ระวัง!!!...“หุ้น” ที่ราคาลงมามากๆ ก็ไม่ได้น่าเข้าซื้อทุกตัว
Where2put Ur Money: มาถึงครึ่งปีที่ 2 กันแล้วนะครับ ความน่ากังวลต่อเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อสินทรัพย์ลงทุนยังมีอยู่ ตัวแปรสำคัญที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปียังไม่จบลง แต่กลับสร้างกดดันให้ตลาดเกิดความผันผวนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สงครามยูเครน-รัสเซีย, การคว่ำบาตรเศรษฐกิจการเงินรัสเซีย, มาตรการควบคุมโควิดของจีน รวมทั้งราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 13 ปี ผลักดันให้ “เงินเฟ้อสหรัฐฯ” สูงขึ้น และตามมาด้วย “การขึ้นอัตราดอกเบี้ย” ที่แรงของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ระดับ 0.75%
“และนั่นก็กระทบมาถึงประเทศไทย ลากให้ดัชนีตลาดหุ้น SET Index ปรับฐานลงถึง 3 ครั้ง และทำ ‘จุดต่ำสุด’ ของดัชนีที่ระดับ 1,544 จุด แน่นอนว่ามีหุ้นหลายอุตสาหกรรมปรับตัวลงหนักเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, กลุ่มแพคเกจจิ้ง, กลุ่มรับเหมา, กลุ่มธนาคาร”
แต่ว่าหุ้นที่ราคาลงมามากๆ ก็ไม่ได้น่าเข้าซื้อทุกตัว ต้องมาพิจารณาว่าปัจจัยที่ทำให้หุ้นลงมานั้นทำให้ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นเปลี่ยนไปด้วยหรือไม่?

ถามว่าในภาวะที่มีความเสี่ยงกดดันการลงทุนแบบนี้...เราจะลงทุนใช้กลยุทธ์ลงทุนอย่างไรดี?
“KTBST SEC” อยากให้จับตาพิจารณาสัญญาณสำคัญที่จะเป็นตัวบ่งชี้ว่า “ตลาดหุ้นไทย” อาจจะกลับมาเป็นขาขึ้นได้ ดังนี้
1) ราคาหุ้นหรือดัชนี SET Index ปรับตัวลงมามากจนดูว่าราคาถูกมาก (Deep Discount) ซึ่งจะทำให้นักลงทุนที่ชอบหุ้นราคาถูก (Bargain Hunter) เข้าซื้อ
2) หุ้นกลุ่มปันผลมีการจ่ายเงินปันผลสูงขึ้นจนน่าสนใจ อาจจะทำให้มีแรงซื้อของนักลงทุน
3) เงินบาทแข็งค่าขึ้น รวมถึงมีปัจจัยที่บ่งชี้ว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น เช่น การขึ้นดอกเบี้ยของ กนง.
4) สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน มีทิศทางดีขึ้นและส่งผลบวกต่อตลาด
5) สัญญาณเงินเฟ้อ มีจุดบ่งชี้ว่าจะผ่าน “จุดสูงสุด” เมื่อใด
“ทั้ง 5 สัญญาณดังกล่าว พบว่า ข้อที่ 1, 2 และ 3 ได้เกิดขึ้นแล้ว ส่วนสัญญาณที่ 4 และ 5 ต้องติดตามต่อไปจากนี้จะเป็นในทิศทางไหน รวมถึงจะมีปัจจัยอื่นเข้ามาหนุนตลาดอีกหรือไม่” แต่โดยรวมสรุปได้ว่าปัจจุบัน “ตลาดหุ้นไทย” ได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวให้เห็น ก็ถือว่าตลาดหุ้นไทยยังแข็งแกร่งและเป็นตลาดที่ยังน่า
ลงทุน โดยหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมาลึกก่อนหน้านี้เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวจากเศรษฐกิจโดยรวมในประเทศ และจากปัจจัยเฉพาะตัว
กลยุทธ์ลงทุนแบบ “Bottom Fishing” จึงมองว่าเหมาะกับภาวะตลาดในตอนนี้ เป็นการลงทุนด้วยการการเลือกหุ้นที่มองว่า ‘ราคาลงมาลึก และมีโอกาสฟื้นตัวกลับขึ้นมา’ เนื่องจากรับปัจจัยลบไปมากแล้ว ขณะเดียวกันหากตลาดหุ้นเป็น ‘ขาขึ้น’ หุ้นกลุ่มนี้ก็จะมี Upside ที่น่าสนใจมากกว่ากลุ่มอื่น แต่หากตลาดทรงตัวแบบ ‘Sideway หรือปรับฐานลงไป’ หุ้นกลุ่มนี้ก็จะมี Down Side ที่น้อยกว่าเช่นกัน เรียกว่าเป็นกลยุทธ์ที่ “Win-Win Strategy” โดยหุ้นที่ KTBST SEC มองว่าน่าสนใจสำหรับกลยุทธ์นี้ เช่น BGRIM, CK, ADVANC, IRPC, CBG, WICE
การปรับตัวลงของตลาดนักลงทุนอาจมองเป็นจังหวะให้เข้าลงทุน แต่ก็ไม่ได้ง่ายนัก เมื่อดูจากจากปัจจัยที่เข้ามากระทบในแต่ละครั้ง ซึ่งมีความหนักเบาต่างกัน การวิเคราะห์ข้อมูลพร้อมกับ “กำหนดกลยุทธ์ลงทุน” จึงมีความสำคัญต่อการสร้างความมั่นใจในการเลือกสินทรัพย์ที่น่าซื้อและสินทรัพย์ที่ควรเลี่ยง ฝากทิ้งท้ายกันไว้ครับ
