จังหวะเลือก “สินทรัพย์คุณภาพดี” เข้าพอร์ต...รอรับการฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลัง !!!
Where2put Ur Money: เข้าสู่ไตรมาส 2 ของปี สินทรัพย์การลงทุนในไตรมาสที่ผ่านมาโดยรวมดูดีขึ้นมาบ้าง แม้จะเจอความตกใจจากเรื่องธนาคารขนาดเล็กในสหรัฐฯ ที่ประสบปัญหาสภาพคล่อง ไตรมาสที่ 2 นี้นักลงทุนจะเจออะไรบ้าง ?
“DAOL SEC” ประเมินว่า เราจะเจอทั้ง “เรื่องที่ดี เรื่องแย่ และโอกาสการลงทุน”
เริ่มจาก “เรื่องที่ดี” คือ การผ่อนคลายเปิดประเทศของจีน เป็นตัวหนุนต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้การบริโภคในกลุ่มประเทศที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวฟื้นตัว ได้แก่ ยุโรป ไทย ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นเป้าหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจีน
“โดยเที่ยวบินจากจีนที่บินเข้ายุโรปเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2564 – 2565 เป็นปัจจัยที่ทำให้ยุโรปมีโอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยลดลง เพราะภาคการท่องเที่ยวมีสัดส่วนประมาณ 10% ของ GDP ยุโรป และมีสัดส่วน 11.7% ของการจ้างงานทั้งหมด หรือเท่ากับแรงงานประมาณ 27.3 ล้านคน เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นที่ได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวจีนและเงินเยนที่อ่อนค่า ทำให้หุ้นกลุ่ม Cyclical Stock จะฟื้นตัวเร็วจากการเติบโตของ GDP ในปี 2566”
ส่วนใน “เรื่องที่แย่” คือ “เงินเฟ้อ” แม้จะชะลอตัวลงบ้าง แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง และมีผลต่อการตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ล่าสุดแม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะขึ้นดอกเบี้ยแค่ 0.25% ซึ่งต่ำว่าที่ทาง DAOL SEC คาดเพราะมีความกังวลเรื่องธนาคารที่เกิดปัญหาด้านสภาพคล่อง ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญอย่าง PMI และตัวเลขการจ้างงานใหม่ที่ส่งสัญญาณชะลอตัว รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1/2566 ที่คาดว่าจะออกมาไม่ดี ทำให้ “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” (S&P 500) ยังคงมีผันผวนและมี Downside อยู่บ้างราว 10 - 15% จากบริเวณ 4,000 จุด ในขณะที่ Upside ค่อนข้างจำกัดบริเวณ 4,300 จุด
ดังนั้น ช่วงต้นไตรมาส 2 ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมีความกดดันจากเศรษฐกิจชะลอตัว แบบ Soft Landing ที่กำลังจะเริ่มเกิดขึ้น (และเกิดภาวะถดถอย Mild Recession ในช่วงไตรมาสที่ 4) ซึ่งจะทำให้ช่วงเวลานี้ตลาดหุ้นอาจจะปรับตัวลงได้ในช่วงต้นไตรมาสที่ 2
“ทาง DAOL SEC มองว่าเป็นช่วง ‘จังหวะทยอยซื้อ’ ในตลาดหุ้นที่ได้ปัจจัยบวกแล้วชัดเจน คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นจะเริ่มฟื้นหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจอย่าง PMI ผ่านจุดต่ำสุดและกำไรตลาดเริ่มถูกปรับประมาณการณ์ และเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะฟื้นกลับมา ซึ่งมองว่าจะเป็นช่วงครึ่งปีหลัง”

โอกาสลงทุนอยู่ตรงไหน ?
ตลาดที่น่าสนใจ ได้แก่
1) ตลาดหุ้นยุโรป ในกลุ่มการอุปโภค บริโภครวมถึงสินค้าฟุ่มเฟือยที่มาจากนักท่องเที่ยวจีน
2) ตลาดหุ้นจีน หลังเปลี่ยนรัฐบาลใหม่และเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศรวมถึงธุรกิจในกลุ่มเทคโนโลยี
3) ตลาดหุ้นเกาหลีใต้และญี่ปุ่น มองว่า อุตสาหกรรม Semiconductor และการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่งสัญญาณฟื้น จากการเปิดประเทศของจีน
“ส่วนสินทรัพย์อื่นเพื่อการกระจายความเสี่ยง แนะนำลงทุนใน ‘ตราสารหนี้ภาคเอกชนในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว’ ที่ยังให้ผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง”
ภาพการลงทุนในไตรมาส 2 ยังต้องลงทุนแบบเน้นกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อมองข้ามความผันผวนจากภาวะถดถอย และจังหวะการปรับตัวพักฐานของตลาด เป็นจังหวะเลือกสินทรัพย์คุณภาพดีเข้าพอร์ตโฟลิโอเพื่อรอรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังซึมซับประเด็นลบด้านเศรษฐกิจถดถอยไปจนหมดในช่วงครึ่งปีหลังต่อจากนี้ ไตรมาสนี้ยังมีโอกาสลงทุนอยู่ แม้จะมีปัจจัยทั้ง “ดี” และ “แย่” ก็ตาม
