Official Update :

รู้หรือไม่...เก็บเงิน “แต่งงาน” ช่วยกันเก็บ...ดีกว่าเก็บคนเดียว ?

ถ้าจะมีอีกหนึ่งเป้าหมายที่สำคัญไม่แพ้เป้าหมายใดในชีวิตของคนเรา นั่นก็คือ “การแต่งงาน” ขยับตัวเองจากชีวิตอิสระของ ‘คนโสด’...ไปสู่การใช้ ‘ชีวิตคู่’ จุดเริ่มต้นของการ ‘สร้างครอบครัว’ ของตัวเองนั่นเอง

ในขณะที่เป้าหมาย “เกษียณสุข” เป็นเป้าหมายในระยะยาวจนบางครั้งก็ทำให้หลายคนละเลยที่จะนึกถึงมันไป แต่กับเป้าหมาย “แต่งงาน” ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้น หลายคนก็ละเลยไปเช่นเดียวกัน

เพราะทั้ง 2 เป้าหมายเกี่ยวข้องกับ “เงินๆ ทองๆ” ซึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนเก็บกันแต่เนิ่นๆ เพื่อจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจเอาไว้ได้อย่างราบรื่นไม่แตกต่างกันนั่นเอง

วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

จังหวะ “แต่งงาน”...ปัจจัยกำหนด ‘ระยะเวลาเก็บเงิน’

“เก็บเงินแต่งงาน” ก็ไม่ต่างกับ “เป้าหมายเกษียณ” ...นั่นคือคุณต้องมีเป้าหมายเป็นจำนวนเงินที่ตัวเองต้องการ และระยะเวลาที่จะลงทุนเพื่อจะบรรลุเป้าหมายนั้นให้ได้

ลองพักเรื่องตัวเลขเอาไว้ก่อนล่ะกัน...

วิถีชีวิตคนยุคใหม่ มักแต่งงานช้าลง และมีลูกไม่มาก อาจจะครอบครัวละ 1 คน หรือ 2 คน เท่านั้นเอง

ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการมีบุตร ก็ไม่ควรมากเกินไป (แต่ไม่ใช่มีไม่ได้นะ) เพียงแต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลเป็นพิเศษจากแพทย์ แต่เท่าที่เป็นข้อมูลเผยแพร่โดยทั่วไป สตรีอายุ 35 ปี ขึ้นไป หากจะมีลูกก็เข้ากรณีนี้แล้ว

สมมติ...เราแต่งงานอยากมีลูกสัก 2 คน ให้ห่างกันสัก 2 ปี เรียกว่าช่วงอายุแต่งงานก็อาจจะสัก 30 ปี (สำหรับผู้หญิง) แบบแต่งแล้วพร้อมมีลูกเลย ก็จะมีลูกในช่วง 30 – 35 ปี ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่โอเคโดยทั่วไป เรียกว่าถ้าจะมีลูกก็ดีกับแม่และเด็ก (พ่อก็คงแฮบปี้ด้วยเช่นกัน)

มาถึงจุดนี้...เราก็พอจะเห็น Time Line คร่าวๆ ว่า...ถ้าแต่งงานสักอายุ 30 ปี เรียนจบป.ตรีมาอายุ 22 ปี โดยประมาณ สำหรับการเรียนปกติ 4 ปี ในมหาวิทยาลัย ออกมาทำงานหาเงินใช้ชีวิตอิสระสัก 3 ปี ทำงานหารายได้ใช้ชีวิตในรูปแบบของคนทำงานดูสักพัก ในจังหวะนี้ก็อาจ “พบรัก” เจอกามเทพแผลงศรเข้าให้ และก็อาจอยากจะตัดสินใจที่จะใช้ “ชีวิตคู่” ร่วมกันในอนาคต เพื่อสร้างครอบครัวต่อไป

“คุณก็จะพอประมาณการระยะเวลาเก็บเงินสำหรับแต่งงานได้คร่าวๆ แล้ว สัก 5 ปี มีเวลาดูใจ ร่วมสร้างอะไรด้วยกันไปด้วยในระหว่างนี้ หากทั้ง 2 คน มีเป้าหมายเดียวกัน คือ ชีวิตคู่ที่จะเข้าสู่ ‘การแต่งงาน’ ด้วยกันนั่นเอง”

“กองทุนผสม” ทางเลือกที่ตอบโจทย์...เก็บเงินเพื่อ ‘แต่งงาน’

เมื่อมีระยะเวลาเก็บเงินเพื่อเป้าหมาย “แต่งงาน” ประมาณ 5 ปี แล้ว ก็มีดูงบประมาณที่ใช้กันบ้าง ขออนุโลมเป็นเลขกลมๆ ไว้ประมาณ 500,000 บาท ก็น่าจะเป็นงบประมาณที่สมเหตุสมผลและน่าจะจัดงานได้ในระดับที่ “คู่บ่าวสาว” ทุกคู่ก็คงอยากจะจัดงานแต่งของตัวเองให้ออกมาดีได้ เพราะเป็น ‘ความประทับใจ’ ครั้งหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว

“ในงบประมาณ 500,000 บาท น่าจะได้สินสอดเป็นทอง 3 บาท แหวนเกลี้ยง 1 สลึง 2 วง (คำนวณที่ทองบาทละ 27,000 บาท) เงินสด 200,000 บาท งบจัดงานอีกประมาณ 200,000 บาท (นี่แบบเก็บกันเอง ยังไม่นับว่าถึงเวลา...อาจมีงบประมาณสบทบจากทางผู้ใหญ่มาช่วยด้วยนะ)”

เรื่อง “เกษียณ” อีกนานกว่าจะถึง...เริ่มเก็บเร็ว...ยิ่งดี...ใช้เงินเก็บน้อย แต่เรื่อง “แต่งงาน” มีเวลามาเป็นเงื่อนไขสำคัญ แม้จะต้องเริ่มต้นเก็บเร็วเหมือนกัน แต่ระยะเวลาการเก็บอาจจะสั้นกว่าประมาณ 5 ปี เท่านั้น ดังนั้น คงไปลงทุนอะไรที่ผลตอบแทนสูงและเสี่ยงมากไม่ได้ ทางเลือกการลงทุนจะค่อนข้าง ‘จำกัด’ พอสมควร แต่ก็ยังมีทางเลือกอยู่ในกลุ่ม “กองทุนผสม” ที่สามารถคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 4 – 5% ต่อปี

“เงิน 500,000 บาท ระยะเวลาเก็บ 5 ปี ถ้าคุณฝาก ‘ออมทรัพย์’ ดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี จะต้องเก็บเงินเดือนละ 8,231 บาท แต่ถ้าคุณไปลงทุน ‘กองทุนผสม’ ที่ให้ผลตอบแทน 4 – 5% ต่อปี จะเก็บเงินลดลงเหลือเดือนละ 7,542 – 7352 บาท เท่านั้น ลดลง 8 – 10% เลยทีเดียว”

หากเทียบกับฐานเงินเดือนขั้นต่ำที่ 15,000 บาท จะเป็นสัดส่วนการเก็บค่อนข้างสูงประมาณ 49 – 55% ซึ่งในทางปฏิบัติอาจจะดูยากพอสมควร แต่...นี่เป็นเรื่องของคน 2 คน ถ้าคุยกันแล้ว มีเป้าหมายเดียวกัน “แต่งงาน”... ช่วยกันเก็บ เพื่อเป้าหมายเดียวกันนี้ สัดส่วนการเก็บจะลดลงเหลือประมาณ 25% เท่านั้น

ถ้าฝากออมทรัพย์ก็ตกต่อคนเดือนละ 4,116 บาท หรือหากไปลงทุน ‘กองทุนผสม’ ที่ผลตอบแทน 4 – 5% ก็จะเหลือคนละ 3,771 บาท และ 3,676 บาท เท่านั้น เอง ซึ่งยังอยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้และไม่กระทบกับการดำรงชีวิตของแต่ละคนแต่ประการใด

“แนะนำให้ช่วยกันเก็บแบบแยกกันเก็บ...ถึงเวลาเอามารวมกัน เพราะประสบการณ์จากเท่าที่เคยพบมาช่วงรักกัน ไปเก็บไว้ที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่สุดท้ายหากมีเหตุสุดวิสัยที่เดินไปไม่ถึงจุดที่ฝันกันไว้ จะเป็นปัญหาที่ไม่เป็นผลดีกับฝ่ายใดเลย แต่หากแยกกันเก็บแล้วถึงเวลามารวมกัน เส้นทางนี้...ค่อนข้างปลอดภัยและดีและยังตอบโจทย์กับทุกฝ่ายเช่นเดิม”

จะเห็นว่า...หากเริ่มเก็บเร็ว ช่วยกันเก็บก็ตอบโจทย์โดยไม่กระทบการใช้ชีวิตของแต่ละฝ่ายแต่ประการใด และหากใครมีศักยภาพในการเก็บเต็มที่ (อาจจะอยู่ในฐานะการเงินที่เก็บได้) จะเก็บคนเดียวก็ตอบโจทย์ได้เช่นกัน หรือมีศักยภาพในการเก็บเต็มที่ทั้ง 2 คน “งบประมาณงานแต่ง” ก็จะขยายเพิ่มเป็น 2 เท่า ส่วนที่เหลือ...อาจเอาไปไว้สำหรับเป็นเงินดาวน์บ้านก็ยังได้ เห็นมั้ยว่า...ช่วยกันเก็บ “สบายกว่าเยอะ”