เปิด 23 หุ้นผู้ชนะ “WINNER OF WINNER”...กำไรโตฝ่าวิกฤต !!!
Where2put Ur Money: ผ่านครึ่งทางของปี 2022 มาแล้ว และมาพร้อมกับปัจจัยลบต่อสินทรัพย์การลงทุนอย่างมากทีเดียว เงินเฟ้อ, การขึ้นอัตราดอกเบี้ย, ราคาสินค้าแพงขึ้น น่าจะเป็น Keyword หรือคำที่เราได้ยินบ่อยมากในเวลานี้เพราะเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจปากท้องรวมไปถึงสร้างความผันผวนให้กับสินทรัพย์ทางการเงินอย่างมากและต่อเนื่อง
คำตอบของคำถามที่ว่า “จะเลือกลงทุนอะไรดีในตอนนี้ และหุ้นตัวไหนที่น่าซื้อ..?” จึงเป็นเรื่องที่ “KTBST SEC” เอาข้อมูลมาฝากกัน
“ตลอดช่วงหลายปีมานี้เราเผชิญกับเหตุการณ์ที่สร้างวิกฤตเศรษฐกิจมาอย่างเนื่องแบบปีต่อปีเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่ปี 2017 เรื่อยมาจนถึงปี 2022 เหตุการณ์ต่างๆ นอกจากผลกระทบที่เกิดขึ้น ยังการเปลี่ยนแปลงมาสู่ธุรกิจ, การใช้ชีวิต นับจากการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจเข้าสู่การใช้เทคโนโลยีมากขึ้น หรือ Technology Disruption ที่เกิดขึ้นในกลุ่มธนาคารการเงิน เพื่อรับมือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเพราะการใช้เทคโนโลยีด้านไอที”
ถัดมาเราเจอผลกระทบจากทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน (Trade War ) ที่รุนแรง ตลาดหุ้นและธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบโดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศผู้ค้าที่เกี่ยวกับ 2 ประเทศนี้ ปัจจุบันการขึ้นภาษีการค้ายังมีผลอยู่ในปัจจุบัน
“หลังจากนั้นตามมาด้วยวิกฤต โรคระบาดโควิด-19 ที่เรียกว่า กระทบเศรษฐกิจอย่างหนักหน่วงกับทุกประเทศใน และหลายประเทศยังไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ แม้ว่าการฉีดวัคซีนจะกระจายไปทั่วโลกแล้ว แต่ผลพวงกับระบบเศรษฐกิจยังมีอยู่ ทั้งการขาดแรงงาน การขาดแคลนปัจจัยการผลิตสินค้าต่างๆ ที่เป็นผลทำให้เกิดภาวะเฟ้อในขณะนี้”
ไม่เพียงโรคระบาดที่ทำให้เศรษฐกิจทรุด การเกิดสงครามยูเครนกับรัสเซียในเดือน ก.พ. ของปีนี้ เป็นเหมือนตัวซ้ำเติมให้เศรษฐกิจโลก เพราะการขาดแคลนอาหารและสินค้าบางประเภทจากการคว่ำบาตรรัสเซียและสินค้าของยูเครนที่ส่งออกไม่ได้ ตามมาด้วยราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น จึงเกิดภาวะที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงแต่ไม่สมดุลกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ

วิกฤตและปัจจัยลบดังกล่าวนี้ ยังคงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสินทรัพย์ต่างๆ อยู่ในเวลานี้แทบทั้งสิ้น เมื่อมองมาที่ “ตลาดหุ้นไทย” แล้วบริษัทจดทะเบียนของไทยเป็นอย่างไรบ้าง..?
เมื่อดูข้อมูลย้อนหลังกลับไป KTBST SEC พบว่า ในแต่ละช่วงที่เกิดวิกฤตนั้น “กำไรของตลาดหุ้นไทย”ได้รับผลกระทบปรับตัวลงไปอย่างมากไปตามสถานการณ์ แม้ว่าปัจจุบันกำไรของตลาดหุ้นไทยหลังการรายงานงบไตรมาส 1 ปี 2022 ที่ผ่านมา ยังเติบโตได้ค่อนข้างดี แต่หากพิจารณาเป็นรายกลุ่มบริษัทแล้วพบว่ามีอยู่จำนวนหนึ่งที่กำไรยังสามารถเติบโตต่อเนื่องท่ามกลางวิกฤติและปัจจัยลบต่างๆ ตั้งแต่ปี 2017 ด้วยลักษณะของธุรกิจมีการเติบโตในลักษณะต่างกัน แบ่งออกเป็น
1) กลุ่มบริษัทที่มีความสามารถเติบโตได้ โดยที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต
2) กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตแต่สามารถฟื้นตัวกลับได้ไว
3) กลุ่มที่เติบโตได้เพราะได้ประโยชน์จากวิกฤตนั้น
“ธุรกิจเหล่านี้ที่สามารถในการเติบโตและรับมือกับวิกฤติได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวทางธุรกิจหรือด้วยความสามารถของผู้บริหาร KTBTS SEC เรียกว่าเป็นกลุ่มนี้ ‘ผู้ชนะ’ ซึ่งมีจำนวน 214 บริษัท หรือประมาณ 40%”
ทั้งนี้เรายังได้เจาะลึกและวิเคราะห์คาดการณ์ต่อไปในจำนวน 214 บริษัทนี้ มี 23 บริษัทที่คาดว่าจะมีกำไรเติบโตต่อเนื่องไปอีกในปี 2023 (เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ) KTBST SEC เรียกหุ้นกลุ่มนี้ว่า “WINNER OF WINNER” โดยวิเคราะห์และเลือกมามีดังนี้
KBANK, TTB, TISCO, KKP, DELTA, GULF , KTC, AP, MTC, GLOBAL, THANI, DCC, MEGA, ASK, WHART, SMPC, AIT, SNC, SAPPE, SIS, FORTH, SABINA, SUSCO
คำถามว่า หุ้นเหล่านี้จะซื้อได้เลยไหมหรือควรลงทุนอย่างไรดี ..? แนะนำว่า หุ้นที่เราวิเคราะห์และนำเสนอมาทั้งหมดนี้ แม้จะเป็น “มุมมองที่ดี” แต่อยากแนะนำให้นักลงทุนพิจารณาข้อมูลในหุ้นเหล่านี้ให้ดีมากขึ้น ก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะเพื่อให้เหมาะกับสไตล์การลงทุนของแต่ละคน ที่อาจจะชอบลงทุนระยะสั้น, ระยะกลาง หรือระยะยาว รวมทั้งเพื่อให้เหมาะกับตลาดที่มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว
