Official Update :

แนะจัดน้ำหนักการลงทุนในหุ้น...‘Domestic Play’ & ‘Cyclical’ ให้ดี !!!

เศรษฐกิจดีขึ้นแล้วใช่ไหมคงบอกได้ยากในตอนนี้ แต่ก็เห็นการฟื้นตัวขึ้นมาชัดเจน เนื่องจากมีธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นและช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่หากมองภาพรวมตลอดทั้งปีแล้วการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ได้ปรับตัวรับสถานการณ์ได้ค่อนข้างดีมาก รวมทั้งการลงทุน ก็ยังเปิดกว้างให้นักลงทุนได้หาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ ที่เติบโตสอดรับรูปแบบการทำธุรกิจและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงของผู้คน

“ธีมการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ที่ตลาดให้ความสนใจคือ การลงทุนในสินทรัพย์ที่เรียกว่า CyclicalGrowth Asset’หรือ‘สินทรัพย์ที่มีการเติบโตตามวัฏจักรเศรษฐกิจ’ซึ่งได้แก่กลุ่มที่เริ่มฟื้นตัวจากการฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากวิกฤต COVID-19 เช่น กลุ่มโรงพยาบาล, ประกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายธุรกิจที่ยังรอการฟื้นตัวกลับมา ได้แก่  กลุ่มสายการบิน, ท่องเที่ยว, ขนส่ง, โรงแรม, กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึง อสังหาริมทรัพย์ฯ ซึ่งเริ่มเห็นการฟื้นตัวบ้างในระยะสั้น เพราะยังคงต้องรอปัจจัยปลดล็อกสถานการณ์ ซึ่งหากสามารถฟื้นกลับมาเป็นปกติได้ จะเป็นบวกต่อเศรษฐกิจและโอกาสการลงทุน”

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้กลับมาได้อย่างแท้จริงคือ การได้วัคซีน COVID มาใช้โดยช่วงต้นเดือน พ.ย. มีรายงานจาก‘บริษัท Pfizer’และ‘บริษัท Moderna’ที่ระบุว่า วัคซีนที่ทดลองนั้นได้ผลเกือบ 100% นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจเริ่มใช้จริงได้ในช่วงกลางปี 2564  จึงต้องลุ้นกันว่าจะเป็นไปในทิศทางนั้นจริงหรือไม่ 

อย่างไรก็ตามช่วงวิกฤต COVID นั้น เราได้เห็นการลงทุนจากสินทรัพย์ใน‘กลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก’ให้ผลตอบแทนสูง จากการใช้เทคโนโลยีของภาคธุรกิจที่ปรับตัวรองรับ การให้บริการผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการซื้อขายสินค้า, ธุรกิจการศึกษา, ธุรกิจการแพทย์, ธุรกิจการรักษาความปลอดภัย และความบันเทิงซึ่งหลายประเทศที่มีการปรับใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกิจส่งผลให้เศรษฐกิจภายในประเทศมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด เช่น สหรัฐฯ และจีน ซึ่งแม้ว่าจะเจอผลกระทบจาก COVID-19 แต่สามารถฟื้นกลับมาได้ค่อนข้างเร็ว

“ดังนั้น‘เทคโนโลยี’จึงถือเป็นปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจด้านหนึ่งที่มีแนวโน้มเติบโตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ หรือเรียกว่า‘Domestic Play’และจึงมีโอกาสสำหรับการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทั่วโลก”

ดังนั้นแล้ว จะเห็นได้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจในระยะที่ผ่านมา ยังมีหุ้นกลุ่ม‘Domestic Play’ ที่เติบโตได้จากการใช้เทคโนโลยีและยังมีหุ้นกลุ่ม ‘Cyclical’ที่เริ่มฟื้นตัว ด้วยภาพเช่นนี้ หุ้นทั้ง 2 กลุ่มนี้ควรลงทุนอย่างไรดี ..??

สำหรับหุ้น‘กลุ่มCyclical’นั้นเนื่องจากเศรษฐกิจปรับตัวลงถึงจุดต่ำสุด และเริ่มกลับมาฟื้นตัวแบบช้าๆ อีกทั้งมีเห็นสัญญาณบวก จากตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ที่รายงานออกมา ดังนั้นหุ้นกลุ่มนี้ต้องเลือกลงทุนเป็นรายตัว เน้นบริษัทที่มีปัจจัยบวกชัดเจน เช่น กลุ่มธนาคารเช่น BBL KBANK TISCOกลุ่มพลังงานและกลุ่มเคมีภัณฑ์อาทิ PTT  PTTGC  IVL  และกลุ่มโรงพยาบาลเช่น BDMSเป็นกลุ่มที่ผมแนะนำลงทุนในระยะสั้นได้ เพื่อรอปัจจัยบวกในระยะยาว

ส่วน‘กลุ่มDomestic Play’นั้นหากพิจารณาในระยะจากนี้ไป ประเทศที่มีการเติบโตชัดเจน คือสหรัฐฯและจีนโดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล และกลุ่มอุปโภคบริโภคที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี นักลงทุนสามารถลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศที่ไปลงทุนในธุรกิจเหล่านี้ได้ เช่นกองทุนเปิดWE-CHIG, กองทุนเปิดWE-PLAY,กองทุนเปิดWE-GTECH, กองทุนเปิดWE-GIHEALTHโดยกองทุนเหล่านี้ มีการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีในแต่ละอุตสาหกรรมที่โดดเด่น ถือเป็นกลุ่ม Domestic Play ด้านเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะกลางถึงระยะยาว

“อย่างไรก็ดีมีประเด็นสำคัญที่ผมอยากให้นักลงทุนติดตามและพิจารณาประกอบการลงทุนด้วย นั่นคือ แม้ว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวแต่การระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกระบาดหนักอยู่ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรป ขณะที่ข่าวความคืบหน้าการทดลองวัคซีน รวมนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีคนใหม่ ที่สร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง จากการย้ายเงินลงทุนเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงที่ราคาต่ำในตลาดเกิดใหม่”

ดังนั้นในระยะจากนี้ไป การปรับตัวของสินทรัพย์ต่างๆ จะเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตามข่าวสาร  ‘บวก’และ‘ลบ’ที่จะออกมา ทำให้ตลาดเกิด ‘ความผันผวน’ ได้  จึงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนติดตาม และวางแผนจัดสรรน้ำหนักการลงทุน ในหุ้น‘กลุ่ม Domestic Play’และ‘กลุ่มCyclical’ให้ดี

เพราะตราบใดที่‘วัคซีน’ ยังไม่ได้ออกมาใช้อย่างแท้จริง เศรษฐกิจโลกและการลงทุนก็จะเผชิญทั้ง ‘โอกาส’ และ ‘ความเสี่ยง’ ควบคู่กันเช่นนี้ต่อไป