Official Update :

“แม่ทองสุก” ชี้ราคาทอง จะทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง ลุ้นมีโอกาสแตะบาทละ 3.3 หมื่นบาท

ราคาทองคำกลับมาสดใสครั้งอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง ทั้งยอดคำสั่งซื้อสินค้าจากโรงงาน (Factory Orders m/m) และจำนวนงานเปิดรับใหม่ในสหรัฐฯ (JOLTS Job Openings) ที่ออกมาต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้นักลงทุนกลับมากังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ อีกครั้ง รวมถึงดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าหลุดระดับ 102 จุด ส่งผลให้ราคาทองคำโลก (XAU/USD) พุ่งทะลุระดับ 2,000 เหรียญ และขึ้นไปทำจุดสูงสุดเมื่อวานนี้ที่ระดับ 2,025.01 เหรียญ


ดังนั้นในระยะสั้น กลาง และระยะยาว ราคาทองคำจะมีทิศทางเป็นอย่างไร มีโอกาสที่จะขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ได้หรือไม่ Wealthy Thai จึงมีมุมมองจากผู้ค้าทองมานำเสนอ


โดย นายแพทย์ กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมราคาทองคำได้รับผลดีจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอลง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ในขณะเดียวกันนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะลดความรุนแรงในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรืออาจหยุดการขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็ส่งผลบวกต่อราคาทองคำเช่นกัน โดยช่วง 1 อาทิตย์ที่ผ่านมาราคาทองคำปรับขึ้นเร็วและแรง วานนี้ก็ปรับตัวขึ้นราว 30-40 เหรียญ


สำหรับระยะสั้นประเมินราคาทองคำน่าจะปรับตัวขึ้นต่อได้ ส่วนระยะกลาง คาดราคาทองคำจะสามารถทดสอบจุดสูงสุดเดิมในเดือนมี.. 65 ที่ระดับ 2,072 เหรียญ ขณะที่ระยะยาวราคาทองคำอาจปรับขึ้นต่อเนื่องจนทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในปลายปี 2566


ทั้งนี้ อยากให้นักลงทุนมองการปรับขึ้นของราคาทองคำเป็นระดับ หากราคาสามารถทะลุ 2,072 เหรียญ คาดว่าจะขึ้นไปแตะระดับถัดไปที่ 2,100 เหรียญ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยที่ราว 33,000 บาทต่อบาททองคำ หากราคาปรับตัวขึ้นทะลุ 2,100 เหรียญได้ คาดว่ามีโอกาสที่ราคาทองคำจะขึ้นแตะระดับ 2,200-2,300 เหรียญ


ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเร็วและแรงกว่าที่คาด ดังนั้นจึงมองว่าปีนี้ทองคำเป็นกระทิงตัวใหญ่ที่จะขึ้นต่อได้ระยะยาว จากภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลงและแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่ผ่อนคลายลง จะเกื้อหนุนการขึ้นของราคาทองคำ นอกจากนี้การที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า ทำให้ราคาทองคำสามารถไต่ระดับสูงได้ต่อเนื่อง ดังนั้นปีนี้การลงทุนในทองคำน่าจะดีกว่าหุ้น


ด้านกลยุทธ์ลงทุน แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มพอร์ตลงทุนในทองคำ เพราะทองคำน่าจะเป็นการลงทุนทางเลือกที่ดีที่สุดในปี 2566 สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสะสมทองคำเพิ่มเติม สามารถศึกษาความเสี่ยงและเข้าลงทุนได้ ส่วนนักลงทุนที่ต้องการขายทำกำไรออกมาบางส่วนก็ทำได้เช่นกัน


อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องติดตามปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาทองคำ เช่น การประชุมของเฟดในเดือนพ.. 66 และการรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core Consumer Price Index (CPI)) ว่าจะเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์หรือไม่ เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์การลงทุนทองคำให้ทันต่อสถานการณ์

ศุภมาศ ศรีขำ

นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ด้านการเงินและตลาดทุน ให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้