“สภาทองคำโลก” มองบวก “ราคาทอง” ดีมานด์แกร่งทั้ง “ธ.กลาง” & “Gold ETF”... ส่วน “UBS” มองราคาปรับฐานเป็น “โอกาสในการลงทุน” !!!
Wealthy Way: ปีนี้ถือเป็นอีกปีที่ดีของ “ทองคำ” ราคาถือว่ามาไกลทะลุเป้าหมายของหลายๆ ค่ายที่ให้ไว้ 2,000 – 2,200 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ กันไปเรียบร้อยแล้ว
ราคาไต่ระดับไปทำ “จุดสูงสุด” ที่ 2,426 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ กลางเดือนพ.ค. ท่ามกลางความคาดหวังว่าราคาจะไปได้ไกลกว่านั้นหลังที่สถาบันชั้นนำอย่าง “City Group” ออกมาปรับเป้าหมายเป็น 3,000 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ ในช่วงเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา
รวมถึง “Goldman Sachs” และ “Bank of America” ที่ขยับเป้าเป็น 2,700 และ 3,000 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ ในเดือนพ.ค. ตามมา แต่ก็ไม่ใช่ทุกค่ายจะ Bullish ปรับตามไปหมดแต่ประการใด
ในเดือนพ.ค.หลังราคาทองคำขึ้นไปทำ “จุดสูงสุด” เรียบร้อยแล้ว ก็ปรับตัวลงจนหลุด 2,300 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ช่วงต้นมิ.ย. และกลับมายืนเหนือระดับ 2,300 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ได้อีกครั้ง หรือปรับตัวลงมาประมาณ -5% ก็เล่นเอานักลงทุน “สายทองคำ” อดหวั่นใจไม่ได้ไปตามๆ กัน
ภาพในระยะกลาง-ยาว ตลาดยังมีมุมมอง “เป็นบวก” ต่อราคาทองคำ ทั้งดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องและแนวโน้มของดอลลาร์ที่อ่อนค่าที่เป็นปัจจัยหนุนชั้นดี นี่ยังไม่รวมถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่พร้อมจะทวีดีกรีความรุนแรงได้เสมออีกด้วย
ทิศทางราคาทองคำปี2024 จะเป็นเช่นไร วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจมาอัพเดทกันเช่นเคย
“สภาทองคำโลก” (WGC) มองบวก “ราคาทอง”...ดีมานด์แกร่งทั้ง “ธ.กลาง” & “Gold ETF”
โดย “คริสชัน โกพอล” นักวิเคราะห์อาวุโส ประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) ของสภาทองคำโลก (World Gold Council: WGC) บอกว่า การซื้อสุทธิของธนาคารกลาง ฟื้นตัวในเดือนเม.ย. มี “ธนาคารกลาง” 8 แห่ง ได้เพิ่มปริมาณสำรองทองคำอย่างน้อยหนึ่งตันในเดือนเม.ย. โดยมี “ธนาคารกลางตุรกี” เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุด ซึ่งได้เพิ่มทุนสำรองอย่างเป็นทางการขึ้น 8 ตัน และซื้อต่อเนื่องเป็นเวลา 11 เดือนติดต่อกัน ยอดซื้อสุทธิของธนาคารกลางตุรกีในปี2024 ขณะนี้รวมอยู่ที่ 38 ตัน รวมการถือครองทองคำอย่างเป็นทางการเพิ่มขึ้นเป็น 578 ตัน นอกจากนี้แล้ว “ธนาคารกลางคาซัคสถาน” ได้เพิ่มทองคำสำรองอีก 6 ตัน “ธนาคารกลางอินเดีย” จำนวน 6 ตัน “ธนาคารแห่งชาติโปแลนด์” จำนวน 5 ตัน “องค์การเงินตราแห่งประเทศสิงคโปร์” จำนวน 4 ตัน “ธนาคารกลางรัสเซีย” จำนวน 3 ตัน และ “ธนาคารแห่งชาติเช็ก” เพิ่มขึ้นจำนวน 2 ตันในเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา
ปริมาณการซื้อ/ขายสุทธิ ตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไปของ “ธนาคารกลาง” ในปี2024

หมายเหตุ: * ข้อมูลจนถึงวันที่ 30 เม.ย. 24 ที่สามารถรวบรวมได้
“ด้าน ‘ธนาคารกลางจีน’ ได้รายงานการซื้อทองคำที่ชะลอตัวลงอย่างมาก โดยแจ้งว่าปริมาณทองคำสำรองเพิ่มขึ้นไม่ถึง 2 ตันในเดือนเม.ย. รวมเป็นจำนวน 2,264 ตัน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ได้กลับมารายงานปริมาณถือครองทองคำในเดือนพ.ย. 2022 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรายเดือนก่อนเม.ย. ซึ่งเคยอยู่ที่ 18 ตัน”
ด้านยอดขายรวมที่น่าสนใจจำกัดอยู่เพียง “ธนาคารกลางอุซเบกิสถาน” และ “จอร์แดน” เท่านั้น ทั้งสองประเทศรายงานว่ามีทองคำสำรองลดลง 1 ตัน ซึ่งเป็นอัตราการขายที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับเดือนก.พ. และมี.ค. อย่างไรก็ตาม การซื้อทองคำของ “ธนาคารกลางในตลาดเกิดใหม่” จำนวนมาก ได้ชดเชยผลกระทบจากการขายที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยและไม่มีนัยสำคัญ
ไม่เพียงเท่านี้ “Gold ETF” ก็ยังมีแรงซื้อที่แข็งแกร่งตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ 31 พ.ค. 24) มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 529 ล้านดอลลาร์ มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (AUM) 234 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2% จากเดือนก่อนหน้า ถือทองคำรวมกัน 3,088 ตัน
“แม้ผลตอบแทนของ ‘ทองคำ’ ในเดือนพ.ค. จะชะลอตัวลง แต่ราคาทองคำก็ขึ้นกับหลากหลายปัจจัย โดยยังมีโมเมนตัมเชิงบวกจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า และดีมานด์ทองคำที่ยังแข็งแกร่งทั้งจาก ‘ธ.กลาง’ และ ‘Gold ETF’ ด้วยเช่นกัน”
“UBS” มองราคาทองที่ปรับตัวเป็น “โอกาสในการลงทุน”...มั่นใจ “พื้นฐานแกร่ง”
“นอกจากนี้การพุ่งขึ้นของราคาทองคำสู่ระดับสูงสุดหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมาได้ทำให้การขายทำกำไรเล็กน้อยอย่างมีความน่าสนใจ การปรับลดในครั้งนี้จึงไม่น่าจะทำให้นักลงทุนเกิดความหวาดกลัว เรามองว่าการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในแนวรับแนวต้านถือเป็นโอกาสในการลงทุนทองคำ”

เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อ “ทองคำ” มีพื้นฐานสนับสนุนที่แข็งแกร่ง แม้ว่าความคาดหวังต่อทิศทางของ Fed จะเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง แต่ปัจจุบันนักลงทุนมองว่าเกณฑ์ที่จะทำให้ Fed หันมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นค่อนข้างอยู่ห่างไกล ประการที่สอง ความไม่แน่นอนในระดับมหภาคและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นเหตุผลที่น่าสนใจสำหรับการเลือกทองคำเพื่อป้องกันและการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน
“ประการที่สาม การซื้อทองคำที่ต่อเนื่องของภาครัฐและแรงซื้อทองคำที่แข็งแกร่งในตลาดภูมิภาคที่มีความสำคัญ ได้ทำให้นักลงทุนมั่นใจว่าแนวโน้มขาขึ้นนั้นยังคงตั้งอยู่บนอุปสงค์พื้นฐานที่แข็งแกร่ง แรงซื้อเหล่านี้ได้ช่วยหนุนรองรับในช่วงที่สัญญาณระดับมหภาคส่งผลกระทบต่อราคาทองคำ ทำให้แนวโน้มขาลงอยู่ในวงจำกัด และเป็นพื้นฐานที่ดีซึ่งสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นให้ดำเนินต่อไป”
เช่นเดียวกับ “investinghaven.com” เวบไซด์ด้านการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ก็มองว่า พื้นฐานทองคำยังแข็งแกร่ง และทางเคนิคสัญญาณก็ยังดี เป้าหมาย 3,000 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ ยังถึงได้แต่อาจจะล่าช้าออกไปเท่านั้นเอง
ใครที่ชื่นชอบ “ทองคำ” และอยากมีไว้เพื่อกระจายความเสี่ยง สามารถมีไว้ติดพอร์ตได้ในฐานะของ “สินทรัพย์ทางเลือก” ไม่เกิน 10 – 15% เมื่อรวมกับสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ เพราะแม้มุมมองตลาดจะมองบวกราคาทองคำในระยะยาว แต่ก็แบบค่อยเป็นค่อยไป ความผันผวนระหว่างทางยังเกิดขึ้นได้ ที่สำคัญก็บรรลุเป้าหมายราคาของหลายค่ายในปีนี้ไปเรียบร้อยแล้วด้วยเช่นกัน
