Official Update :

เปิด “5 ธุรกิจ” น่าสนใจลงทุน...ไตรมาส4-ส่งท้ายปี !!!

Where2put Ur Money: กำลังจะหมดปี2565 ปีที่เศรษฐกิจและสินทรัพย์การลงทุนมีความไม่แน่นอนสูงมาก ประเด็นเงินเฟ้อและการขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด รวมถึงโควิด-19 ทำให้บรรยากาศยังปกคลุมไปด้วยความกังวลที่จะเกิด “เศรษฐกิจถดถอย” แม้หลายเศรษฐกิจของหลายประเทศจะไม่ได้รับกระทบไม่มาก รวมถึงบ้านเรา...จากรายงานงบการเงินไตรมาส 3 ที่จบลง เราเห็นภาพสะท้อนที่มีนัยทั้ง “เชิงบวก” และ “เชิงลบ” ที่น่าติดตามต่อในไตรมาสที่ 4 ไปจนถึงปีหน้า 


“กำไรของตลาดหุ้นไทยไตรมาส 3 จบลงที่ 2.26 แสนล้านบาท ขยายตัว 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง -36% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เมื่อเปรียบเทียบกำไรของ 28 กลุ่มธุรกิจ พบว่ากลุ่มพลังงาน (น้ำมัน), ปิโตรเคมี มีกำไรหดตัวลงมามากอย่างมีนัย เนื่องจากความต้องการน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงอันเป็นผลจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงกลุ่ม Health Care, ICT  ส่วนกลุ่มที่มีกำไรดีกว่าตลาดคาดการณ์ คือ กลุ่ม Food & Beverage และรวมถึงกลุ่ม Property, Auto และ Logistic เนื่องจากการเปิดเมือง”


สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4 จะเป็นอย่างไร จะดีขึ้นหรือไม่ ? ต้องบอกว่ายังมีตัวแปรหลักตัวเดิมที่จะชี้ทิศทางตลาดอยู่ โดยเฉพาะ 1) มาตรการควบคุมโควิด-19 ในจีนจะผ่อนคลายเมื่อใด ซึ่งจะมีผลโดยตรงกับธุรกิจกลุ่มโลจิสติกและอิเล็กทรอนิกส์ของจีนและของประเทศอื่นที่เกี่ยวข้องรวมถึงไทยด้วย 2) การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มเห็นการชะลอแต่ยังต้องจับตาเงินเฟ้อว่าจะลดลงต่อเนื่องหรือไม่ 3) สงครามของรัสเซียกับยูเครนยังไม่จบลงและเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้ว 4) การเมืองไทยเริ่มเข้าเดินเข้าสู่การเลือกตั้ง รวมไปถึง 5) เงินบาทเริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้น จะมีผลต่อเงินลงทุนของต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดไทย 




ด้วยประเด็นดังกล่าว DAOL SEC จึงประเมินแนวโน้มว่าไตรมาส 4 /2565 มีกลุ่มธุรกิจที่มีความน่าสนใจโดยมีปัจจัยปัจจัยทั้งในและต่างประเทศเป็นตัวแปรในเชิงบวกดังนี้


1) ธุรกิจที่อิงกับเศรษฐกิจจีนมีโอกาสฟื้นตัวเด่น อย่างกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, กลุ่ม Logistic หากผ่อนคลายมาตรการโควิด รวมถึงมีการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ช่วยหนุนปริมาณการขนส่ง


2) ราคาน้ำมัน (Brent) หากทรงตัวเหนือระดับ 90 เหรียญฯ ธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีจะมี Stock Loss ที่ลดลงและอาจมี Stock Gain ฟื้น 


3) การท่องเที่ยวไตรมาส 4 จะเริ่มเห็นการฟื้นตัวชัดเจนขึ้นและเป็นช่วง High Season ที่จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว


4) ตลาดหุ้นไทยยังเป็นที่สนใจของต่างชาติ เงินลงทุน (Fund Flow) มีแนวโน้มไหลเข้าตลาดหุ้นไทยในหุ้นขนาดใหญ่ที่ต่างชาติชอบ อย่างโรงพยาบาล, ธนาคาร


5) สงครามยูเครนกับรัสเซียเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว การสู้รบอาจเบาบางลง อาจลดความกังวลในเรื่องพลังงานและเงินเฟ้อ ส่งผลบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า 


“จะเห็นว่าเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยขับเคลื่อนอิงกับปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก  ภาพตลาดยังสะท้อนความไม่แน่นอนในปีหน้าอยู่ อย่างไรก็ตามช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีภาพสะท้อนที่น่าสนใจคือ ‘ธุรกิจใหม่ (New Economy) หลายกลุ่มไม่ได้เติบโตโดดเด่นเหมือนช่วงก่อนหน้า บางกลุ่มมีปัจจัยเข้ามากระทบให้ต้องปรับธุรกิจรับมือ เช่น กลุ่มเทคโนโลยี ที่เราเห็นบริษัทขนาดใหญ่ของโลกเลิกจ้างพนักงงาน รวมถึงกลุ่มที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ Digital Asset ต่างๆ”


ขณะที่ “กลุ่มธุรกิจเดิม” (Old Economy) กลับมีการเติบโตอย่างมีนัย เช่นกลุ่มที่เกี่ยวกับการบริโภค, การขนส่ง, การบริการ, อาหาร และท่องเที่ยวที่กลับมาเติบโตจากการเปิดเมือง เรียกได้ว่าวิกฤตได้สร้างโอกาสใหม่ๆ แต่โอกาสนั้นจะยั่งยืนเติบโตได้หรือไม่ เป็นความท้าทายของภาคธุรกิจรวมถึงบริหารพอร์ตลงทุนก็เช่นเดียวกัน

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์

ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงิน ดาโอ (ประเทศไทย) หรือ DAOL (THAILAND) และอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเงิน ที่ชอบถ่ายทอด แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเศรษฐกิจ การเงิน ให้กับคนไทยและตลาดทุน ได้มีความเข้าใจในการการวางแผนทางการเงิน เพื่อประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของคนทุกเพศทุกวัย