Official Update :

จะลุย “ลงทุนต่างประเทศ” ให้ปัง... ต้องเข้าใจ “9 ความเสี่ยง” นี้ !!!

Wealthy Way: โลกการลงทุนในปัจจุบันเชื่อมถึงกันหมด ไม่เพียง นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในไทยได้เท่านั้น ในทางกลับกัน “นักลงทุนไทย” เองก็ติดปีกเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้เช่นกัน


ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนผ่าน “กองทุนรวมที่ไปลงทุนต่างประเทศ” (FIF) หรือลงทุนผ่านตัวกลางอย่าง “โบรกเกอร์” หรือ “กองทุนส่วนบุคคล” เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันทำได้สะดวกสบายมาก


การไปลงทุนต่างประเทศ เป็นโอกาสในการกระจายความเสี่ยง เพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับเงินลงทุนของคุณ แต่ก็มีความเสี่ยงที่ไม่ว่านักลงทุนชาติไหนไปลงทุนก็จะต้องเจอเหมือนๆ กันอยู่ “9 ประการ”


ถ้าจะไปลงทุนในต่างประเทศให้ปัง แบบสบายใจ ก็พึงเข้าใจกับความเสี่ยงมาตรฐานทั้ง 9 ประการนี้เอาไว้ด้วย จะมีความเสี่ยงอะไรบ้างนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ไปดูพร้อมกันได้เลย



1.ความเสี่ยงทั่วไปจากการลงทุนในหลักทรัพย์

เป็นความเสี่ยงจากการที่นักลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุน “ทั้งหมด” หรือ “บางส่วน” จากเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาวะเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ หรือเหตุการณ์ที่เป็นเหตุสุดวิสัยอื่นๆ ตลอดจนเหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น สงคราม จลาจล การก่อการร้าย ซึ่งอาจส่งผลต่อตลาดและราคาของหลักทรัพย์ได้



2.ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ “ตลาด” & “ความผันผวนของราคา”

แต่ละประเทศที่เข้าไปลงทุนนั้นอาจจะมีภาวะเศรษฐกิจ การเมือง กฎหมาย และระเบียบที่ แตกต่างกัน ออกไป ตลาดหลักทรัพย์บางแห่งอาจมีการ “ระงับ” หรือ “จำกัด” การซื้อขายเป็นครั้งคราว ซึ่งอาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อปริมาณการซื้อขายหรือราคาของหลักทรัพย์ในประเทศนั้นๆ ได้ ซึ่งปัจจัยที่เข้ามากระทบอาจเป็น “ปัจจัยอื่น” ที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์นั้นๆ หรือมาจาก “ปัจจัยภายนอก” เช่น การชุมนุมประท้วง สงคราม วิกฤติเศรษฐกิจของโลกหรือภูมิภาค เป็นต้น


“ในกรณีที่เป็น ตราสารอนุพันธ์ความผันผวนของราคาอาจทำให้ผู้ลงทุนต้องชำระเงินเพิ่มเติมหรือขาดทุนได้เช่นกัน”




3.ความเสี่ยงเกี่ยวกับ “ระบบการชำระราคาและส่งมอบ”

เป็นความเสี่ยงจาก “กฎหมาย” และ “ระเบียบ” ของตลาดหลักทรัพย์แต่ละแห่งที่ต่างกัน นักลงทุนต่างประเทศอาจไม่ได้รับความคุ้มครองในบางประการเหมือนนักลงทุนเจ้าของประเทศ รวมถึง “ค่าธรรมเนียม” ที่แตกต่างกัน การชำระราคาหรือส่งมอบหลักทรัพย์อาจนานกว่าที่คาดไว้ ตลอดจนความเสี่ยงจากการทุจริต รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลให้เกิดการขาดทุน สูญเสียโอกาส ล่าช้า หรือเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย



4.ความเสี่ยงเกี่ยวกับ “กฎหมาย” หรือ “ระเบียบที่ใช้บังคับ”

ธุรกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศซึ่งมีกฎระเบียบที่แตกต่างกัน อาจมีการ “จำกัด” หรือ “ควบคุม” ในระดับที่ต่างกันไปในแต่ละประเทศ ซึ่งอาจรวมถึงการได้รับอนุญาตก่อนการลงทุน ข้อจำกัดของนักลงทุนต่างชาติในธุรกิจบางประเภท การขออนุญาตจากหน่วยงานเพื่อนำเงินออก “การจัดเก็บภาษี” ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ตลอดจนการตีความกฎหมายต่างประเทศเองอาจไม่ชัดเจนเองอาจไม่ชัดเจนและทำให้นักลงทุนเสียประโยชน์ หรืออาจมีการออกกฎหมายใหม่ เป็นต้น


“ในบางประเทศยังมีการคุ้มครองสิทธิผู้ลงทุนอย่างจำกัด รวมถึงสิทธิในการฟ้องร้องดำเนินคดี บังคับคดี และประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมที่มีความแตกต่างกัน ทำให้เรื่องเดียวกันในแต่ละประเทศ อาจมีการตัดสินที่แตกต่างกันได้ เป็นต้น”



5.ความเสี่ยงเกี่ยวกับ “สภาพคล่องของหลักทรัพย์”

ตลาดทุนในแต่ละประเทศมีการพัฒนาที่แตกต่างกันไป ตลาดหลักทรัพย์บางประเทศอาจมี “ขนาดเล็ก” และ “ไม่มีสภาพคล่อง” และสภาพคล่องที่มีน้อยนั้นอาจลดความสามารถของผู้ลงทุนในการซื้อขายหรือดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับหลักทรัพย์นั้นๆ หรืออาจทำให้การซื้อขายหลักทรัพย์ในราคาที่ต้องการหรือราคาที่น่าพอใจหรือในจำนวนที่ผู้ลงทุนต้องการเป็นไปได้ยากนั่นเอง




6.ความเสี่ยงเกี่ยวกับ “อัตราแลกเปลี่ยน”

น่าจะเป็นหนึ่งในความเสี่ยงของการลงทุนต่างประเทศที่นักลงทุนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เนื่องจากการลงทุนในต่างประเทศมีการชำระเงินตราต่างประเทศ ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุน หรือเกี่ยวข้องกับการลงทุนอาจได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากความเสี่ยงที่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ผู้ลงทุนมีความเสี่ยงจากมูลค่าของเงินลงทุนเมื่อมีการเปลี่ยนกลับมาเป็นสกุลเงินต้นทาง เช่น เมื่อนักลงทุนไทยแปลงเงินสกุลต่างประเทศกลับมาเป็นเงินบาท เป็นต้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นในระยะเวลาหนึ่งหรือเกิดขึ้นอย่างถาวร หากเกิดการลดค่าของเงินสกุลใดๆ ที่เข้าไปลงทุน ผู้ลงทุนอาจได้รับความเสียหายได้



7.ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับ “ความน่าเชื่อถือของคู่สัญญา”

ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของ “คู่สัญญา” อีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งรวมถึงผู้ออกหลักทรัพย์ต่างประเทศที่ผู้ลงทุนได้ลงทุนไว้ ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงที่อาจสูญเสียเงิน “ทั้งหมด” หรือ “บางส่วน” ในกรณีที่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งตกเป็นบุคคลล้มละลายหรือมีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือไม่สามารถชำระหนี้ ชำระคืนเงินทุนหรือไถ่ถอนหลักทรัพย์ที่ผู้ลงทุนได้ลงทุนไว้



8.ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับ “การปฏิบัติตามคำสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์” หรือ “คำสั่งอื่นใด” ที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ของผู้ลงทุน

เป็นความเสี่ยงจากการที่บริษัทหลักทรัพย์ที่มีฐานะเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์อาจไม่สามารถดำเนินการซื้อหรือขายหรือดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ตามคำสั่งของผู้ลงทุนได้ในบางกรณี เช่น สภาพตลาดไม่เอื้ออำนวย ไม่สามารถจับคู่ราคาตามที่ต้องการได้ หรือถูกจำกัดโดยกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์หรือหน่วยงานอื่นในประเทศดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้ผู้ลงทุนเกิดผลขาดทุนหรือความเสี่ยงอื่นใดจากการลงทุนในหลักทรัพย์ได้




9.ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับ “การลงทุนของผู้ลงทุนเอง”

สุดท้ายการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์เป็น “การตัดสินใจของผู้ลงทุนเอง” ผู้ลงทุนต้องศึกษาและพิจารณาอย่างรอบคอบถึงข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับสถานะ ธุรกิจ สถานะการเงิน และผลประกอบการของผู้ออกหลักทรัพย์ หรือสินค้า หรือทรัพย์สินที่ลงทุน และข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ที่จะลงทุน รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เช่น  สถานะการเมือง เศรษฐกิจ กฎหมายและระเบียบต่างๆ ผู้ลงทุนต้องรับความเสี่ยงจากการลงทุนเอง


“ทั้งนี้บริษัทหลักทรัพย์ไม่มีหน้าที่ในการดูแลผลประโยชน์ให้และไม่มีความรับผิดชอบและไม่ต้องรับผิดใดๆ อันเกิดจากการลงทุนดังกล่าว”


จะ “ลงทุนต่างประเทศ” ให้ปัง...นักลงทุนควรจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็น “ความเสี่ยงพื้นฐานทั้ง 9 ประการ” นี้ไว้ ก่อนจะพาเงิน “ติดปีก” ไปลงทุนด้วยเช่นกัน เพราะยังมี “ความเสี่ยง” ต่างๆ นอกเหนือไปจาก “ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน” ที่รอนักลงทุนอยู่ จะได้ลงทุนด้วยความเข้าใจและสบายใจด้วยนั่นเอง

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’