Official Update :

เตือน!! ใช้ความระมัดระวังลงทุน “หุ้นพลังงาน”... เหตุ ‘ตลาดเปลี่ยนแปลงเร็ว’

Where2put Ur Money: ตลาดสินทรัพย์ได้เจอกับประเด็นที่คาดไม่ถึงอีกครั้ง แม้จะใช้เวลาไม่นานราวๆ 9 นาที แต่สุนทรภจน์ของประธานกลางสหรัฐฯ ที่ Jacksonhold ล่าสุด บอกว่าการต่อสู้กับเงินเฟ้อยังไม่จบ การขึ้นดอกเบี้ยจะเดินหน้าต่อไป เป็นสัญญาณที่ถูกประเมินว่าการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed อาจจะวิ่งไปถึงระดับ 4% ได้ในปีนี้ แม้จะทำให้เศรษฐกิจได้รับกระผลกระทบก็ตาม


“ดังนั้นการเคลื่อนไหวของตลาดสิทรัพย์ในกันยายนนี้ไป คงจะอิงอยู่กับเรื่องสู้กับเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นต่อไป โดยเฉพาะ สหรัฐฯ คือการทำสงครามกับเงินเฟ้อในประเทศ เช่นเดียวกัน 'จีน' ที่กำลังรับมือกับภาวะเศรษฐกิจชะลอและปัญหาการเมืองกับไต้หวันและสหรัฐฯ แต่ที่หนักไม่แพ้กันคือ ภูมิภาคยุโรป นอกจากเงินเฟ้อแล้ว สงครามจริงระหว่างรัสเซียกับยูเครน ทำให้ยุโรปกำลังเจอผลกระทบหนักจากการหยุดจ่ายก๊าซโดยรัสเซีย ซึ่งท่ามกลางฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือน” 


เราเห็น “ราคาก๊าซ” พุ่งขึ้นเป็นทำสถิติในเดือนสิงหาคม ซึ่งแทบไม่ค่อยได้เห็น ทำให้ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อจากราคาพลังงานในสหภาพยุโรปพุ่งขึ้นตั้งแต่ต้นปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นราคาก๊าซ น้ำมันเบนซิน ดีเซล รวมถึงค่าไฟฟ้า และกำลังกระทบต่อภาคครัวเรือนที่ต้องจ่ายค่าพลังงานเพิ่มขึ้น  เศรษฐกิจยุโรปจึงถูกจับตามองว่าอาจเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคเช่นเดียวกับสหรัฐฯ  แม้ทาง “ธนาคารกลางยุโรป” จะเริ่มส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น





นอกจากนี้เมื่อพิจารณาตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น “ตัวเลขการว่างงาน” (ข้อมูล Eurostat เดือน มิ.ย.) พบว่า หลายประเทศมีอัตราว่างงานที่ไม่น้อย เช่น สเปน ประมาณ 12.6% กรีซ 12.3%  อิตาลี 8.1% ฝรั่งเศส 7.2% นอกจากนี้หลายประเทศมีเศรษฐกิจที่พึ่งพาการท่องเที่ยว เช่น อิตาลี มีสัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวต่อ GDP อยู่ที่ 9.1%, สเปน 8.5%, ฝรั่งเศส 6.4%, เยอรมัน 6.4%


“แม้ว่าการเดินทางจะเริ่มกลับมาดีขึ้น แต่ดูเหมือนความสัมพันธ์กับรัสเซียของยุโรปกับเรื่องพลังงาน จะเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดต่อเศรษฐกิจและความมั่งคงของยุโรปตั้งแต่บัดนี้ไป แม้รัฐบาลหลายประเทศได้เตรียมรับมือเรื่องพลังงาน ทั้งการหาแหล่งพลังงานจากประเทศอื่น แต่ก็ต้องใช้เวลา”


ไม่เพียงแต่ยุโรป ราคาก๊าซและพลังงานที่เพิ่มขึ้นมีผลมาถึง “เอเชีย” ด้วยเช่นกัน ในมุมมองการลงทุน หากจะจับจังหวะลงทุนในหุ้นกลุ่มเหล่านี้ ทั้ง ถ่านหิน น้ำมัน โรงกลั่น รวมถึงก๊าซ คงต้องระมัดระวังแม้จะเห็นปรับตัวขึ้นจากปัจจัยดังกล่าว แต่ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว


“กลยุทธ์การลงทุนในระยะนี้ ตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศที่ย่อตัวลงมาเป็นจังหวะเข้าซื้อในลักษณะ ทยอยเข้าลงทุนนะครับ และ ทยอยหาจังหวะขายทำกำไร เช่นกันเมื่อราคาปรับตัวขึ้นไป โดยเฉพาะหุ้นประเภท Growth Stock ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และจับตาเรื่องขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และยุโรปอย่างใกล้ชิด”


สิ่งที่เรากำลังเห็นตอนนี้คือ สงครามและการใช้กำลังทางทหารครั้งใหญ่ในอดีตที่ผ่านมา มักหนีไม่พ้นที่จะต้องเกิดขึ้นในยุโรป ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 รวมไปถึงสงครามอื่นๆ และ สงครามในยูเครนคือล่าสุด ที่กินเวลามากว่า 6 เดือนแล้ว และนำมาซึ่งผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่อง โดยเฉพาะ "เรื่องพลังงาน" สถานการณ์ปัจจุบันดูจะเป็น “ดาบ 2 คมกับยุโรป” กล่าวคือ พลังงานคือความมั่นคงของประเทศที่สำคัญมาก แต่ก็เป็นอาวุธสำคัญที่สร้างวิกฤตให้กับประเทศได้เช่นกัน บทบาทและท่าทีการแสดงออกต่อเรื่องสงครามในยูเครนเป็นเส้นบางๆ ของความสัมพันธ์ที่นำมาด้วยความเจ็บตัวของยุโรปเอง


เมื่อมองมาที่บ้านเรา การบริหารจัดการเรื่องพลังงานยังถืออยู่ในทิศทางที่ดี อีกทั้งยังมีอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารที่เป็นจุดเด่นของประเทศ มีความสามารถในการผลิตเพื่อการบริโภคในประเทศและส่งออก ผมอยากชี้ให้เห็นว่าหากอุตสาหกรรมอาหารถูกพัฒนาและยกระดับขึ้น เชื่อว่าจะเพิ่มความแข็งแกร่งและเป็น "ความมั่นคง" ทางเศรษฐกิจ ได้เช่นกันนอกเหนือจากพลังงาน

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์

ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงิน ดาโอ (ประเทศไทย) หรือ DAOL (THAILAND) และอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเงิน ที่ชอบถ่ายทอด แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเศรษฐกิจ การเงิน ให้กับคนไทยและตลาดทุน ได้มีความเข้าใจในการการวางแผนทางการเงิน เพื่อประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของคนทุกเพศทุกวัย