“เทคโนโลยี” ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ...ยังช่วย “พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ” มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจได้เช่นกัน !!!
Where2put Ur Money: นวัตกรรม “เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์” หรือ “AI” ที่กำลังเป็นเทรนด์มาแรงและกำลังเข้ามาอยู่ในชีวิตการทำงานและภาคธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ ‘ภาคการเงิน’ ในตอนที่แล้วนำเสนอเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจเพื่อรับมือการความไม่แน่นอนในอนาคต ซึ่งเรื่อง AI เป็นอีกประเด็นที่กำลังถูกจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านที่ต้องระมัดระวัง อย่างไรก็ตามเราสามารถใช้ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกับธุรกิจการเงินและการลงทุนได้อย่างไรบ้าง
การทำงานอัตโนมัติ: การใช้เทคโนโลยี AI จะช่วยทำให้เกิดกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การรายงานข้อมูลการเงิน การลงทุน การวิเคราะห์ ประมวลผล ที่ง่ายขึ้นและรวดเร็ว ลดภาระการทำงานประจำในบางส่วนลงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในด้านอื่นแทน แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ ต้องมั่นใจว่าการใช้ AI ในงานดังกล่าวมีประสิทธิภาพต่อกระบวนการทำงานนั้นจริง
การรายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์: การใช้ AI ทำให้เข้าถึงข้อมูลทางการตัวเลขข้อมูลต่างๆ แบบเรียลไทม์เช่น ยอดขาย รายได้ จำนวนสินค้าคงคลัง ช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลที่สามารถตัดสินใจบริหารจัดการได้รวดเร็ว รวมไปถึงสามารถวางแผนกำหนดกลยุทธ์และรับมือ เมื่อเกิดสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เป็นการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

การวิเคราะห์ข้อมูล (Data analytic): ปัจจุบันข้อมูลที่จำเป็นสำหรับธุรกิจด้านการเงิน การลงทุนมีจำนวนมาก การเข้าถึงมูลที่เป็นประโยชน์ ต้องมีเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินต่างๆ และสามารถแสดงผลเชิงลึกและรวดเร็ว AI มีความสามารถในด้านนี้ที่เหนือกว่ามนุษย์ ช่วยให้ผู้บริหารได้มีข้อมูลที่มากเพียงพอในเวลาที่ไม่นาน สำหรับตัดสินใจ
ระบบการทำงานร่วมกัน: แม้ว่า AI จะสามารถทำงานในบางด้านได้รวดเร็วและต่อเนื่องตลอดเวลา แต่ยังมีอีกหลายส่วนที่ยังต้องใช้ความสามารถของคน ดังนั้นการวางโครงสร้างให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างคนกับเทคโนโลยี AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงาน ในการพัฒนาบุคคล คุณภาพผลิตภัณฑ์ และการจัดการต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน เป็นเรื่องที่ผู้บริหารสามารถวางแผนให้เหมาะกับธุรกิจของตนได้
การใช้เครื่องมือ AI: เราสามารถใช้เครื่องมือหรือ AI ให้เกิดประสิทธิภาพกับงานได้ เช่น 1) ใช้ ChatGPT หรือ Bard เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยออกไอเดีย วางแผน แก้ปัญหา 2) ใช้ AI ในการประมวลข้อมูลกับปัจจุบัน เพื่อคาดการณ์แนวโน้มของธุรกิจและตลาด และ 3) ใช้ AI ในด้านความปลอดภัยและปกป้องข้อมูลสำคัญต่างๆ
“ปัญญาประดิษฐ์นอกจากช่วยลดช่องว่าง เสริมศักยภาพและประสิทธิภาพให้กับธุรกิจและภาคการผลิต แต่ยังมีนัยต่อความท้าทายของการพัฒนาผู้กำกับดูแลและผู้ใช้งาน ดังนั้น ผู้บริหารธุรกิจหรือผู้ประกอบการ นอกจากใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแล้วยังสามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจได้เช่นกัน”
กล่าวคือ นอกจากการนำ “เทคโนโลยี” มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ถือเป็นความท้าทายสำหรับภาคธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้บริหารในอนาคตเช่นกัน จะเห็นได้จากเทรนด์การใช้พลังงานในอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนานวัตกรรม ที่คำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สุขภาพ สังคม ที่กำลังเป็นความท้าทายระดับโลกในขณะนี้
