Official Update :

ถ้า “หลังเกษียณ” ยังต้องใช้เงิน...วันนี้ คุณ ‘เก็บเงินเพื่อเกษียณ’ หรือยัง?

รู้หรือไม่?...ถ้าคุณเกษียณอายุ 60 ปี แล้วอยากมีเงินใช้เดือนละ 15,000 บาท (เท่าเงินเดือนขั้นต่ำปัจจุบัน) ไปอีก 20 ปีหลังเกษียณ จะต้องมีเงินตอนเกษียณ 3.6 ล้านบาท (ไม่ได้เอาเรื่องเงินเฟ้อเข้ามาคิดนะ)

แต่ตัวเลขที่มีการพูดถึงกันและดูอยู่ในวิสัยความเป็นไปได้คือตัวเลขเงินตอนเกษียณ5 ล้านบาท นั่นจะทำให้คุณมีเงินใช้เพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 20,833 บาท 

หากวันนี้...คุณไม่มีเงินเก็บเพื่อเกษียณของตัวเองอยู่เลย (ไม่มีเป้าหมายนี้ในแผนการเงิน) แล้วกำลังจะเริ่มต้นเก็บจากศูนย์ เพื่อจะให้มีเงินเก็บตอนเกษียณ 5 ล้านบาทนั้น จะต้องเก็บเงินเดือนละเท่าไรนั้น

วันนี้ทีมงาน‘Wealthythai’ จะชวนคุณไปดูตัวเลขเงินเก็บต่อเดือนบนทางเลือกการลงทุนต่างๆ ไปพร้อมกัน

เก็บเงินเพื่อเกษียณ...ไม่เพียงแค่ควร ‘เริ่มเร็ว’ แต่ต้อง ‘ฉลาดเก็บ’ ให้ถูกทางด้วย

ถ้าเราสามารถอยู่ต่อไปได้หลังเกษียณโดยไม่ต้องใช้เงินหรือกะว่าเกษียณปุ๊บ...แล้วลาโลกไปเลยเก็บไปก็ไม่ได้ใช้เรื่องวางแผนเพื่อเป้าหมายเกษียณ ก็เสียเวลาจะเปลืองสมองคิดถึงกัน แต่สถานการณ์ที่ยังไงหากเรามีอายุยืนยาวตามสังคมผู้สูงอายุ นั่นน่าจะเป็นสิ่งที่เราทุกคนยังไงก็ต้องเผชิญในท้ายที่สุด เพียงแค่คุณไม่อยากจะคิดถึงมันในตอนนี้ ใช่ว่ามันจะไม่มีอยู่จริงบนเส้นทางชีวิตของคุณแต่ประการใด

“ในเมื่อยังไงๆท้ายที่สุดก็ต้องเจอเพื่อไม่ตั้งตนอยู่บนความประมาทการตื่นตัวและตระหนักรู้ในความสำคัญของเป้าหมายเกษียณตั้งแต่วันนี้จึงถือเป็นเรื่องที่ดีเหมือนเป็นของขวัญเป็นรางวัลชีวิตให้กับตัวคุณเองเลยทีเดียว”

หากให้เงินเก็บเพื่อเกษียณ5 ล้านบาท เป็น เป้าหมายเกษียณ ในเบื้องต้นของคุณ บนสมมติฐานว่า...ในวันนี้พอร์ตเกษียณนี้ยังว่างเปล่า ไม่มีอะไร และกำลังจะเริ่มต้นเก็บเงินเพื่อเป้าหมายเกษียณของตัวคุณเองโดยเฉพาะ

“นั่นคือการที่คุณต้องทำงานเพื่อหาเงินแล้วนำเงินที่ได้นั้นแบ่งมาเก็บเพื่อให้เงินทำงานให้คุณอีกต่อหนึ่งซึ่งเราทราบแล้วว่าเงินจะเติบโตได้ดีขนาดไหนนั้นขึ้นกับขนาดของเงิน’ , ‘ระยะเวลาการลงทุน และ อัตราผลตอบแทน เป็น 3 ปัจจัยหลักๆ เลย”

เรื่องของการลงทุนเพื่อเกษียณนั้นยิ่งเริ่มเร็ว-ยิ่งได้เปรียบเพราะได้เปรียบในเรื่องของ ระยะเวลา การลงทุนแล้วหนึ่ง ทำให้เงินเก็บต่อเดือนจะน้อยกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาการลงทุนที่สั้นลงหากเริ่มต้นช้า

ถ้าคุณเริ่มต้นเก็บได้เร็วตอนอายุ25 ปี (หลังเรียนจบทำงานสนุกๆ ใช้เงินไปสัก 2-3 ปี เพลินก่อนค่อยเริ่มเก็บ) มีระยะเวลาลงทุนถึง 35 ปี คุณจะใช้เงินเก็บต่อเดือนน้อยกว่าการเริ่มต้นเก็บช้าในทุกทางเลือกการลงทุนเลยทีเดียว 

-ฝากออมทรัพย์ เก็บเดือนละ 10,896 บาท
-ลงทุนกองผสม เก็บน้อยลงเหลือ 5,472 บาท
-ลงทุนกองทุนหุ้น เก็บน้อยลงไปอีกเหลือ 1,317 บาท 

แต่ถ้าคุณเริ่มต้นเก็บเงินช้ายิ่งช้าเท่าไรยิ่งต้องใช้เงินเก็บต่อเดือนเพิ่มมากขึ้นในทุกทางเลือกการลงทุนและหากคุณไปเริ่มต้นตอนอายุ45 ปี ตัวเลขการเก็บต่อเดือนในทุกทางเลือกจะขึ้นสู่ หลักหมื่น ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงแต่ก็ยังอยู่ในวิสัยที่ทำได้ (แค่อาจเหนื่อยขึ้นกับการเก็บเท่านั้นเอง) ดังนี้

-ฝากออมทรัพย์ เก็บเดือนละ 26,755 บาท
-ลงทุนกองผสม เก็บน้อยลงเหลือ 20,318 บาท
-ลงทุนกองทุนหุ้น เก็บน้อยลงไปอีกเหลือ 12,064 บาท 

“วัย 40 ปี” น่าจะเป็นวัยช้าสุดสำหรับการเริ่มต้น ‘ลงทุนเพื่อเกษียณ’

จะเห็นว่าระยะเวลาการลงทุน ยิ่งมีมาก ยิ่งใช้เงินน้อยลง และยิ่งเริ่มช้า ก็ยิ่งใช้เงินมาก จนอาจจะถึงจุดที่ไม่สามารถจะเก็บเงินต่อเดือนขนาดนั้นได้ ซึ่งอาจทำให้ต้องไปลดคุณภาพชีวิตหลังเกษียณลงแทน เช่น ใช้เงินต่อเดือนให้น้อยลง เป็นต้น

นอกจากเรื่องของระยะเวลา แล้ว เรื่องของ ผลตอบแทน ก็สำคัญไม่แพ้กัน จะเห็นว่า ไม่ว่าจะเริ่มต้นเร็วแค่ไหน แต่ถ้าฝาก ออมทรัพย์ เงินโตช้า คุณก็ยังต้องใช้เงินเก็บค่อนข้างเยอะ หลักหมื่น ขึ้นไป ในทุกช่วงอายุเลยทีเดียว ตั้งแต่ 10,896 บาท – 40,642 บาท 

แต่หากคุณชัดเจนในเป้าหมายเกษียณลงทุนเพื่อวันเกษียณค่อยได้ใช้ตอนอายุ 60 ปี ช่วงลงทุนก็ขอให้เงินทำงานสร้างผลตอบแทนให้ดีที่สุด ยอมรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีขึ้น จะพบว่า ทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดจะใช้เงินเก็บต่อเดือนน้อยที่สุดในทุกช่วงอายุเช่นกัน จะเห็นว่า กองหุ้น ใช้เงินเก็บต่อเดือนต่ำกว่าออมทรัพย์เพียง 1,317 – 24,409 บาท ต่อเดือนเท่านั้น

“ถ้าคุณไม่อยากใช้เงินเก็บต่อเดือนทะลุหลักหมื่นบาทคุณจะพบว่าตัวเองสามารถเริ่มต้นเก็บเงินเพื่อเกษียณช้าสุดไม่ควรเกินอายุ 40 ปี โดยเลือกการลงทุนในกองทุนหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี จะใช้เงินเก็บต่อเดือนเพียง 6,584 บาท และหากคุณเลือก กองทุนผสมที่ผลตอบแทน 4% ต่อปี คุณจะต้องเก็บเงินเริ่มต้นในวัย 35 ปี เร็วขึ้นมาอีก 5 ปี จะใช้เงินเก็บต่อเดือน 9,725 บาท (ไม่ถึงหมื่นเช่นเดียวกัน)”

เป้าหมายการเงินเพื่อเกษียณ”...ไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่ประการใด และควรถูกบรรจุเป็นหนึ่งในเป้าหมายการเงินของทุกคนได้ในทันที อย่าลืม... ‘ยิ่งเริ่มเก็บเร็ว-ยิ่งดีและต้องเก็บอย่างฉลาด บนทางเลือกที่ทำให้เงินงอกเงยได้ดี เพราะหากเริ่มต้นช้าไป เงินที่เก็บอาจต้องใช้เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญอาจยากในการปฏิบัติจริงด้วยเช่นกัน