ชู “หุ้นกลุ่ม Value” ธีมเด่นรับ “ปีกระต่าย”… เกี่ยวข้องกับการเติบโตของศก.-ผลประกอบการเติบโต !!!
Where2put Ur Money: ย้อนมองภาพรวมและสรุปเหตุการณ์ในปี2022 ที่ผ่านมา จะเห็นว่า “ตลาดทั่วโลก” รวมทั้งไทยมีความผันผวนจากปัจจัยหลักๆ ทั้งสงครามความขัดแย้งของยูเครนกับรัสเซีย ราคาพลังงานและเงินเฟ้อพุ่ง ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เร่งขึ้นดอกเบี้ย รวมถึงการระบาด Covid ในจีน
แต่ช่วงปลายปีจนถึงเข้าสู่ปีใหม่ 2023 ตัวแปรที่กดดันเศรษฐกิจในโลกดังกล่าวมีสัญญาณกลับเข้าสู่ทิศทางที่ปกติมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่งสัญญาณเจรจาของผู้นำรัสเซียกับผู้นำสหรัฐฯ การชะลอขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปีนี้ และการผ่อนคลายมาตรการคุม Covid ในจีนที่เปิดให้คนเดินทางเข้าออกประเทศได้ หลังจากปิดประเทศมาเกือบ 3 ปี ถือนับตัวแปรเชิงบวกอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลกแม้จะมีการระบาดอยู่
“การลงทุนในปีนี้จึงมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา ดังนั้น ธีมกับกลยุทธ์ลงทุนที่ ‘DAOL SEC’ แนะนำคือ การเน้นลงทุนใน ‘หุ้นกลุ่ม Value’ ที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจและมีผลประกอบการเติบโต มีกระแสเงินที่ดีอย่างเช่น กลุ่มธนาคาร อสังหาฯ ค้าปลีก”
โดยในช่วง 1-3 เดือนแรกของปีนี้แนะนำให้กระจายความเสี่ยงผ่านการลงทุนใน “หุ้นโลก” (Global Equity) เป็นสัดส่วนหลักของ Portfolio อย่างน้อย 60 – 70% เพื่อรับผลบวกจากการเปิดเมืองของจีนที่จะหนุนหุ้นจีนและยุโรปเป็นหลัก อีกส่วนให้เน้นการลงทุนใน “ตราสารหนี้ประเทศพัฒนาแล้ว” ซึ่งมีความน่าสนใจจากอัตราดอกเบี้ยสูง
“ส่วนช่วงครึ่งปีลดสัดส่วนการลงทุนใน Global equity และเน้นลงทุนในตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว ทั้งในสหรัฐฯ ยุโรปและญี่ปุ่น ในสัดส่วนรวมกันราว 60%-70% ของ Portfolio และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน REIT ในเอเชียประมาณ 5-10%”

“DAOL SEC” มอง Theme การลงทุนในปีนี้ที่น่าสนใจ คือ 1) การลงทุนในกลุ่มประเทศและธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเมืองของจีน ได้แก่ กลุ่มยุโรป ไทย ญี่ปุ่น ในกลุ่มท่องเที่ยว อาหาร-เครื่องดื่ม รวมถึงอุตสาหกรรมอีเล็คทรอนิคส์และชิ้นส่วนรถยนต์ ที่มีแนวโน้มดีขึ้นจากการกลับมาผลิตและขนส่งทำให้ปัญหาด้าน Supply Shortage ลดลง
2) ลงทุนในกลุ่มธุรกิจ EV โดยเฉพาะในไทยที่มีการเดินหน้าอุตสาหกรรมอย่างเต็มกำลังในปีนี้ จะเห็นว่ามีการตั้งเป้าปี 2030 ที่จะผลิตรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็กจำนวน 7.25 แสนคัน จักรยานยนต์ 6.75 แสนคัน รถบัสและรถบรรทุก 3.4 หมื่นคัน
และ 3) คือเรื่องการเมือง ที่น่าจับตามองเพราะกำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง หุ้นไทยที่เกี่ยวข้อง เช่น กลุ่มนิคมฯ รับเหมาฯ มีโอกาส Out Perform รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเศรษฐกิจ อาทิ กลุ่มค้าปลีก กลุ่มสื่อ จะฟื้นตัวจากปัจจัยการบริโภคในประเทศ
โดยภาพรวม สินทรัพย์ต่างๆ ดูมีทิศทางที่ดีขึ้นใน “ปีกระต่าย” นี้ แต่ก็ต้องลืมว่าตัวแปรหลายตัวอาจกลับมากดดันตลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นถาวะเศรษฐกิจถอถอยที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ แม้คาดการณ์ว่าจะไม่รุนแรง ความขัดแย้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เช่น กรณีเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ประเด็นทางการเมืองของไต้หวันกับจีนฯ ความขัดแย้งของรัสเซียกับยูเครนที่ยังลากยาว รวมไปถึงตัวแปรด้านสภาพภูมิอากาศของโลก ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่กระทบต่อความผันผวนของตลาดทั้งทางตรงทางอ้อมที่นักลงทุนต้องติดตาม
