่นเอง


-‘ดาวน์ 0%’ มักพบกับการซื้อยานยนต์ไม่ว่าจะรถยนต์ หรือจักรยานยนต์ ซึ่งปกติจะต้องมีการวาง เงินดาวน์ แต่โปรโมชั่นดาวน์ 0% จะทำให้คุณซื้อรถได้แม้ไม่ต้องมีเงินดาวน์ แต่จะตามมาด้วยยอดเงินผ่อนที่สูงขึ้นหรือระยะเวลาในการผ่อนที่นานขึ้นตามไปด้วย ซึ่งระยะเวลาผ่อนที่นานขึ้นก็จะตามมาด้วย ดอกเบี้ย’ ที่มากขึ้นนั่นเอง 


ตัวเลข 0% จึงเป็นเสมือนหนึ่ง กับดัก ที่จะดึงให้ผู้บริโภคอย่างคุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ในการที่จะสมัครใจเป็นหนี้ ซึ่งแน่นอนไม่ยกเว้นแม้กับโปรโมชั่นบัตรเครดิต ที่รูดผ่อน 0% เช่นเดียวกัน เพราะคนส่วนใหญ่น่าจะมี วินัยการเงิน’ ไม่มากนัก สะท้อนผ่านตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นจนแบงก์ชาติเป็นกังวลในปัจจุบันนั่นเอง”



“ไร้วินัย”...รูดบัตรผ่อน 0% อาจกลายเป็น ‘กับดักหนี้’ ได้ทันที

ที่แบงก์ชาติ เป็นกังวลกับโปรโมชั่น รูดบัตรผ่อน 0% นั้น ก็มี เหตุ ให้น่ากังวลเช่นเดียวกัน โอเคว่า...ในมุมของผู้บริโภค ก็เป็นการอำนวยความสะดวกในการซื้อสินค้าและบริการ โดยทยอยจ่ายที่สำคัญไม่ต้องเสียดอกเบี้ยด้วย ใช่ครับ...ถ้าผู้บริโภคมี วินัย ในการผ่อนชำระ จ่ายครบ จ่ายตรง ประโยชน์นี้จะส่งตรงสู่ ผู้บริโภค อย่างแน่นอน แล้วแบบนี้ สถาบันการเงิน จะได้อะไรล่ะ? กับคนมีวินัย คงไม่ได้อะไรมากมายครับ นอกจากยอดการใช้จ่ายผ่อนบัตรและยอดขายสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นของผู้ขาย



แต่หากคุณ ‘ไร้วินัย’ เมื่อไร จากผ่อน
0% จะกลายมาเป็นผ่อน 16% ไปทันที!!!

อย่างที่ย้ำเสมอว่า... วงเงินบัตรเครดิต ไม่ได้ทำให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้นแต่ประการใด รายได้ที่คุณมียังเท่าเดิม การวางแผนการใช้เงินจึงควรวางอยู่บนพื้นฐานนี้เป็นสำคัญ ผ่อน 0%’ ก็คือการนำเงินในอนาคตของคุณมาใช้ก่อน การใช้จ่ายเงินในปัจจุบันย่อมสร้างความพอใจให้กับคุณมากกว่าในทันที แต่ก็ต้องแลกมาด้วย ค่าใช้จ่าย’ ที่สูงขึ้นในเดือนถัดๆ ไปเช่นกัน”





ย้อนกลับมาที่พื้นฐานการแบ่งรายรับ และ รายจ่าย ของคุณเอง ตามสูตรเราไม่ควรก่อหนี้เกินระดับ 40% ของรายได้ในแต่ละเดือน จะได้เหลือเงินสำหรับใช้จ่ายอย่างเพียงพอ รูดบัตรผ่อน 0% จริงๆ ต้องเรียกเป็น หนี้  แต่เป็นหนี้ที่ ไม่มีดอกเบี้ย’ เท่านั้นเอง ฉะนั้นคุณก็ต้องนำไปรวมอยู่ในวงเงินการก่อนหนี้ด้วยเช่นกัน



ตัวอย่าง : สมมติคุณเงินเดือน 15,000 บาท ก่อหนี้ได้ไม่เกิน 40% หรือ 6,000 บาท


-กรณีที่คุณไม่มีหนี้เลย หรือมีหนี้ยังไม่ถึง 40% การจะรูดบัตรผ่อน 0% ของคุณ ต้องแน่ใจว่าทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไม่เกิน 6,000 บาทต่อเดือน แล้วคุณก็ทยอยจ่ายไปตามจำนวน ในเวลาที่กำหนด ครบ 4 เดือน หรือ 6 เดือน ตามเงื่อนไขผ่อน 0% คุณก็จะกลับมาเป็นไทอีกครั้ง 


ต้องไม่ลืมว่า...เมื่อคุณรูดบัตรผ่อนไปแล้ววงเงินบัตรเครดิตคุณก็จะ ลดลง ตามวงเงินที่รูดไปใช้ด้วยเช่นกัน นี่คืออีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึงว่า...ควรรูดให้อยู่ในศักยภาพการผ่อนชำระของตัวคุณเอง ไม่ใช่มีวงเงิน 15,000 บาท ก็จะรูดทั้ง 15,000 บาท แต่ประการใด”


-กรณีคุณมีหนี้อยู่แล้วแตะระดับ 40% การรูดบัตรผ่อน 0% คงไม่ใช่การอำนวยความสะดวกแล้วล่ะ แต่เป็นการพาตัวเองสู่ กับดักหนี้ ที่อันตรายไปทันที เพราะจะทำให้ภาระผ่อนต่อเดือนพุ่งทะลุ 40% ของรายได้ จนกระทบรายจ่ายปกติแต่ละเดือนไปได้ และมี ความเสี่ยง ที่จะเป็นปัญหาในการผ่อนชำระ จนต้องแก้ไขเริ่มต้นด้วย ชำระขั้นต่ำ ซึ่งจะตามมาด้วยภาระหนี้ดอกเบี้ย 16% ตามมาทันที (ประเด็นนี้แหละ...ที่น่าจะเป็นจุดที่แบงก์ชาติเป็นกังวล)


ท้ายสุด หากใครที่คิดจะรูดบัตร ‘ผ่อน 0%’ก็ต้องคิดถึงกำลังจ่ายต่อเดือนที่จ่ายไหว จ่ายตรง จนครบงวดชำระ เป็นการใช้เพื่อประโยชน์ของตัวเองที่ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ไปในครั้งเดียว แต่ต้องไม่ลืมว่า...นั่นจะตามมาด้วยภาระการผ่อนชำระที่เพิ่มขึ้นตามมา แม้จะไม่มีภาระดอกเบี้ยก็ตาม ดังนั้น...คิดสักนิดก่อนคิดจะใช้โปรโมชั่น 0% เพราะนั่นอาจนำคุณเดินเข้าสู่ ‘กับดักหนี้’ เอาได้ง่ายๆ โดยไม่ได้ตั้งใจได้เช่นกัน


หมายเหตุ: ปกติดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดเฉลี่ยที่ 18% แต่ในช่วง COVID-19 “ธนาคารแห่งประเทศไทย” ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยให้ปรับเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินจาก 18% เป็น 16% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 20 เป็นต้นไป

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’