ลงทุน “แบบแทงหวย” ได้ไม่คุ้มเสีย- ‘โอกาสเจ็บหนักมี’… “Asset Allocation” ช่วยได้ ‘ไม่พลาด’ ทุกโอกาสการลงทุน !!!
Wealthy Way: “อย่าลงทุน แบบแทงหวย” โอกาสพลาดไม่แตกต่างกัน ช่วงปีนี้ได้เห็นปรากฎการณ์ “Crypto” หลายตัวราคาดิ่งนรกติดลบระดับ -80% ถึง -99% กันมาให้เห็นแล้ว และเห็นวิกฤติชีวิตเกิดขึ้นในกลุ่มนักลงทุนที่ทุ่มสุดตัวเข้าลงทุนจนเป็นข่าวคราวบนสื่อแล้วเช่นกัน
ดังนั้น จึงต้อง “ย้ำเตือนกันอีกครั้ง” และไม่ได้เฉพาะเจาะจงเฉพาะ “Crypto” แต่ประการใด แต่รวมถึงสินทรัพย์ทุกประเภท แม้แต่การฝากเงินที่คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคย แต่พลันที่เงินทั้งหมดของคุณทิ้งไว้ใน “เงินฝาก” ทั้ง 100% เพียงอย่างเดียว ก็เป็น “ความเสี่ยง” เช่นเดียวกัน
“การลงทุน” แน่นอนว่า...นักลงทุนย่อมแสวงหา “ผลตอบแทนที่ดี”
แต่ “ไม่มีสินทรัพย์ใด ที่จะให้ผลตอบแทนดีที่สุดต่อเนื่องไปได้ทุกปี” และในทางตรงข้าม “ก็ไม่มีสินทรัพย์ใด จะมีผลตอบแทนแย่ต่อเนื่องไปทุกปี” เช่นเดียวกัน
การ “จัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนได้เป็นอย่างดี ที่จะทำให้คุณ “ไม่พลาดโอกาสการลงทุน” แต่ประการใด
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังเช่นเคย
"ไม่มีสินทรัพย์ใด"...จะให้ “ผลตอบแทนดีสุด” ได้ติดต่อกันทุกปี...แต่จะ “สลับสับเปลี่ยน” กันไป
จากข้อมูลของ “J.P. Morgan ASSET MANAGEMENT” (ข้อมูล ณ 31 ก.ค. 22) ในการดูการเคลื่อนไหวของผลตอบแทนของสินทรัพย์ 9 ชนิด ได้แก่ หุ้นขนาดใหญ่, หุ้นขนาดเล็ก, หุ้นตลาดเกิดใหม่, หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว, สินค้าโภคภัณฑ์, High Yield, ตราสารหนี้, REITs และเงินสด พบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไม่มีสินทรัพย์ชนิดใดจะให้ผลตอบแทนดีที่สุดได้ต่อเนื่องทุกปี แต่จะสลับสับเปลี่ยนกันไปในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา

“และสินทรัพย์ที่เคยให้ผลตอบแทนดีที่สุด ก็อาจกลายเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนแย่สุดได้เช่นเดียวกัน เช่น REITs ที่ให้ผลตอบแทน ‘ดีสุด’ ในปี2012, 2014 และ 2015 กลับมาเป็นสินทรัพย์ที่มห้ผลตอบแทน ‘แย่สุด’ ในปี2020 เป็นต้น ในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน”
ดังนั้น การลงทุนที่เน้นทุ่มไปในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว จึงไม่ใช่แนวคิดที่ดีนัก และไม่ตอบโจทย์การลงทุนในระยะยาวด้วย ในบางปีที่ตลาดการลงทุนแย่ “เงินสด” กลับให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดได้ สามารถเอาชนะสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ที่ปรับตัวลดลงก็จริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า “เงินสด” จะเป็นการลงทุนที่ดีและตอบโจทย์การลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับคุณได้แต่ประการใด
“เพราะไม่บ่อยครั้งที่จะเกิด ‘วิกฤติ’ ขึ้น ซึ่งการถือครองเงินสดในภาวะปกติที่ไม่ใช่ภาวะวิกฤติ ก็อาจทำให้นักลงทุน ‘พลาดโอกาส’ ที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าจากการลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะสมไปได้เช่นเดียวกัน ที่สำคัญ ไม่มีใครรู้อนาคต ว่าปีไหนสินทรัพย์ไหนจะมายืนหนึ่งในเรื่องผลตอบแทนได้ในปีนั้นๆ (ไม่งั้น...คงรวยกันไปหมดแล้วล่ะ)”
“Asset Allocation”...ช่วยสร้าง ‘เสถียรภาพ’ ให้ผลตอบแทนในระยะยาว
แต่ถ้าคุณ “จัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) กระจายไปในสินทรัพย์ต่างๆ อย่างเหมาะสม ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมานั้น จากตัวอย่าง Asset Allocation ของ “J.P. Morgan ASSET MANAGEMENT” ที่กระจายไปในสินทรัพย์ทั้ง 9 ประเภท จะพบว่า ผลตอบแทนของการลงทุนจะมี ‘เสถียรภาพ’ ในแต่ละปีมากขึ้นในระยะยาว แม้จะไม่ได้ “ผลตอบแทนสูงสุด” แต่ก็จะไม่ตกไปอยู่ในกลุ่มที่ “ผลตอบแทนแย่สุด” ในแต่ละปีเช่นเดียวกัน

“Asset Allocation เป็นการจัดสรรเงินลงทุนเพื่อตอบโจทย์ในระยะยาว โดยนักลงทุนต้องประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยงแล้วเลือกกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่างๆ ว่าจะลงทุนในสินทรัพย์อะไร ให้น้ำหนักกี่เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามในระยะสั้นก็อาจต้องปรับน้ำหนักให้สอดคล้องกับภาวะตลาดในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้าด้วยช่นกัน เป็นภาพย่อยในภาพใหญ่เพื่อจะทำให้คุณไม่พลาดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะสั้นด้วยเช่นกัน ที่เรียกว่า Tactical Asset Allocation ที่จะยึดโยงกับภาพใหญ่ในการจัดพอร์ตระยะยาวนั่นเอง”
ท้ายที่สุดสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ “การบริหารผลตอบแทน” ก็คือเรื่องของ “การบริหารความเสี่ยง” ซึ่งกลยุทธ์ “การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) จะช่วยให้คุณได้ทั้งผลตอบแทนที่ดีในระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม ไม่สุดโต่งเหมือนการลงทุนในสินทรัพย์ใดประเภทหนึ่งเพียงประเภทเดียวเท่านั้น แล้ววันนี้...คุณทำ “Asset Allocation” ที่เหมาะสมเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินของคุณกันแล้วหรือยัง?
