Official Update :

แนะจับตา “สารพัด-ปัจจัยเสี่ยง” ...ที่พร้อม “เขย่าตลาดการลงทุนโลก” !!!

Where2put Ur Money: เข้าใกล้ช่วงปลายปีมากขี้น ขณะที่แนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจเป็นภาพที่ชะลอตัวลง อีกทั้งปัจจัยลบที่กดดันความเชื่อมั่นยังเป็นเรื่องเดิม ทั้งเรื่องราคาพลังงาน, เงินเฟ้อ, อัตราดอกเบี้ยสูง, ค่าเงินที่อ่อน สงครามและการเมืองระหว่างประเทศ


“หลายประเทศโดยเฉพาะใน เอเชีย และ ตลาดเกิดใหม่ ใช้มาตรการรับมือเข้มข้นขึ้น ทั้งการขึ้นดอกเบี้ย และแทรกแซงค่าเงินอย่างประเทศญี่ปุ่น รวมไปถึงแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนที่เริ่มถูกปรับคาดการณ์ลดลง แม้บริษัทขนาดใหญ่ยังมีผลกำไรเป็นบวก แต่เกิดการลดต้นทุนการผลิตและชะลอการลงทุนมากขึ้นแล้ว”

เราจะเห็นว่าการขึ้นดอกเบี้ยของ “ธนาคารกลางสหรัฐฯ” (FED) ในช่วงที่ผ่านมาทำให้เกิดผลกระทบหลักใน 3 เรื่อง หรือเรียกย่อว่า '3R' ได้แก่

Recession: FED ขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรงในช่วงที่ผ่านมา กระทบเศรษฐกิจจนเกิดความเสี่ยงที่จะเกิดถดถอยมากขึ้น


Risk: เศรษฐกิจหลายประเทศเกิดความเสี่ยง เช่น การส่งออกลดลง, ราคาสินค้า Commodity ต่างๆปรับตัวลง


Return: การลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ผันผวน ได้รับผลตอบแทน “ลดลง” หรือ “ติดลบหนัก และหันมาถือเงินสดมากขึ้น


“ไม่เพียงแค่ทำให้เกิดความผันผวนของสินทรัพย์เท่านั้น ‘DAOL SEC’ มองว่ายังมีอีกหลายปัจจัยที่ตลาดสะท้อนการรับรู้ (Price-In) ไปแล้วบางส่วน และยังมีปัจจัยที่ตลาดยังไม่ได้สะท้อนการรับรู้ ซึ่งต้องติดตามอย่างมาก”


ปัจจัยที่ตลาด “ยังไม่ Price-In” ได้แก่

1) GDP ไตรมาส 4 ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มหดตัว

2) เงินเฟ้อยังลดลงช้ากว่าที่คาด

3) เศรษฐกิจยุโรปและอังกฤษเกิดความเสี่ยง Recession มากขึ้นและเร็วขึ้น

4) เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงและยังไม่สามารถกลับมาฟื้นตัวได้ในปีนี้




ส่วนปัจจัยที่ตลาดสะท้อนการ “รับรู้ไปบ้างแล้ว” เช่น 

1) ตัวเลขผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนชะลอตัว

2) กำไรตลาดโตในอัตราที่ช้าลง

3) ธุรกิจต่างๆ ชะลอการลงทุน

4) กำไรตลาดหุ้นยุโรปและตลาดหุ้นจีนถูดลดประมาณการบางส่วน

5) มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในเฉพาะบางธุรกิจเท่านั้น


“ดังนั้นเมื่อพิจารณาโอกาสลงทุน ต้องบอกว่า ดัชนีตลาดโลกปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก เรียกว่าลงมาอยู่ในระดับราคาที่ค่อนข้างถูก แต่ตลาดจะ ยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด ของสถานการณ์  สหรัฐฯ เองยังไม่ชัดว่าอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นถึงระดับใด ซึ่งตลาดคาดการณ์ค่อนข้างแน่นอนว่าเดือน พ.ย. จะขึ้นดอกเบี้ย 0.75% และในเดือน ธ.ค. มีโอกาสสูงที่จะขึ้นอีก 0.75% เช่นกัน การเข้าลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ควรเลือกจับจังหวะลงทุนสั้นไปก่อน”


ขณะที่ “ยุโรป” ค่อนข้างน่ากังวลมาก การขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรงตามสหรัฐฯ ทำให้แนวโน้มหนี้ของภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น รวมทั้งราคาพลังงานและเงินเฟ้อ อาจฉุดให้ยุโรปเข้าสู่ภาวะถดถอยเร็วขึ้นขึ้น ทาง DAOL SEC มองว่า จุดต่ำสุดของตลาดหุ้นยุโรปอาจต้องรอจนกว่าจะผ่านภาวะถดถอยไปก่อน จึงค่อยเริ่มมองจังหวะกลับเข้ามาซื้อ


“ส่วน ‘ตลาดหุ้นจีนที่นักลงทุนให้ความสนใจนั้น นโยบายด้านจากผู้นำจีน คือ ตัวแปรสำคัญต่อตลาดหุ้น ปัจจุบันยังไม่เห็นนโยบายเชิงบวกต่อกับเศรษฐกิจที่ชัดเจน นโยบายควบคุมโควิดที่เข้มงวดยังไม่ยกเลิก และปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้ตลาดหุ้นจีนถูกกดดันโดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี”


ทั้ง “3 ภูมิภาค” ที่เป็นเศรษฐกิจสำคัญของโลก ยังมีไม่แน่นอน ภาพ “ปัจจัยลบ” ต่างๆ ผ่านไปหรือยังและจะผ่านไปเมื่อใด คาดการณ์ได้ยาก การลงทุนต้องศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงให้รอบด้านทั้ง “ระยะสั้น” และ “ระยะยาว”

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์

ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงิน ดาโอ (ประเทศไทย) หรือ DAOL (THAILAND) และอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเงิน ที่ชอบถ่ายทอด แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเศรษฐกิจ การเงิน ให้กับคนไทยและตลาดทุน ได้มีความเข้าใจในการการวางแผนทางการเงิน เพื่อประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของคนทุกเพศทุกวัย