“การลงทุน” & “บริหารความมั่งคั่ง”…ก็ต้องใช้ “การบริหารเงินสด” เช่นกัน !!!
Where2put Ur Money: ในตอนก่อนหน้าเราได้พูดถึงบทบาทของการเงินยุคใหม่กับยุคเก่าว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และทำให้เกิดประสิทธิภาพกับการทำงานรูปแบบใหม่อย่างไร แต่เมื่อเราพิจารณาธุรกิจในปัจจุบันอาจจะมองเห็นโอกาสการเติบโตจากเทคโนโลยีแล้วก็ธุรกิจในรูปแบบใหม่
อย่างไรก็ตามความอยู่รอดในการทำธุรกิจอาจจะไม่ใช่แค่การปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างกำไรและลดต้นทุนเพียงเท่านั้น แต่ที่เป็นหัวใจสำคัญมาทุกยุคทุกสมัย คือ “กระแสเงินสด (Cash Flow) และการวางแผนจัดการสภาพคล่อง (Liquidity Planning)”
“เงินสด” ถือว่าสำคัญตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจและการลงทุนขยายธุรกิจในอนาคต รวมไปถึงสำหรับการรับมือกับวิกฤตและความไม่แน่นอนที่คาดไม่ถึง ซึ่งสะท้อนจากสภาพเศรษฐกิจในเวลานี้ที่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยสูง ที่ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูง ส่งผลถึงความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม
“กระแสเงินสด” หมายถึง การเคลื่อนย้ายเงินเข้าและออกจากธุรกิจในช่วงเวลาต่างๆ “กระแสเงินสดรับ” (Cash Inflow) มาจากทั้งการดำเนินงานธุรกิจ การจัดหาเงินทุน ส่วน ค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเช่า ค่าจ้างพนักงาน การลงทุนจัดซื้อจัดจ้าง การชำระหนี้ หรือการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ นี่คือ “กระแสเงินสดไหลออก” (Cash Outflow) หรืออาจหมายถึง “ต้นทุน” (Cost) ด้วยก็ได้

ธุรกิจจำเป็นอย่างมากที่ต้องมีเงินสดสำหรับค่าใช้จ่ายระยะสั้น เช่น ค่าเช่า ค่าจ้าง และสิ่งของต่างๆ และกระแสเงินสดสำหรับขยายธุรกิจในอนาคต ดังนั้นจึงต้องคำถึงการจัดการกระแสเงินสดด้วยการวางแผนสภาพคล่องดังนี้
1) คาดการณ์กระแสเงินสดที่ได้รับเข้าและที่ต้องจ่ายออกไป
2) ควบคุมค่าใช้จ่ายโดยการกำหนดงบประมาณ รวมถึงลดต้นทุนในทุกด้านที่ทำได้
3) จัดการบัญชีลูกหนี้ที่ค้างชำระ โดยด้วยการให้ข้อเสนอที่จูงใจให้ชำระหนี้ล่วงหน้า
4) จัดการบัญชีเจ้าหนี้ โดยเจรจาชำระเงินหากเกิดกรณีที่จำเป็นต้องชะลอรายจ่ายของเงินสด
5) รักษาเงินทุนหมุนเวียนให้เพียงพอ สำหรับค่าใช้จ่ายระยะสั้น รวมถึงวงเงินเครดิตที่เหมาะสม
6) ตรวจสอบและรักษากระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงอัพเดทคาดการณ์เงินสดที่ต้องใช้
7) ดำเนินงานตามแผนจัดการกระแสเงินสดอย่างเคร่งครัดและมีวินัย
“การบริหารกระแสเงินสดที่ดี ช่วยสร้างความมั่นคงแก่ธุรกิจ อย่างไรก็ตาม กระแสเงินสดที่ดี ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ถึงความสามารถในการทำกำไรหรือการเติบโตในอนาคต เพราะมีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงอีก เช่น ความสามารถของผู้บริหาร การปรับธุรกิจที่ให้ยืดหยุ่นตามภาวะเศรษฐกิจ รวมไปถึงการมีบุคลากรที่มีความสามารถ”
นี่คือความสำคัญหลักๆ ของการบริหารจัดการกระแสเงินสดสำหรับธุรกิจ แต่ในด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่ง (Wealthy Management) ก็ต้องใช้การบริหารเงินสดเช่นกัน เช่น เมื่อสินทรัพย์ที่ถือมีกำไรหรือราคาขึ้นไปสูงก็พิจารณาขายเพื่อถือเงินสดรอซื้อสินทรัพย์ที่ราคาถูก หรือ การเลือกกระจายถือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดี มีความผันผวนต่ำและสามารถไถ่ถอนเป็นกระแสเงินสดมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้
จะเห็นว่า ทุกภาวะเศรษฐกิจ “การบริหารจัดการเงินสด” มีความสำคัญเสมอ ทั้งกับภาคธุรกิจและการลงทุนส่วนบุคคล ยิ่งในภาวะที่เงินเฟ้อ ค่าครองชีพสูงและมีความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัยเสี่ยง ควรคำนึงถึง “สภาพคล่อง” ของกระแสเงินสดให้มาก เพราะอาจหมายถึง การเติบโต การอยู่รอด หรือการเลิกล้มของธุรกิจได้
