Official Update :

ถ้าครัวเรือนไทย “มีแต่หนี้”...จะเอาเงินที่ไหน ‘ไปลงทุน’ ?

รู้หรือไม่ว่า...ตัวเลข หนี้ครัวเรือนไทย ล่าสุดไตรมาสที่3/20 นั้น ขยับขึ้นแตะ 13.77 ล้านล้านบาท คิดเป็น 86.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทุบสถิติสูงสุดในรอบกว่า 18 ปี ไปเรียบร้อยแล้ว

ย้อนไป 10 ปีก่อนในไตรมาสที่3/10 ตัวเลขนี้อยู่แค่ 6.14 ล้านล้านบาท หรือ 57.8% ของ GDP เท่านั้น

หรือ หนี้ครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นทะลุจุเดือด 124.34% หรือเฉลี่ยปีละ 12.43% ต่อปี ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มาแรงแซงเรื่องของ ผลตอบแทนการลงทุน กันเลยทีเดียว

สถานการณ์หนี้นี้...พึงที่คนไทยจะต้อง ตระหนัก และ ตั้งสติ กันให้ดี ไม่เช่นนั้นอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศอย่างที่คุณคาดไม่ถึงได้เช่นกัน

วันนี้ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจที่จะช่วยให้คุณสามารถแก้ไขสมการหนี้ของตัวเองได้มาฝากกัน

หนี้ครัวเรือนแก้ไขได้ง่ายๆ เริ่มต้นที่ตัวคุณเอง’-อย่าปล่อยไปจนกลายเป็นปัญหาของชาติ

ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่เรื่องของ การลงทุน สร้างผลตอบแทนอยู่นั้น ต้องไม่ลืมว่า...ถ้าไม่มี เงินออมก็จะไม่มีเงินที่จะไปลงทุนด้วยเช่นกัน

ถ้ารายได้ 100 บาท ที่หามาได้ ต้องไปใช้หนี้ 80 บาท เหลือ 20 บาท ลำพังจะใช้ดำรงชีวิตก็ยากแล้ว อย่าไปคิดไกลถึงเรื่องของการลงทุนเลย เว้นเสียแต่...หนี้บางส่วนของคุณนั้น เป็น หนี้ที่ดีเช่น หนี้ที่จะสร้างรายได้ให้กับตัวเองกลับมาได้ในอนาคต อันนี้ก็ต้องไปไล่ดูโครงสร้างหนี้ของแต่ละครัวเรือนกันให้ดีๆ

“แต่ถ้าหนี้เป็นไปเพื่อการตอบสนองกิเลสเฉพาะตัว เป็น หนี้เพื่อการบริโภค แล้ว ต้องถือว่า อันตราย และภาพย่อยจะสะท้อนไปถึงภาพใหญ่ในระดับประเทศ หาก เงินออมของประเทศ มีน้อย จะเอาเงินที่ไหนไปลงทุนใช้จ่ายเพื่อลงทุนพัฒนาประเทศกันต่อไป ดังนั้น เริ่มต้นที่ระดับบุคคล ระดับครัวเรือน ดูแลเรื่องหนี้สินของเราให้ดีๆ จะมีส่วนช่วยประเทศชาติในทางอ้อมด้วยเช่นกัน”

ไม่ใช้จ่ายเกินรายได้-ไม่เป็นหนี้ ...แต่หนี้ที่ดีก็มีได้ ดูโครงสร้างหนี้ของตัวเองดูให้ดี

ถ้าเราใช้จ่ายอยู่ภายใต้งบประมาณรายได้ของตัวเองแล้วรับรองว่า... ไม่มีหนี้ แต่ก็ไม่ได้บอกว่า การก่อหนี้จะเป็นเรื่องเลวร้ายไปเสียทั้งหมดนะ การก่อหนี้ซื้อบ้านอยู่อาศัย อันนี้มองไปก็เหมือนการลงทุนเพราะถ้าให้เก็บเงินเอง เงินคงโตไม่ทันกับราคาอสังหาริมทรัพย์ที่พุ่งขึ้นไป หรือการก่อหนี้มาทำธุรกิจ เพื่อสร้างรายได้ต่อเงิน ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ โลกของธุรกิจก็ล้วนใช้เงินกู้กันเป็นปกติแต่ก็ต้องดูแลไม่ให้มีมากจนเกินไป เป็นต้น

ถ้าคุณมีรายได้ 100 บาท ใช้ 100 บาท เต็มที่ก็ ไม่มีเงินเก็บ

ถ้าคุณมีรายได้ 100 บาท ใช้ 50 บาท ก็จะเหลือ 50 บาท

ถ้าคุณมีรายได้ 100 บาท ใช้ 80 บาท ก็จะเหลือ 20 บาท

เงินที่เหลือก็จะเป็น เงินออม มากน้อยแล้วแต่คุณจะเลือกว่าจะใช้จ่ายแค่ไหนเป็นสำคัญ ซึ่งเงินส่วนนี้ก็สามารถแปลงไปสู่ เงินลงทุน เพื่อแสวงหาผลตอบแทนกันต่อไปได้

แต่ถ้าคุณมีรายได้ 100 บาท ใช้มากกว่า 100 บาท คุณก็ต้องเป็นหนี้แน่นอน (ยกเว้นจะขายทรัพย์สินมาใช้ ก็ยังดีกว่าเป็นหนี้) เพราะสมการ ใช้มากกว่าที่มี แม้คุณจะไม่มีรายได้ (รายได้ = 0) คุณก็ยังต้องกิจ ต้องใช้อยู่นั่นเอง

“ดังนั้น ตัวเลขหนี้ครัวเรือน ของไทยที่พุ่งปรอทแตกจนมาแตะ 86.6% ของ GDP นี้ จึงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หรือเรื่องขำขันแต่ประการใด ต้องถามว่าแล้วคนไทยจะเอาเงินที่ไหนเหลือเก็บไปลงทุน ประเทศชาติจะมีเงินออมที่ไหนไปลงทุน?”

แทนที่คุณจะมี เงินก้อนก่อนเกษียณ ไว้ใช้จ่าย อย่าให้กลายเป็นมี หนี้สินก้อนโตก่อนเกษียณรอให้ไปลำบากในช่วงบั้นปลายชีวิตกันเลย

“ทางเลือกที่ดีสุด คือ ใช้จ่ายในงบประมาณ มีน้อยใช้น้อย มีมาก ใช้เท่าที่จำเป็น ก็มีเงินเหลือเก็บ ไม่เป็นหนี้สิน”

“3 สัญญาณอันตราย + “5 วิธีแก้หนี้มาตรฐาน...ช่วยแก้สมการหนี้สินได้

งานวิจัยของ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ สะท้อนสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยและ 3 สัญญาณสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาหนี้สินเกินตัวเริ่มบั่นทอนและเพิ่มความเสี่ยงแก่ฐานะทางการเงินของภาคครัวเรือน

1.สัญญาณแรก คือ เป็นหนี้เร็วขึ้น โดยเริ่มก่อหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย อีกทั้ง 1 ใน 5 ของผู้กู้ในช่วงอายุ 29 ปี กลายเป็น หนี้เสีย

2.สัญญาณที่สอง คือ เป็นหนี้เยอะขึ้น ปริมาณหนี้สินต่อหัวสูงขึ้นกว่าในอดีต และผู้กู้โดยเฉลี่ยมีภาระหนี้รวมทุกประเภทสินเชื่อ เพิ่มขึ้นจาก 377,109 บาท เป็น 552,499 บาท ในช่วงเวลา 10 ปี

3.สัญญาณที่สาม คือ เป็นหนี้นานขึ้น ภาระหนี้ไม่ได้ลดลงแม้ผู้กู้จะย่างเข้าสู่วัยเกษียณ นอกจากนี้ ยังพบว่า 4 ใน 5 ของการขยายตัวของหนี้ครัวเรือนไทยมาจากผู้กู้รายเดิม

“ไม่ทราบว่า...คุณมีสัญญาณใด สัญญาณหนึ่งใน 3 สัญญาณอันตรายเรื่องหนี้นี้หรือไม่ มีเพียงบางข้อ หรือมีครบทั้ง 3 ข้อ แต่มีเพียงข้อหนึ่งข้อใดก็คงต้องพึงตระหนักและตั้งสติกันให้ดีแล้วว่า...อาจจะมีปัญหาเรื่องหนี้ได้”

สำหรับคนที่มีสัญญาณอันตรายแล้วจะแก้ไขกันยังไง ใครที่อยาก ปลดหนี้ ได้เร็ว เพื่อประกาศอิสรภาพให้กับตัวเองนั้น ก็มีวิธีมาตรฐานที่แนะนำกันอยู่ทั่วไป 5 ข้อด้วยกัน ได้แก่

1.‘ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้ ถือเป็นเรื่องที่สามารถเริ่มต้นทำได้ทันทีด้วยตัวเอง ง่ายสุด คือ การลดค่าใช้จ่าย เพราะค่าใช้จ่ายที่ลดได้ก็เสมือนหนึ่งเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น ของคุณ ก็เก็บไว้ใช้หนี้ได้ นอกจากนี้ก็อาจจะมองหาทางสร้างรายได้เสริม แน่นอนในทางปฏิบัติอาจไม่ง่ายนัก การลดค่าใช้จ่ายจึงเป็นทางเลือกแรกๆ ที่พึงทำ แต่มันก็ลดลงได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย จริงมั้ย?”

2. ‘รีไฟแนนซ์ (Refinance)’ เป็นการเปลี่ยนเจ้าหนี้จากรายเดิม ไปขอกู้เจ้าหนี้รายใหม่ แล้วนำเงินกู้ใหม่ที่ได้มาจ่ายหนี้เจ้าหนี้รายเดิม นั่นแสดงว่า...คุณสามารถหาแหล่ง เงินกู้ใหม่ ที่มีต้นทุน ดอกเบี้ย ที่ต่ำกว่า เงินกู้เดิมได้ ซึ่งในยุคที่การแข่งขันสูง ก็มีให้เห็นเช่นกัน เช่นตัวอย่างดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน เป็นต้น แต่อย่าลืมดูว่าสุดท้ายแล้วภาระในการส่งต่องวดของคุณ เพิ่มขึ้นหรือ ลดลง ด้วย ดูว่าคุ้มที่จะ Refinance หรือไม่?

3. ‘ปรับโครงสร้างหนี้ โดยการเข้าไปพูดคุยกับทาง เจ้าหนี้ โดยตรงหากคุณมีปัญหาในการชำระหนี้เพื่อขอเจรจา แสดงความตั้งใจในการชำระหนี้ วิธีนี้...ดีกับทั้ง 2 ฝ่าย เจ้าหนี้ ก็ได้เงินคืน อาจจะลดลงไปบ้าง ลูกหนี้ ก็ภาระหนี้ลดลง เช่น

-ขอลดอัตราดอกเบี้ย หรือคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ไม่ผิดนัด

-ขอขยายเวลาการชำระหนี้โดยขอให้มีระยะปลอดหนี้

-ขอลดจำนวนเงินผ่อนต่องวด

-ขอยกเว้นค่าธรรมเนียม ลดดอกเบี้ยค้างชำระหรือค่าปรับกรณีผิดนัด

-ขอโอนหลักประกันเพื่อชำระหนี้ เป็นต้น

4. ‘ตัดหนี้ (Hair cut)’ เป็นการเจรจาเพื่อ ขอลดยอดหนี้ ที่ค้างชำระ โดยแลกกับการจ่ายหนี้ส่วนที่เหลือทั้งหมดคืนให้เจ้าหนี้ทันที โดย ลูกหนี้ สามารถเสนอเงื่อนไขต่อเจ้าหนี้ได้ตามความเหมาะสม แต่สุดท้ายแล้วการพิจารณาทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ เจ้าหนี้ อยู่ดี

5.รูปแบบอื่นๆ เช่น ขายทรัพย์สิน เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ไป

“ในช่วงวิกฤติ COVID-19’ นี้ จะเห็นว่ามาตรการที่ภาครัฐใช้เพื่อดูแลกลุ่มที่มีหนี้สินอยู่ ก็จะจัดอยู่ในรูปแบบมาตรฐานทั้ง 5 นี้เช่นกัน ไม่ได้หนีไปไหนแต่ประการใด ใครสามารถเข้าร่วมโครงการไหนได้ แนะนำให้แปลงวิกฤติเป็นโอกาสเข้าร่วมทันที ไม่ต้องคิดมากหรือรีรอแต่ประการใดในช่วงนี้”

การวางแผนการเงินเราวางแผนกันบนความมั่งคั่งสุทธิคือสินทรัพย์หนี้สินแล้ว ถ้ามีแต่หนี้สินจนสมการความมั่งคั่งติดลบ เรื่องการลงทุนคงต้องลืมกันไปก่อนเลย มาถึงจุดนี้ ลองกลับไปสำรวจดูภาระหนี้ของตัวเองกันอีกสักครั้ง เพราะถ้าครัวเรือนไทยมีแต่หนี้...จะเอาเงินที่ไหนไปลงทุนกัน หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย